AGV (Automated Guided Vehicles) และ AMR (Autonomous Mobile Robots) คืออะไร?
อัพเดทล่าสุด: 1 เม.ย. 2025
801 ผู้เข้าชม

AGV (Automated Guided Vehicles) คืออะไร?
AGV คือ ยานพาหนะอัตโนมัติที่ใช้ในการขนส่งวัสดุหรือสินค้าในโรงงานและคลังสินค้า โดยระบบ AGV จะเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น แถบแม่เหล็ก เส้นสี หรือเซ็นเซอร์ภายในพื้นอาคาร ระบบนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำและมีโครงสร้างการทำงานที่ตายตัว
ข้อดีของ AGV:
AMR (Autonomous Mobile Robots) คืออะไร?
AMR เป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติที่สามารถนำทางและปรับเปลี่ยนเส้นทางได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาเส้นนำทางตายตัว ระบบ AMR ใช้เทคโนโลยี LiDAR, กล้อง และ AI เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการเคลื่อนที่
ข้อดีของ AMR:
ข้อจำกัดของ AMR:
AGV และ AMR แบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ?
การเลือกใช้ AGV หรือ AMR ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น:
สรุป
AGV และ AMR เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์ AGV เหมาะกับงานที่มีเส้นทางคงที่และต้องการความแม่นยำสูง ในขณะที่ AMR มีความยืดหยุ่นมากกว่าและสามารถนำทางเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างนำทางแบบเดิม ๆ การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของแต่ละองค์กร
เทคโนโลยีทั้งสองกำลังมีบทบาทสำคัญในอนาคตของระบบอัตโนมัติ และจะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในยุคดิจิทัล
AGV คือ ยานพาหนะอัตโนมัติที่ใช้ในการขนส่งวัสดุหรือสินค้าในโรงงานและคลังสินค้า โดยระบบ AGV จะเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น แถบแม่เหล็ก เส้นสี หรือเซ็นเซอร์ภายในพื้นอาคาร ระบบนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำและมีโครงสร้างการทำงานที่ตายตัว
ข้อดีของ AGV:
- มีความแม่นยำสูงในเส้นทางที่กำหนด
- ลดอุบัติเหตุและความผิดพลาดจากมนุษย์
- เหมาะสำหรับการขนส่งที่เป็นเส้นทางซ้ำ ๆ
- ไม่สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางเองได้หากเกิดอุปสรรค
- ต้องลงทุนติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เช่น เส้นนำทางหรือเซ็นเซอร์พิเศษ
AMR (Autonomous Mobile Robots) คืออะไร?
AMR เป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติที่สามารถนำทางและปรับเปลี่ยนเส้นทางได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาเส้นนำทางตายตัว ระบบ AMR ใช้เทคโนโลยี LiDAR, กล้อง และ AI เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการเคลื่อนที่
ข้อดีของ AMR:
- มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้ตามสถานการณ์
- ไม่ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานมากในการติดตั้ง
- สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์และอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น
ข้อจำกัดของ AMR:
- ต้องการการประมวลผลที่ซับซ้อนกว่า AGV
- อาจมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้
AGV และ AMR แบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ?
การเลือกใช้ AGV หรือ AMR ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น:
- หากธุรกิจของคุณต้องการขนส่งสินค้าบนเส้นทางเดิม ๆ และมีความเสถียรสูง AGV อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
- หากต้องการความยืดหยุ่นในการเคลื่อนที่และต้องการให้หุ่นยนต์สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้ AMR จะตอบโจทย์มากกว่า
สรุป
AGV และ AMR เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์ AGV เหมาะกับงานที่มีเส้นทางคงที่และต้องการความแม่นยำสูง ในขณะที่ AMR มีความยืดหยุ่นมากกว่าและสามารถนำทางเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างนำทางแบบเดิม ๆ การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของแต่ละองค์กร
เทคโนโลยีทั้งสองกำลังมีบทบาทสำคัญในอนาคตของระบบอัตโนมัติ และจะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในยุคดิจิทัล
บทความที่เกี่ยวข้อง
เคยมีความคิดแบบนี้แวบเข้ามาในหัวไหมครับ? "จะโอนเงินไปให้ญาติก็ยุ่งยาก ฝากเงินสดใส่ซองไปพร้อมกับลังของกินเลยแล้วกัน ง่ายดี" หรือ "ส่งสร้อยทองไปเซอร์ไพรส์แม่ แอบซ่อนไว้ในกล่องเสื้อผ้า คงไม่มีใครรู้หรอก"
หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยครับ! ✋
แม้บริษัทขนส่งอย่าง BS Transport จะพร้อมดูแลสินค้าของคุณอย่างดีที่สุด แต่สำหรับ "ของมีค่า" ประเภท เงินสด, ทองคำ, เครื่องเพชร หรืออัญมณี นั้นถือเป็น "สินค้าต้องห้าม (Prohibited Items)" ที่บริษัทขนส่งทั่วไป "ไม่รับฝากเด็ดขาด"
หลายท่านอาจสงสัยว่า "ทำไมถึงใจร้ายจัง? แค่ของชิ้นเล็กๆ เอง" วันนี้เราจะมาเปิดเผย 4 เหตุผลเบื้องหลังกฎเหล็กข้อนี้ ที่มีไว้เพื่อปกป้อง "ตัวคุณเอง" ครับ
26 ม.ค. 2026
การทำธุรกิจยุคใหม่ "สินค้าดี" อย่างเดียวไม่พอครับ แต่ "สภาพกล่อง" ตอนถึงมือลูกค้าต้องเนี๊ยบด้วย! สำหรับ SME ที่เริ่มมีออเดอร์เยอะขึ้น การนั่งพับกล่องแล้วแปะเทปกาวใสอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อต้องส่งสินค้าจำนวนมากหรือส่งเข้าห้างสรรพสินค้า (Modern Trade)
วันนี้ BS Transport จะพามาเปิดคัมภีร์อุปกรณ์โกดัง ที่จะช่วยเปลี่ยนจาก "การแพ็คบ้านๆ" ให้กลายเป็น "การแพ็คแบบมืออาชีพ" ลงทุนครั้งเดียวแต่ลดความเสียหายได้ระยะยาว มีอะไรบ้างที่โกดังคุณควรมี? ไปดูกันครับ
26 ม.ค. 2026
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมครับ? "สั่งของมาตุนไว้เยอะเกินไปจนล้นโกดัง เพราะกลัวของขาด" "กะเวลาของเข้าพลาด รถติด ของมาส่งไม่ทัน ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงัก" "ช่วงโปรโมชั่นขายดีมาก แต่สั่งรถขนส่งไม่ทัน เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า"
ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการบริหารจัดการแบบ "ใช้สัญชาตญาณ" (Gut Feeling) ครับ แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่มี "ข้อมูล" (Data) มากที่สุด
วันนี้ BS Transport จะพาคุณไปดูว่า กองเอกสารและประวัติการขนส่งที่คุณมีอยู่ในมือ (ที่เรียกว่า Big Data) สามารถเปลี่ยนเป็น "คัมภีร์" ที่ช่วยให้คุณวางแผนสั่งของล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร?
26 ม.ค. 2026
BS&DC SAI5


