สีในแบรนด์ สื่ออารมณ์และตัวตนที่มากกว่าแค่ความสวยงาม
อัพเดทล่าสุด: 12 มี.ค. 2025
612 ผู้เข้าชม

สีในแบรนด์ สื่ออารมณ์และตัวตนที่มากกว่าแค่ความสวยงาม
สีสันไม่ได้มีไว้แค่ตกแต่งให้สวยงามเท่านั้น แต่ในโลกของการตลาด สีสันยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารตัวตนของแบรนด์ สร้างอารมณ์ความรู้สึก และดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย มาดูกันว่าสีแต่ละสีสามารถบอกอะไรเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณได้บ้าง:
1. สีแดง (Red)
- สื่อถึง: ความตื่นเต้น พลัง ความเร่งด่วน ความกล้าหาญ ความรัก และความร้อนแรง
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความโดดเด่น กระตุ้นความรู้สึก และสร้างความเร่งด่วน เช่น แบรนด์อาหารจานด่วน แบรนด์กีฬา หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความรักและความหลงใหล
2. สีส้ม (Orange)
- สื่อถึง: ความสนุกสนาน ความกระตือรือร้น ความคิดสร้างสรรค์ ความอบอุ่น และความเป็นมิตร
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกเป็นกันเอง สดใส และเข้าถึงง่าย เช่น แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก แบรนด์อาหาร หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์
3. สีเหลือง (Yellow)
- สื่อถึง: ความสุข ความสดใส ความคิดบวก ความหวัง และความมีชีวิตชีวา
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกเชิงบวก สดใส และมีชีวิตชีวา เช่น แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว แบรนด์อาหาร หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์
4. สีเขียว (Green)
- สื่อถึง: ความสงบ ความเป็นธรรมชาติ ความปลอดภัย การเติบโต และความอุดมสมบูรณ์
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความเป็นธรรมชาติ เช่น แบรนด์อาหารออร์แกนิก แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
5. สีน้ำเงิน (Blue)
- สื่อถึง: ความน่าเชื่อถือ ความสงบ ความมั่นคง ความเป็นมืออาชีพ และความไว้วางใจ
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ เช่น แบรนด์ธนาคาร แบรนด์เทคโนโลยี หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความเป็นมืออาชีพ
6. สีม่วง (Purple)
- สื่อถึง: ความหรูหรา ความลึกลับ ความคิดสร้างสรรค์ ความสง่างาม และความมีอำนาจ
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกหรูหราและมีระดับ เช่น แบรนด์เครื่องสำอาง แบรนด์เครื่องประดับ หรือแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์
7. สีชมพู (Pink)
- สื่อถึง: ความอ่อนหวาน ความน่ารัก ความอ่อนโยน ความโรแมนติก และความเป็นผู้หญิง
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง หรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกอ่อนหวานและน่ารัก เช่น แบรนด์เครื่องสำอาง แบรนด์เสื้อผ้า หรือแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับเด็กผู้หญิง
8. สีขาว (White)
- สื่อถึง: ความสะอาด ความบริสุทธิ์ ความเรียบง่าย ความทันสมัย และความสง่างาม
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความสะอาด ความเรียบง่าย และความทันสมัย เช่น แบรนด์เทคโนโลยี แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกสง่างาม
9. สีดำ (Black)
- สื่อถึง: ความหรูหรา ความลึกลับ ความแข็งแกร่ง ความทันสมัย และความเป็นมืออาชีพ
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความหรูหรา ความทันสมัย และความเป็นมืออาชีพ เช่น แบรนด์แฟชั่น แบรนด์รถยนต์ หรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกแข็งแกร่ง
10. สีเทา (Gray)
- สื่อถึง: ความเป็นกลาง ความสุขุม ความทันสมัย ความเป็นมืออาชีพ และความน่าเชื่อถือ
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงความเป็นกลาง ความทันสมัย และความเป็นมืออาชีพ เช่น แบรนด์เทคโนโลยี แบรนด์รถยนต์ หรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างความรู้สึกสุขุม
เคล็ดลับ
- เลือกสีที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย
- ใช้สีอย่างสม่ำเสมอในทุกช่องทางการสื่อสาร
- ทดสอบสีกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อดูว่าพวกเขามีความรู้สึกอย่างไร
การเลือกใช้สีในแบรนด์เป็นมากกว่าแค่ความสวยงาม แต่เป็นการสื่อสารตัวตนและสร้างความรู้สึกให้กับลูกค้า ดังนั้น การเลือกสีที่เหมาะสมจะช่วยให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและประสบความสำเร็จได้
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
19 ก.พ. 2026
เมื่อพูดถึงคำว่า "Dark Warehouse" หรือ "คลังสินค้ามืด" หลายคนอาจนึกถึงโกดังร้างที่น่ากลัว หรือสถานที่เก็บของผิดกฎหมาย... แต่ช้าก่อนครับ! ในโลกโลจิสติกส์ยุค 2026 คำนี้คือสุดยอดนวัตกรรมที่กำลังเนื้อหอมที่สุดในวงการ
19 ก.พ. 2026
BANKKUNG


