แชร์

รวมวิธี ประหยัดพลังงาน ในออฟฟิศ ทำได้ไม่ยาก

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)
อัพเดทล่าสุด: 6 มี.ค. 2025
155 ผู้เข้าชม
ออฟฟิศเป็นสถานที่รวมตัวของคนวัยทำงาน และแน่นอนว่าการทำงานในออฟฟิศย่อมมีการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิด ที่ส่งผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งตามมาด้วยค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้น หนีไม่พ้น.. ว่าผลที่ตามมาคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมในแง่ลบอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย
 
การช่วยกัน ประหยัดพลังงาน มีใจสาณารณะที่อยากจะช่วยโลกให้น่าอยู่มากขึ้น การมาช่วยกันรณรงค์เพื่อการประหยัดพลังงานในออฟฟิศ หรือในที่ทำงาน นับเป็นทางเลือกที่ดีมาก ๆ ที่จะช่วยดูแลโลกของเราให้น่าอยู่มากขึ้น
 
7 วิธี ประหยัดพลังงาน ในออฟฟิศ เซฟค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน
1. ปิดสวิทซ์ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังการใช้งาน
การปิดสวิทซ์และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังการใช้งานทุกประเภทจะเป็นกุญแจสำคัญที่สามารถประหยัดพลังงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะการเปิดสวิทซ์หรือถอดปลั๊กไว้ตลอดเวลาก็เท่ากับว่าคุณกำลังใช้ไฟอยู่ ค่าไฟก็จะพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ที่ต่อให้แม้จะปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็ตาม ถึงจะ ประหยัดพลังงาน ได้บ้าง แต่ไม่สามารถปิดการใช้งานได้ทั้งหมดนั่นเอง
 
 
2. ใช้หลอดไฟ LED ในการให้ความสว่าง
การเลือกใช้หลอดไฟ LED ที่มีความสว่างแบบแสงสีขาว จะสามารถให้ความสว่างได้มากกว่าปกติกว่าหลอดไฟชนิดอื่นๆ ที่สำคัญตัวหลอดไฟยังผลิตมาเพื่อประหยัดพลังงานโดยเฉพาะ ดังนั้นออฟฟิศของคุณหากต้องการประหยัดค่าไฟที่สามารถประหยัดได้มาก การเลือกใช้หลอดไฟชนิดนี้เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ในส่วนของด้านความปลอดภัยหรือการพังเสียหายมีโอกาสน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับหลอดไฟชนิดอื่น ๆ
 
 
3. เดินขึ้น ลงบันได้ 1-2 ชั้น แทนการใช้ลิฟต์
การขึ้นลงบันได 1 2 ชั้น แทนการใช้ลิฟต์ก็สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้อีกรูปแบบหนึ่ง เพราะลิฟต์จะมีฟังก์ชันการใช้งานส่วนใหญ่คือกดใช้งานหนึ่งครั้งก็ค่าไฟสามารถขึ้นได้ 1 ที และระหว่างที่ไม่มีใครใช้งานตัวลิฟต์ก็จะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานได้ ดังนั้นการขึ้นลงเพียงชั้นเดียวและทำบ่อย ๆ จะทำให้ค่าไฟสูงขึ้นมาก ดังนั้นการเดินขึ้นลงบันไดแทนจึงเป็นทางออกที่ดี


4. ปรับแอร์ที่อุณหภูมิ 25 26 องศา 
การปรับแอร์ที่อุณหภูมิ 25 26 องศา ตามคำแนะนำของกรมไฟฟ้าจะสามารถประหยัดพลังงาน หรือประหยัดพลังงานได้จำนวนมหาศาล และถ้าออฟฟิศของคุณต้องการควบคุมอุณหภูมิที่สามารถเหมาะกับคนหลาย ๆ คนได้ คือไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป การเลือกปรับแอร์ที่อุณหภูมิที่ 25 26 องศา ถือว่าเป็นอะไรที่ดีที่สุด เพราะบางคนหากปรับแอร์ที่อุณหภูมิที่ 22 23 องศาก็จะเริ่มหนาวแล้วนั่นเอง
 


5. ทุกพักเที่ยง ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเสมอ
ทุกพักเที่ยงปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเสมอ เพื่อเป็นการพักการใช้งานไม่ให้ทำงานหนักเกินไป ไม่ว่ะจะเป็นไฟในที่ทำงาน แอร์ในที่ทำงาน คอมพิวเตอร์ในที่ทำงาน เป็นต้น เพราะถ้าหากเปิดต่อเนื่องจะยิ่งทำให้ค่าไฟสูงมากขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานหนักมากขึ้น ซึ่งอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้อาจจะลดลงได้ ดังนั้นเมื่อพักเที่ยงอย่างน้อยก็ควรปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าสัก 1 ชั่วโมง ถือว่าเป็นเวลาที่กำลังดีในการพัก

6. เข้างานตรงเวลา เลิกงานตรงเวลา
ใครหลายคนอาจจะสงสัยว่าการเข้างานตรงเวลา เลิกงานตรงเวลาจะสามารถประหยัดพลังงานได้อย่างไร ต้องบอกเลยว่าสามารถประหยัดพลังงานได้มหาศาล เพราะการเข้างานตรงเวลาเท่ากับว่าเราจะเปิดแอร์ เปิดไฟ เปิดคอมพิวเตอร์ในเวลาเริ่มงานพร้อม ๆ กัน ก็คือมีการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และเมื่อถึงเวลาเลิกงานก็ปิดพร้อม ๆ กัน ก็จะช่วยประหยัดค่าไฟ ลองนึกภาพถ้าหากบริษัทมีการทำล่วงเวลาไฟก็ต้องเปิด แอร์ก็ต้องเปิดเพื่อคนไม่กี่คน ทำให้ค่าไฟสูงขึ้นมาได้นั่นเอง
 
7. เคลียร์ของในตู้เย็นออกสม่ำเสมอ
บางออฟฟิศจะมีตู้เย็นให้พนักงานแช่ของไว้ทาน ซึ่งส่วนมากพนักงานก็มักจะเอาของมาแช่สุดท้ายแล้วลืมทานจนเน่าไปเลยก็มี และก็จะเอาของใหม่ ๆ เข้าแทรกเรื่อย ๆ ยิ่งของแน่นเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ตู้เย็นทำงานหนัก จนส่งผลให้ค่าไฟพุ่งได้อย่างไม่รู้ตัว วิธีการแก้คือให้เขียนชื่อเจ้าของของในตู้เย็น พอถึงวันหมดอายุก็ให้เคลียร์ออก ทำแบบนี้เรื่อยๆ ตู้เย็นก็จะไม่แน่นจนเกินไป และจะสามารถ ประหยัดพลังงาน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
BY : Jim
ที่มา : https://pwat.co.th/general/saving-energy-work-environment/
 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Soft Skills ปี 2025: ทักษะที่ AI แย่งคุณไม่ได้ สร้างความได้เปรียบในยุคอัจฉริยะ
รู้หรือไม่ครับว่า ยังมีทักษะสำคัญบางอย่างที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบหรือทดแทนได้ นั่นก็คือ "Soft Skills" หรือ "ทักษะทางอารมณ์และสังคม" นั่นเองครับ
ออกแบบโลโก้__5_.png BANKKUNG
19 เม.ย. 2025
แนวคิดในการทำงานของคนรุ่นใหม่: การทำงานที่มากกว่าค่าตอบแทน
ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โลกของการทำงานก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกับ "คนรุ่นใหม่" หรือที่หลายคนเรียกว่า "Gen Y" และ "Gen Z" ที่มีแนวคิดและค่านิยมในการทำงานแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด การทำงานไม่ได้หมายถึงแค่การหาเลี้ยงชีพอีกต่อไป แต่คือการแสวงหาความหมาย ความพอใจ และการเติบโตทั้งในระดับส่วนตัวและระดับอาชีพ
Blue_and_Pink_Retro_Illustrative_Great_Square_Pillow.png BS Rut กองรถ
19 เม.ย. 2025
การจัดการพนักงานเจนใหม่ : เข้าใจ เข้าถึง และสร้างแรงจูงใจ
การจัดการพนักงานเจนใหม่ : เข้าใจ เข้าถึง และสร้างแรงจูงใจ
Notify.png พี่ปี
18 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ