คำนวณจุดคุ้มทุนของคลังสินค้า: แนวทางสำหรับเจ้าของธุรกิจ
อัพเดทล่าสุด: 10 ก.ค. 2025
693 ผู้เข้าชม

การตัดสินใจลงทุนในคลังสินค้า ไม่ว่าจะสร้างเองหรือเช่าใช้ เป็นการตัดสินใจที่มีต้นทุนสูง การรู้ "จุดคุ้มทุน" (Break-Even Point) จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันคือคำตอบว่า "เมื่อไรที่คลังของเราจะเริ่มทำกำไร?"
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจหลักการคำนวณจุดคุ้มทุนของคลังสินค้า พร้อมแนวทางใช้งานจริงสำหรับเจ้าของธุรกิจ
จุดคุ้มทุนคืออะไร?
จุดคุ้มทุน (Break-Even Point) คือ จุดที่รายได้รวม = ต้นทุนรวม
พูดง่าย ๆ คือ "เริ่มไม่ขาดทุน" หลังจากนี้ทุกยอดขายคือกำไร
ในบริบทของคลังสินค้า จุดคุ้มทุนจะช่วยตอบคำถามเช่น:
สูตรพื้นฐาน:
จุดคุ้มทุน (หน่วย) = ต้นทุนคงที่ / (ราคาขายต่อหน่วย - ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย)
สำหรับคลังสินค้า ลองแปลงสูตรให้เข้ากับบริบทจริง:
สมมติว่า:
แปลว่า: ถ้าเดือนนั้นคุณมีคำสั่งซื้อเกิน 4,000 ออเดอร์ คลังเริ่มทำกำไร
ปรับใช้กับคลังของคุณอย่างไร?
1.รวบรวมข้อมูลจริงของคุณ
แยกต้นทุนคงที่และผันแปรให้ชัด
2.คำนวณจุดคุ้มทุนของตัวเอง
แล้วดูว่า "ยอดปัจจุบันเกินจุดนี้หรือยัง?"
3.วางแผนกำไร - ขาดทุนในอนาคต
หากยอดยังต่ำกว่า อาจต้องเพิ่มลูกค้า, เพิ่มค่าบริการ, หรือลดต้นทุน
เคล็ดลับเสริมสำหรับเจ้าของธุรกิจ
การรู้จุดคุ้มทุนของคลังสินค้า ไม่ใช่แค่ช่วยให้คุณรู้ว่า "คุ้มแล้วหรือยัง"
แต่ยังเป็นเครื่องมือช่วย วางแผน เพิ่มกำไร ลดความเสี่ยง ได้อย่างแม่นยำ
หากคุณกำลังลงทุนคลังสินค้า อย่าลืมเริ่มจากการคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนเสมอ เพราะตัวเลขนี้คือ "ความจริงที่ธุรกิจต้องรู้"
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจหลักการคำนวณจุดคุ้มทุนของคลังสินค้า พร้อมแนวทางใช้งานจริงสำหรับเจ้าของธุรกิจ
จุดคุ้มทุนคืออะไร?
จุดคุ้มทุน (Break-Even Point) คือ จุดที่รายได้รวม = ต้นทุนรวม
พูดง่าย ๆ คือ "เริ่มไม่ขาดทุน" หลังจากนี้ทุกยอดขายคือกำไร
ในบริบทของคลังสินค้า จุดคุ้มทุนจะช่วยตอบคำถามเช่น:
- ต้องมีจำนวนออเดอร์หรือการใช้งานเท่าไร ถึงจะคุ้มกับต้นทุนคลัง?
- ควรตั้งค่าเช่าคลังเท่าไหร่ต่อเดือน?
- คลังที่ใช้อยู่ คุ้มไหม หรือควรปรับแผน?
สูตรพื้นฐาน:
จุดคุ้มทุน (หน่วย) = ต้นทุนคงที่ / (ราคาขายต่อหน่วย - ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย)
สำหรับคลังสินค้า ลองแปลงสูตรให้เข้ากับบริบทจริง:
- ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) เช่น ค่าเช่าคลัง, เงินเดือนพนักงานประจำ, ค่าระบบคลัง
- ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) เช่น ค่ากล่อง, ค่าแพ็คสินค้า, ค่าขนส่งต่อคำสั่งซื้อ
- รายได้ต่อหน่วย (Revenue per Unit) เช่น ค่าบริการต่อคำสั่งซื้อ, ค่าบริการจัดเก็บรายเดือน
สมมติว่า:
- ค่าเช่าคลังและค่าพนักงาน = 100,000 บาท/เดือน
- ค่าบริการที่คิดกับลูกค้า = 40 บาท/ออเดอร์
- ต้นทุนต่อออเดอร์ (ผันแปร) = 15 บาท/ออเดอร์
แปลว่า: ถ้าเดือนนั้นคุณมีคำสั่งซื้อเกิน 4,000 ออเดอร์ คลังเริ่มทำกำไร
ปรับใช้กับคลังของคุณอย่างไร?
1.รวบรวมข้อมูลจริงของคุณ
แยกต้นทุนคงที่และผันแปรให้ชัด
2.คำนวณจุดคุ้มทุนของตัวเอง
แล้วดูว่า "ยอดปัจจุบันเกินจุดนี้หรือยัง?"
3.วางแผนกำไร - ขาดทุนในอนาคต
หากยอดยังต่ำกว่า อาจต้องเพิ่มลูกค้า, เพิ่มค่าบริการ, หรือลดต้นทุน
เคล็ดลับเสริมสำหรับเจ้าของธุรกิจ
- อย่าลืมต้นทุนแฝง เช่น ค่าซ่อมบำรุง, ค่าไฟ, ค่าความเสียหายจากของเสีย
- คำนวณแบบรายไตรมาส เพื่อดูแนวโน้มการเติบโต
- ใช้ Dashboard หรือ Excel Template ทำให้ติดตามจุดคุ้มทุนได้ตลอดเวลา
การรู้จุดคุ้มทุนของคลังสินค้า ไม่ใช่แค่ช่วยให้คุณรู้ว่า "คุ้มแล้วหรือยัง"
แต่ยังเป็นเครื่องมือช่วย วางแผน เพิ่มกำไร ลดความเสี่ยง ได้อย่างแม่นยำ
หากคุณกำลังลงทุนคลังสินค้า อย่าลืมเริ่มจากการคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนเสมอ เพราะตัวเลขนี้คือ "ความจริงที่ธุรกิจต้องรู้"
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
20 ก.พ. 2026
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
19 ก.พ. 2026
BS&DC SAI5


