Inbound vs Outbound: สองขั้นตอนสำคัญในคลังที่ห้ามพลาด
อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ค. 2025
537 ผู้เข้าชม

ในโลกของโลจิสติกส์และคลังสินค้า ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้าไม่ได้เป็นเพียงแค่การขนย้าย แต่คือ "ระบบ" ที่มีผลต่อความรวดเร็ว ความแม่นยำ และต้นทุนของธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในหัวใจหลักของระบบคลังสินค้าก็คือ กระบวนการ Inbound และ Outbound
แต่ละขั้นตอนมีหน้าที่และความสำคัญต่างกัน หากบริหารจัดการผิดพลาด แม้แต่จุดเดียว ก็อาจกระทบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำได้ทันที
Inbound: จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
Inbound คือกระบวนการรับสินค้าเข้าสู่คลัง ไม่ว่าจะมาจากซัพพลายเออร์ โรงงาน หรือการคืนสินค้าจากลูกค้า
ขั้นตอนหลักของ Inbound:
Outbound: ปลายทางที่ต้องเป๊ะ
Outbound คือกระบวนการจัดเตรียมและส่งสินค้าจากคลังไปยังลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคทั่วไป (B2C) หรือร้านค้าปลีก (B2B)
ขั้นตอนหลักของ Outbound:
เปรียบเทียบ Inbound vs Outbound
รายการ Inbound Outbound
เป้าหมาย รับสินค้าเข้าคลัง ส่งสินค้าออกจากคลัง
จุดเริ่มต้น จากซัพพลายเออร์ จากคำสั่งซื้อของลูกค้า
จุดสำคัญ ความแม่นยำในการรับเข้า ความแม่นยำในการส่งออก
ความท้าทาย การตรวจนับ-จัดเก็บ การจัดเรียง-จัดส่ง
ตัวชี้วัด (KPI) Accuracy Rate, Receiving Time Order Accuracy, Lead Time
สรุป: ห้ามมองข้ามแม้แต่ขั้นตอนเดียว
หลายธุรกิจโฟกัสเฉพาะการส่งสินค้าให้ทัน (Outbound) แต่กลับมองข้ามการรับสินค้า (Inbound) ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้งสองส่วนต้องทำงานประสานกันอย่างราบรื่น ถ้ารับเข้าผิด ก็ส่งออกผิด ถ้าเก็บไม่ดี ก็หาไม่เจอ และหากส่งผิด ลูกค้าก็ไม่พอใจ
Inbound และ Outbound จึงไม่ใช่แค่ "ต้นทาง-ปลายทาง" แต่คือ "หัวใจ" ของคลังที่ดี และธุรกิจที่แข็งแรง
แต่ละขั้นตอนมีหน้าที่และความสำคัญต่างกัน หากบริหารจัดการผิดพลาด แม้แต่จุดเดียว ก็อาจกระทบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำได้ทันที
Inbound: จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
Inbound คือกระบวนการรับสินค้าเข้าสู่คลัง ไม่ว่าจะมาจากซัพพลายเออร์ โรงงาน หรือการคืนสินค้าจากลูกค้า
ขั้นตอนหลักของ Inbound:
- ตรวจสอบสินค้าเมื่อมาถึง (จำนวน, สภาพ, เอกสาร)
- การบันทึกข้อมูลเข้าระบบ (WMS)
- การติดฉลากสินค้า (Labeling)
- การจัดเก็บในพื้นที่ที่เหมาะสม (Slotting)
- ลดความผิดพลาดในสต๊อก
- เพิ่มความเร็วในการพร้อมจำหน่าย
- ป้องกันความเสียหายหรือของหายตั้งแต่แรก
Outbound: ปลายทางที่ต้องเป๊ะ
Outbound คือกระบวนการจัดเตรียมและส่งสินค้าจากคลังไปยังลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคทั่วไป (B2C) หรือร้านค้าปลีก (B2B)
ขั้นตอนหลักของ Outbound:
- การหยิบสินค้า (Picking)
- การตรวจสอบความถูกต้อง (Checking)
- การบรรจุสินค้า (Packing)
- การจัดส่งสินค้า (Shipping)
- เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า (สินค้าถูกต้อง ส่งตรงเวลา)
- ลดต้นทุนจากการคืนสินค้า
- ป้องกันข้อผิดพลาดที่ส่งผลเสียต่อแบรนด์
เปรียบเทียบ Inbound vs Outbound
รายการ Inbound Outbound
เป้าหมาย รับสินค้าเข้าคลัง ส่งสินค้าออกจากคลัง
จุดเริ่มต้น จากซัพพลายเออร์ จากคำสั่งซื้อของลูกค้า
จุดสำคัญ ความแม่นยำในการรับเข้า ความแม่นยำในการส่งออก
ความท้าทาย การตรวจนับ-จัดเก็บ การจัดเรียง-จัดส่ง
ตัวชี้วัด (KPI) Accuracy Rate, Receiving Time Order Accuracy, Lead Time
สรุป: ห้ามมองข้ามแม้แต่ขั้นตอนเดียว
หลายธุรกิจโฟกัสเฉพาะการส่งสินค้าให้ทัน (Outbound) แต่กลับมองข้ามการรับสินค้า (Inbound) ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้งสองส่วนต้องทำงานประสานกันอย่างราบรื่น ถ้ารับเข้าผิด ก็ส่งออกผิด ถ้าเก็บไม่ดี ก็หาไม่เจอ และหากส่งผิด ลูกค้าก็ไม่พอใจ
Inbound และ Outbound จึงไม่ใช่แค่ "ต้นทาง-ปลายทาง" แต่คือ "หัวใจ" ของคลังที่ดี และธุรกิจที่แข็งแรง
บทความที่เกี่ยวข้อง
สินค้าดี แพ็คสวย แต่โดนรีวิว 1 ดาวเพราะพนักงานส่งของพูดจาแย่! รู้หรือไม่ว่า "มารยาทคนส่งของ" คือจุดชี้ชะตาภาพลักษณ์แบรนด์คุณ มาดูเหตุผลว่าทำไมการเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ใส่ใจบริการอย่าง BS Express ถึงช่วยเพิ่มยอดซื้อซ้ำได้
21 ก.พ. 2026
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
20 ก.พ. 2026
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
BS&DC SAI5


