แชร์

สีในแบรนด์ สื่ออารมณ์และตัวตนที่มากกว่าแค่ความสวยงาม

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 12 มี.ค. 2025
612 ผู้เข้าชม

สีในแบรนด์ สื่ออารมณ์และตัวตนที่มากกว่าแค่ความสวยงาม

 

สีสันไม่ได้มีไว้แค่ตกแต่งให้สวยงามเท่านั้น แต่ในโลกของการตลาด สีสันยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารตัวตนของแบรนด์ สร้างอารมณ์ความรู้สึก และดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย มาดูกันว่าสีแต่ละสีสามารถบอกอะไรเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณได้บ้าง:

 

1. สีแดง (Red)

  • สื่อถึง: ความตื่นเต้น พลัง ความเร่งด่วน ความกล้าหาญ ความรัก และความร้อนแรง
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความโดดเด่น กระตุ้นความรู้สึก และสร้างความเร่งด่วน เช่น แบรนด์อาหารจานด่วน แบรนด์กีฬา หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความรักและความหลงใหล

2. สีส้ม (Orange)

  • สื่อถึง: ความสนุกสนาน ความกระตือรือร้น ความคิดสร้างสรรค์ ความอบอุ่น และความเป็นมิตร
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกเป็นกันเอง สดใส และเข้าถึงง่าย เช่น แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก แบรนด์อาหาร หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์

3. สีเหลือง (Yellow)

  • สื่อถึง: ความสุข ความสดใส ความคิดบวก ความหวัง และความมีชีวิตชีวา
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกเชิงบวก สดใส และมีชีวิตชีวา เช่น แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว แบรนด์อาหาร หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์

4. สีเขียว (Green)

  • สื่อถึง: ความสงบ ความเป็นธรรมชาติ ความปลอดภัย การเติบโต และความอุดมสมบูรณ์
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความเป็นธรรมชาติ เช่น แบรนด์อาหารออร์แกนิก แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ

5. สีน้ำเงิน (Blue)

  • สื่อถึง: ความน่าเชื่อถือ ความสงบ ความมั่นคง ความเป็นมืออาชีพ และความไว้วางใจ
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ เช่น แบรนด์ธนาคาร แบรนด์เทคโนโลยี หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความเป็นมืออาชีพ

6. สีม่วง (Purple)

  • สื่อถึง: ความหรูหรา ความลึกลับ ความคิดสร้างสรรค์ ความสง่างาม และความมีอำนาจ
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกหรูหราและมีระดับ เช่น แบรนด์เครื่องสำอาง แบรนด์เครื่องประดับ หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์

7. สีชมพู (Pink)

  • สื่อถึง: ความอ่อนหวาน ความน่ารัก ความอ่อนโยน ความโรแมนติก และความเป็นผู้หญิง
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง หรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกอ่อนหวานและน่ารัก เช่น แบรนด์เครื่องสำอาง แบรนด์เสื้อผ้า หรือแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับเด็กผู้หญิง

8. สีขาว (White)

  • สื่อถึง: ความสะอาด ความบริสุทธิ์ ความเรียบง่าย ความทันสมัย และความสง่างาม
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความสะอาด ความเรียบง่าย และความทันสมัย เช่น แบรนด์เทคโนโลยี แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกสง่างาม

9. สีดำ (Black)

  • สื่อถึง: ความหรูหรา ความลึกลับ ความแข็งแกร่ง ความทันสมัย และความเป็นมืออาชีพ
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความหรูหรา ความทันสมัย และความเป็นมืออาชีพ เช่น แบรนด์แฟชั่น แบรนด์รถยนต์ หรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกแข็งแกร่ง

10. สีเทา (Gray)

  • สื่อถึง: ความเป็นกลาง ความสุขุม ความทันสมัย ความเป็นมืออาชีพ และความน่าเชื่อถือ
  • เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความเป็นกลาง ความทันสมัย และความเป็นมืออาชีพ เช่น แบรนด์เทคโนโลยี แบรนด์รถยนต์ หรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกสุขุม

 

เคล็ดลับ

  • เลือกสีที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย
  • ใช้สีอย่างสม่ำเสมอในทุกช่องทางการสื่อสาร
  • ทดสอบสีกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อดูว่าพวกเขามีความรู้สึกอย่างไร

 

การเลือกใช้สีในแบรนด์เป็นมากกว่าแค่ความสวยงาม แต่เป็นการสื่อสารตัวตนและสร้างความรู้สึกให้กับลูกค้า ดังนั้น การเลือกสีที่เหมาะสมจะช่วยให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและประสบความสำเร็จได้
 
 
 
 
 
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
"สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)"
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"ปิดการขายด้วยความไว: ทำไมการแจ้งเลข Tracking เร็ว ถึงช่วยลดการยกเลิกออเดอร์ได้?"
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
19 ก.พ. 2026
Dark Warehouse: เมื่ออนาคตของคลังสินค้า "ไม่ต้องเปิดไฟ" แต่กำไรสว่างไสว!
เมื่อพูดถึงคำว่า "Dark Warehouse" หรือ "คลังสินค้ามืด" หลายคนอาจนึกถึงโกดังร้างที่น่ากลัว หรือสถานที่เก็บของผิดกฎหมาย... แต่ช้าก่อนครับ! ในโลกโลจิสติกส์ยุค 2026 คำนี้คือสุดยอดนวัตกรรมที่กำลังเนื้อหอมที่สุดในวงการ
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
19 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ