ลดต้นทุนการจัดเก็บสินค้าอย่างไร? เทคนิคจากคลังสินค้าชั้นนำ
อัพเดทล่าสุด: 30 เม.ย. 2025
490 ผู้เข้าชม

1. ปรับผังการจัดเก็บให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการหยิบสินค้า
คลังสินค้าชั้นนำจะจัดผังโดยยึดหลัก ABC Analysis คือ
2. ใช้เทคโนโลยี WMS (Warehouse Management System)
ระบบจัดการคลังสินค้า WMS ช่วยให้การรับเข้า-เบิกจ่ายเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาดจากคน และทำให้บริหารพื้นที่จัดเก็บได้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อลดสินค้าคงค้าง และปรับแผนจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ใช้ระบบจัดเก็บแนวตั้ง (Vertical Storage)
หากพื้นที่จำกัด การใช้ชั้นวางแนวตั้งหรือระบบอัตโนมัติอย่าง ASRS (Automated Storage and Retrieval System) ช่วยให้ใช้พื้นที่ได้สูงสุดโดยไม่ต้องขยายคลัง และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขยายพื้นที่ในระยะยาว
4. บริหารสต๊อกอย่างแม่นยำด้วยแนวคิด Just-In-Time (JIT)
ลดต้นทุนโดยไม่ต้องสต๊อกสินค้ามากเกินความจำเป็น คลังสินค้าชั้นนำจะทำงานใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์ เพื่อให้สามารถเติมสินค้าได้พอดีกับความต้องการ ลดภาระในการจัดเก็บและความเสี่ยงของสินค้าคงค้าง
5. วางแผนจัดส่งและหมุนเวียนสินค้าอย่างต่อเนื่อง
การจัดตารางการรับและจ่ายสินค้าอย่างชัดเจน ทำให้ไม่ต้องเก็บสินค้าค้างนาน อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้เกิดการจัดเก็บเกินจำเป็นในช่วงเวลาหนึ่ง
6. อบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีเทคโนโลยีดีเพียงใด หากคนทำงานไม่มีทักษะที่ดี อาจส่งผลให้กระบวนการจัดเก็บไม่มีประสิทธิภาพ การลงทุนในด้านอบรมพนักงานจึงเป็นการลดต้นทุนทางอ้อมที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว
สรุป
การลดต้นทุนการจัดเก็บสินค้าไม่ใช่แค่เรื่องของการ ลดพื้นที่ หรือ ลดสต๊อก เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปรับแนวคิด การใช้เทคโนโลยี และการบริหารจัดการทั้งระบบอย่างชาญฉลาด เมื่อคุณเริ่มลงมือพัฒนาอย่างเป็นระบบ ต้นทุนที่ลดลงอาจเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นในทันที
คลังสินค้าชั้นนำจะจัดผังโดยยึดหลัก ABC Analysis คือ
- กลุ่ม A: สินค้าขายดี ควรวางใกล้จุดโหลดหรือจุดหยิบ
- กลุ่ม B: สินค้าขายปานกลาง
- กลุ่ม C: สินค้าขายได้น้อย ควรเก็บไว้ในจุดที่เข้าถึงยากหน่อย
2. ใช้เทคโนโลยี WMS (Warehouse Management System)
ระบบจัดการคลังสินค้า WMS ช่วยให้การรับเข้า-เบิกจ่ายเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาดจากคน และทำให้บริหารพื้นที่จัดเก็บได้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อลดสินค้าคงค้าง และปรับแผนจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ใช้ระบบจัดเก็บแนวตั้ง (Vertical Storage)
หากพื้นที่จำกัด การใช้ชั้นวางแนวตั้งหรือระบบอัตโนมัติอย่าง ASRS (Automated Storage and Retrieval System) ช่วยให้ใช้พื้นที่ได้สูงสุดโดยไม่ต้องขยายคลัง และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขยายพื้นที่ในระยะยาว
4. บริหารสต๊อกอย่างแม่นยำด้วยแนวคิด Just-In-Time (JIT)
ลดต้นทุนโดยไม่ต้องสต๊อกสินค้ามากเกินความจำเป็น คลังสินค้าชั้นนำจะทำงานใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์ เพื่อให้สามารถเติมสินค้าได้พอดีกับความต้องการ ลดภาระในการจัดเก็บและความเสี่ยงของสินค้าคงค้าง
5. วางแผนจัดส่งและหมุนเวียนสินค้าอย่างต่อเนื่อง
การจัดตารางการรับและจ่ายสินค้าอย่างชัดเจน ทำให้ไม่ต้องเก็บสินค้าค้างนาน อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้เกิดการจัดเก็บเกินจำเป็นในช่วงเวลาหนึ่ง
6. อบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีเทคโนโลยีดีเพียงใด หากคนทำงานไม่มีทักษะที่ดี อาจส่งผลให้กระบวนการจัดเก็บไม่มีประสิทธิภาพ การลงทุนในด้านอบรมพนักงานจึงเป็นการลดต้นทุนทางอ้อมที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว
สรุป
การลดต้นทุนการจัดเก็บสินค้าไม่ใช่แค่เรื่องของการ ลดพื้นที่ หรือ ลดสต๊อก เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปรับแนวคิด การใช้เทคโนโลยี และการบริหารจัดการทั้งระบบอย่างชาญฉลาด เมื่อคุณเริ่มลงมือพัฒนาอย่างเป็นระบบ ต้นทุนที่ลดลงอาจเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นในทันที
บทความที่เกี่ยวข้อง
สินค้าดี แพ็คสวย แต่โดนรีวิว 1 ดาวเพราะพนักงานส่งของพูดจาแย่! รู้หรือไม่ว่า "มารยาทคนส่งของ" คือจุดชี้ชะตาภาพลักษณ์แบรนด์คุณ มาดูเหตุผลว่าทำไมการเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ใส่ใจบริการอย่าง BS Express ถึงช่วยเพิ่มยอดซื้อซ้ำได้
21 ก.พ. 2026
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
19 ก.พ. 2026
BS&DC SAI5


