ถ้าตื่นมาวันหนึ่ง... ไทยเลิกค้าขายกับอเมริกา
อัพเดทล่าสุด: 9 เม.ย. 2025
609 ผู้เข้าชม

1. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
การส่งออกหายไปทันที
สหรัฐฯ คือหนึ่งใน 3 ตลาดส่งออกอันดับต้นๆ ของไทย
ปี 2023 ไทยส่งออกไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาท
หากตัดขาด หมายถึงสูญเสียรายได้เข้าประเทศมหาศาลในทันที
ธุรกิจผู้ผลิตและขนส่งเสียหายหนัก
สินค้าอย่างเสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตเพื่อส่งออกไปอเมริกา จะไม่มีที่ไป
โรงงานบางแห่งอาจต้อง ลดกำลังผลิต-เลิกจ้างแรงงาน
️ 2. ผลกระทบด้านการลงทุนและเทคโนโลยี
การลงทุนจากสหรัฐฯ หยุดชะงัก
บริษัทใหญ่จากอเมริกา เช่น Microsoft, Ford, Amazon ฯลฯ ที่ลงทุนในไทยอาจถอนตัว
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติก็จะสั่นคลอน ไทยอาจถูกมองว่า "เสี่ยง" ทางการเมือง/เศรษฐกิจ
การเข้าถึงเทคโนโลยีล้ำๆ ถูกจำกัด
ซอฟต์แวร์-ฮาร์ดแวร์-ระบบดิจิทัลหลายอย่างของสหรัฐฯ จะถูกตัดออก เช่น Cloud, AI tools, ระบบการเงินบางอย่าง
กระทบทั้งในภาคธุรกิจและการศึกษา
3. ไทยต้อง รีเซ็ตห่วงโซ่อุปทาน ใหม่หมด
ปัจจุบันธุรกิจไทยพึ่งพา วัตถุดิบ นวัตกรรม และตลาดผู้บริโภค จากสหรัฐฯ ในระดับสูง
การเลิกค้าขาย = ต้องหาพาร์ทเนอร์ใหม่ด่วน เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย หรือกลุ่มอาเซียน
แต่การหาตลาดใหม่ใช้ เวลาและต้นทุน สูงมาก
4. ด้านการทูตและภูมิรัฐศาสตร์
ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ไม่ได้มีแค่การค้า ยังครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง, การทหาร, การศึกษา, วัฒนธรรม
การตัดสัมพันธ์ทางการค้าอาจ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ในด้านอื่น เย็นลง อย่างรุนแรง
ไทยอาจถูกจัดอยู่ใน "ประเทศที่ไม่เป็นมิตร" และอาจถูกกีดกันทางการเงินหรือการท่องเที่ยวจากฝั่งตะวันตก
5. แล้วมีข้อดีอะไรไหม?
มีอยู่บ้าง เช่น:
กระตุ้นให้ไทยพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ในด้านนวัตกรรมและการผลิต
ดันให้เกิด ความร่วมมือกับประเทศคู่แข่งของสหรัฐฯ เช่น จีน รัสเซีย อิหร่าน ฯลฯ
โอกาสในตลาดใหม่ บางแห่งที่เคยโดนสหรัฐฯ กีดกัน อาจเปิดให้ไทยแทนที่ได้
แต่ก็ต้องบอกว่า ข้อดีน้อยกว่าข้อเสียมาก
สรุป: ยังไงก็ไม่คุ้ม
การตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ คือการยิงตัวเองที่ขา
เพราะเศรษฐกิจไทยยังพึ่งตลาดสหรัฐฯ อยู่ในหลายด้าน
การ ลดการพึ่งพา อาจพอเป็นไปได้
แต่การ ตัดขาด คงเป็นทางเลือกสุดโต่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เว้นแต่มีความขัดแย้งใหญ่ระดับโลก
การส่งออกหายไปทันที
สหรัฐฯ คือหนึ่งใน 3 ตลาดส่งออกอันดับต้นๆ ของไทย
ปี 2023 ไทยส่งออกไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาท
หากตัดขาด หมายถึงสูญเสียรายได้เข้าประเทศมหาศาลในทันที
ธุรกิจผู้ผลิตและขนส่งเสียหายหนัก
สินค้าอย่างเสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตเพื่อส่งออกไปอเมริกา จะไม่มีที่ไป
โรงงานบางแห่งอาจต้อง ลดกำลังผลิต-เลิกจ้างแรงงาน
️ 2. ผลกระทบด้านการลงทุนและเทคโนโลยี
การลงทุนจากสหรัฐฯ หยุดชะงัก
บริษัทใหญ่จากอเมริกา เช่น Microsoft, Ford, Amazon ฯลฯ ที่ลงทุนในไทยอาจถอนตัว
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติก็จะสั่นคลอน ไทยอาจถูกมองว่า "เสี่ยง" ทางการเมือง/เศรษฐกิจ
การเข้าถึงเทคโนโลยีล้ำๆ ถูกจำกัด
ซอฟต์แวร์-ฮาร์ดแวร์-ระบบดิจิทัลหลายอย่างของสหรัฐฯ จะถูกตัดออก เช่น Cloud, AI tools, ระบบการเงินบางอย่าง
กระทบทั้งในภาคธุรกิจและการศึกษา
3. ไทยต้อง รีเซ็ตห่วงโซ่อุปทาน ใหม่หมด
ปัจจุบันธุรกิจไทยพึ่งพา วัตถุดิบ นวัตกรรม และตลาดผู้บริโภค จากสหรัฐฯ ในระดับสูง
การเลิกค้าขาย = ต้องหาพาร์ทเนอร์ใหม่ด่วน เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย หรือกลุ่มอาเซียน
แต่การหาตลาดใหม่ใช้ เวลาและต้นทุน สูงมาก
4. ด้านการทูตและภูมิรัฐศาสตร์
ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ไม่ได้มีแค่การค้า ยังครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง, การทหาร, การศึกษา, วัฒนธรรม
การตัดสัมพันธ์ทางการค้าอาจ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ในด้านอื่น เย็นลง อย่างรุนแรง
ไทยอาจถูกจัดอยู่ใน "ประเทศที่ไม่เป็นมิตร" และอาจถูกกีดกันทางการเงินหรือการท่องเที่ยวจากฝั่งตะวันตก
5. แล้วมีข้อดีอะไรไหม?
มีอยู่บ้าง เช่น:
กระตุ้นให้ไทยพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ในด้านนวัตกรรมและการผลิต
ดันให้เกิด ความร่วมมือกับประเทศคู่แข่งของสหรัฐฯ เช่น จีน รัสเซีย อิหร่าน ฯลฯ
โอกาสในตลาดใหม่ บางแห่งที่เคยโดนสหรัฐฯ กีดกัน อาจเปิดให้ไทยแทนที่ได้
แต่ก็ต้องบอกว่า ข้อดีน้อยกว่าข้อเสียมาก
สรุป: ยังไงก็ไม่คุ้ม
การตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ คือการยิงตัวเองที่ขา
เพราะเศรษฐกิจไทยยังพึ่งตลาดสหรัฐฯ อยู่ในหลายด้าน
การ ลดการพึ่งพา อาจพอเป็นไปได้
แต่การ ตัดขาด คงเป็นทางเลือกสุดโต่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เว้นแต่มีความขัดแย้งใหญ่ระดับโลก
บทความที่เกี่ยวข้อง
ความเคยชินในงานคลังอาจดูปลอดภัย แต่จริงๆ คืออุปสรรคของการพัฒนา บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าทำไม “ทำแบบเดิม” ถึงอันตราย
12 ก.พ. 2026
วัฒนธรรมเอาตัวรอดในคลังสินค้า ส่งผลอย่างไรต่อระบบและทีมงาน บทความนี้อธิบายว่าทำไมพฤติกรรมเล็กๆ ถึงพังทั้งองค์กรได้
12 ก.พ. 2026
เทคโนโลยีช่วยคลังได้มาก แต่ไม่ใช่ทุกปัญหา บทความนี้ชี้ให้เห็นปัญหาคนในคลังที่ระบบอัตโนมัติหรือซอฟต์แวร์แก้ไม่ได้
12 ก.พ. 2026
Boss Jame ฝ่ายกองรถ

BANKKUNG

