E-Mobility ในระบบขนส่งไทย: บัส–เรือ–รถบรรทุกไฟฟ้า กับมาตรการสนับสนุนล่าสุด
อัพเดทล่าสุด: 2 ก.ย. 2025
572 ผู้เข้าชม

1. บทนำ
การเปลี่ยนผ่านสู่ E-Mobility หรือการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในระบบขนส่ง ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของไทยในการลดการพึ่งพาน้ำมัน ลดมลพิษทางอากาศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ปัจจุบันไม่เพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยม แต่ บัสไฟฟ้า เรือไฟฟ้า และรถบรรทุกไฟฟ้า ก็กำลังได้รับการผลักดันอย่างจริงจังในระบบขนส่งสาธารณะและโลจิสติกส์
2. บัสไฟฟ้า (E-Bus)
- ขสมก. และเอกชนผู้ให้บริการเริ่มทยอยนำ รถบัสไฟฟ้า เข้ามาวิ่งในเส้นทางกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยคาดว่าจะมีมากกว่า 8,000 คัน ภายในปี 2030
- ข้อดีคือ ลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงลงกว่า 50% และลดมลพิษควันดำที่เป็นปัญหาใหญ่ของเมือง
- ยังช่วยเพิ่มความเงียบ ลดเสียงรบกวน ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้โดยสารและชุมชนดีขึ้น
- โครงการ เรือไฟฟ้าในคลองแสนแสบ และแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มทดสอบใช้งานแล้ว
- จุดเด่นคือไม่มีไอเสียและเสียงเครื่องยนต์ดังเหมือนเรือดีเซล
- นอกจากช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ยังสอดคล้องกับการผลักดัน การเดินทางทางน้ำแบบยั่งยืน
- ภาคโลจิสติกส์เริ่มนำร่อง รถบรรทุกไฟฟ้า สำหรับการขนส่งระยะกลางสั้น โดยเฉพาะในเขตนิคมอุตสาหกรรมและศูนย์กระจายสินค้า
- การเปลี่ยนมาใช้ E-Truck ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง ลดค่า Maintenance และตอบโจทย์การส่งออกในอนาคตที่คู่ค้าเริ่มให้ความสำคัญกับ Green Supply Chain
- อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือราคาสูงและการขาดโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่
- โครงการ EV 3.5: สนับสนุนเงินอุดหนุนสูงสุดกว่า 150,000 บาทต่อคันสำหรับรถโดยสารไฟฟ้าและรถเชิงพาณิชย์ไฟฟ้า
- สิทธิประโยชน์ด้านภาษี: ลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้ E-Mobility
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: ส่งเสริมการลงทุนใน สถานีชาร์จเร็ว (Fast Charging Station) ทั้งในเมืองและเส้นทางขนส่งสินค้า
- นโยบาย Net Zero 2065: กำหนดให้ระบบขนส่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การผลักดัน E-Mobility ในไทย โดยเฉพาะ บัสไฟฟ้า เรือไฟฟ้า และรถบรรทุกไฟฟ้า ถือเป็นการยกระดับระบบขนส่งให้ทันสมัยและยั่งยืน ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนและมลพิษ แต่ยังสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในเวทีโลก หากมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการสนับสนุนที่ต่อเนื่อง จะทำให้ไทยก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลาง E-Mobility ในอาเซียน ได้จริง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในวันที่ผู้นำสหรัฐฯ อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ลุกขึ้นมาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าแบบไม่ไว้หน้าใคร โลกทั้งใบก็ต้องหันมามองด้วยความอึ้ง แต่สำหรับประเทศไทย—โดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง—นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอคลื่นยักษ์ทางเศรษฐกิจ และแน่นอน...ก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
แม้นโยบาย "America First" จะทำให้ต้นทุนการค้าพุ่งกระฉูด และเส้นทางโลจิสติกส์สะดุดอย่างจัง แต่ขนส่งไทยไม่มีเวลาจะมานั่งบ่นว่า “ทำไมเป็นแบบนี้” สิ่งที่ทำได้คือ "หาทางไปต่อ" และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของ แผน B — แผนสำรองที่ไม่ใช่แค่การประคองตัวให้รอด แต่คือการพลิกเกมให้เดินหน้าได้ต่อแม้สนามจะเปลี่ยน
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับแผน B แบบจัดเต็ม ที่ธุรกิจขนส่งไทยต้องคิด ต้องปรับ และต้องลุย...แม้ทรัมป์จะเล่นใหญ่แค่ไหน ก็ “ช่างหัวทรัมป์มัน” เพราะธุรกิจเราต้องรอด!
10 เม.ย. 2025
รู้จักเทคโนโลยี “AI Custom Fit” ระบบแพ็กพัสดุอัจฉริยะที่เลือกวัสดุและขนาดกล่องได้พอดีที่สุด ลดของเสียหาย ลดต้นทุนการจัดส่ง และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า
7 ส.ค. 2025
ฝึกงานโลจิสติกส์ที่ไหนดี เลือกยังไงให้ได้ประสบการณ์จริง ไม่เสียเวลา เหมาะกับนักศึกษาโลจิสติกส์
5 มี.ค. 2026
BS Rut กองรถ

Boss Jame ฝ่ายกองรถ

BANKKUNG
