แชร์

ไทย vs ต่างประเทศ: ระบบขนส่งใครเจ๋งกว่ากัน?

OIG3__1_.jpg Boss Jame ฝ่ายกองรถ
อัพเดทล่าสุด: 17 เม.ย. 2025
528 ผู้เข้าชม

1. ความครอบคลุม (Coverage)
ต่างประเทศ:

ญี่ปุ่นมีรถไฟความเร็วสูง (Shinkansen), รถใต้ดิน, รถบัส, รถราง เชื่อมโยงทุกภูมิภาค
เยอรมันมี Bahn และ Tram วิ่งถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ
ประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งมีนโยบาย เดินออกจากบ้านไม่เกิน 500 เมตร ต้องเจอขนส่งสาธารณะ
ไทย:

ระบบรางหลักยังอยู่แค่ เมืองใหญ่ (กรุงเทพและปริมณฑล)
ต่างจังหวัดยังพึ่งรถตู้-รถเมล์เป็นหลัก และบางพื้นที่ไม่มีขนส่งสาธารณะเลย
การเดินทางข้ามจังหวัดยังเน้นรถยนต์ส่วนตัว หรือรถโดยสารระยะไกล

2. ความตรงต่อเวลา (Punctuality)
ต่างประเทศ:

รถไฟญี่ปุ่นเลต 1 นาทีคือเรื่องใหญ่!
ในยุโรป รถเมล์และรถไฟมีระบบแจ้งเวลาจริง (real-time tracking) แบบแม่นยำ
สายการบินบางประเทศ บินตรงเวลาเกิน 95%
ไทย:

รถเมล์หลายสายยังใช้ระบบ มาก็ตอนไหนก็ได้
รถไฟไทยมีการปรับปรุงแล้วบางส่วน แต่ยังเจอเหตุขัดข้องบ่อย
ความล่าช้าเป็นเรื่องที่คนไทย ยอมรับได้ ซึ่งเป็นปัญหาทางวัฒนธรรมที่ต้องแก้

3. ราคาคุ้มค่า (Affordability & Fairness)
ต่างประเทศ:

หลายเมืองมี บัตรวันเดียว (day pass) นั่งได้ไม่จำกัด
นักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้พิการได้ส่วนลดหรือฟรี
ระบบเก็บค่าโดยสารแบบเป็นธรรม: ยิ่งนั่งไกล ยิ่งจ่ายแพง แต่โปร่งใส
ไทย:

ราคารถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ สูงเทียบเท่ารายได้เฉลี่ยของคนเมือง
ไม่มีบัตรแบบรายวัน/รายเดือนที่จ่ายครั้งเดียวจบ
ระบบข้ามสาย (interchange) ต้องจ่ายซ้ำ ทั้งที่นั่งในเมืองเดียวกัน

4. การเข้าถึง (Accessibility)
ต่างประเทศ:

ลิฟต์ บันไดเลื่อน พื้นต่างระดับ รองรับคนพิการและผู้สูงอายุครบ
มีเสียงบอกทาง ภาษาหลายภาษา และป้ายดิจิทัล
ระบบขนส่ง = ทุกคนใช้ได้
ไทย:

ยังมีสถานีที่ไม่มีลิฟต์
ป้ายบอกทางมักมีแค่ภาษาไทย
คนพิการยังเข้าถึงระบบขนส่งได้ยากในหลายพื้นที่

ไทยยังต้องเร่งเครื่อง (แต่ไม่ใช่ว่าเราแย่!)
ไทยเริ่มพัฒนาแล้ว เช่น รถไฟฟ้าสายใหม่, รถไฟฟ้าความเร็วสูงที่กำลังสร้าง, และการขยายเส้นทางในต่างจังหวัด
แต่การจะเทียบเท่าระดับโลก ต้องพัฒนาแบบ องค์รวม: โครงสร้างพื้นฐาน + วัฒนธรรมการเดินทาง + เทคโนโลยี + ความยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
"แพ็คเกจจิ้งรักษ์โลก (Green Packaging): เทรนด์ใหม่ที่ลูกค้า Gen Z มองหา (ใช้กระดาษแทนพลาสติก)"
รู้หรือไม่? ลูกค้า Gen Z พร้อมจ่ายแพงขึ้นถ้าแบรนด์ใช้ "Green Packaging" เลิกใช้บับเบิ้ลแล้วหันมาใช้กระดาษรังผึ้งและเทปกาวน้ำ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์รักษ์โลก พร้อมเลือกขนส่งที่ดูแลพัสดุดีเยี่ยมอย่าง BS Express
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
14 ก.พ. 2026
เจาะอนาคต: "รถบรรทุกไร้คนขับ" (Autonomous Trucks) จะพลิกโฉมวงการโลจิสติกส์โลกอย่างไร?
ภาพของรถบรรทุกคันใหญ่ที่วิ่งบนไฮเวย์โดยไม่มีคนนั่งหลังพวงมาลัย อาจเคยเป็นแค่จินตนาการในหนัง Sci-Fi แต่ในปี 2026 นี้ เทคโนโลยี Autonomous Trucks หรือ รถบรรทุกไร้คนขับ กำลังขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ และนี่คือ "Mega Trend" ที่กำลังจะเข้ามาปฏิวัติวงการขนส่งทั่วโลก!
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
14 ก.พ. 2026
ยางหล่อดอก (Retread Tire): ทางเลือกประหยัด หรือ ระเบิดเวลา? เจาะลึกความปลอดภัยฉบับรถบรรทุก
ในวงการโลจิสติกส์ "ยางรถบรรทุก" ถือเป็นต้นทุนสิ้นเปลืองอันดับ 2 รองจากน้ำมันเชื้อเพลิง ยางเส้นใหม่เกรดดีๆ เส้นหนึ่งราคาปาเข้าไปหลักหมื่น ทำให้หลายผู้ประกอบการหันมามองทางเลือกที่ประหยัดกว่าอย่าง "ยางหล่อดอก" (Retread Tire) แต่คำถามตัวโตๆ ที่ลูกค้าเจ้าของสินค้ามักกังวลคือ "มันปลอดภัยจริงเหรอ?" หรือ "ใช้แล้วยางจะระเบิดระหว่างทางไหม?" วันนี้ BS Transport จะพามาไขข้อข้องใจแบบหมดเปลือก ว่ายางหล่อดอกคืออะไร และเรามีมาตรฐานการเลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัยที่สุดครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
14 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ