แชร์

ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) คืออะไร ฉบับอธิบายเข้าใจง่าย

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(ฝ่ายวางแผน)
อัพเดทล่าสุด: 22 ก.พ. 2025
2297 ผู้เข้าชม
ตัวอย่างห่วงโซ่อุปทาน เช่น ทอง กว่าจะมาเป็นสร้อยทอง ก็ต้องมีการขุดทองออกมาเป็นวัตถุดิบ นำมาเจียระไน ส่งมากระจายตามร้านทองต่าง ๆ และมีผู้ซื้อทองมาซื้อไปใส่ไปเป็นของขวัญ, ผลไม้กระป๋อง เริ่มต้นจากการปลูกผลไม้ นำมาแช่อิ่ม ตากแห้ง และเข้าโรงงานอัดใส่กระป๋อง กระจายมาแบบค้าส่ง ต่อมาด้วยค้าปลีกและท้ายสุดที่ผู้บริโภค เป็นต้น
    เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น จะสามารถอธิบายกระบวนการของห่วงโซ่อุปทานได้ดังภาพ


    ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) คือ สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นฟังก์ชัน เป็นกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับการไหล (Flow) และการแปลงสภาพ (Convert) สินค้าและบริการจากวัตถุดิบไปจนถึงมือลูกค้า โดยวัตถุประสงค์ของกลุ่มกระบวนการคือ ทำเพื่อจัดหา, ผลิต และจัดส่งสินค้า (Provide, Manufacture, Delivery) ดังนั้นจะเห็นว่าการขนส่ง (Logistics) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน
    บางครั้งห่วงโซ่อุปทานก็จะถูกเรียกว่า โซ่คุณค่า (Value Chain) เป็นแนวคิดที่มีการเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าหรือบริการในขณะที่เคลื่อนไปในโซ่อุปทาน การสร้างโซ่คุณค่านี้มักจะใช้กับกิจกรรมภายในองค์กรและลูกค้ามักจะไม่ทราบถึงกิจกรรมเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ร้านค้าออนไลน์ได้รับสินค้ามาจากประเทศจีนโดยเป็นผู้นำด้านต้นทุนราคาที่ถูกที่สุด (Cost Leadership) เมื่อเทียบกับร้านค้าที่ขายสินค้าเดียวกัน ร้านนี้ก็สามารถลดราคาลงได้อีก เนื่องจากต้นทุนถูกมาก เป็นต้น
    ร้านค้าย่อมต้องการโซ่อุปทานที่ดี มีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำอยู่แล้ว ดังนั้นตารางนี้จะแสดงถึงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ


การจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)
    ผู้จัดการโซ่อุปทาน (SC Manager) จะเป็นผู้ที่บริหารจัดการโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการจัดการโซ่อุปทานดังนี้
1.การรวมความเสี่ยง (Risk Pooling)
    ความเสี่ยงจะถูกรวมอยู่ในที่เดียวกันเพื่อลดความเสี่ยงของแต่ละตัว เช่น การรวมสินค้ามาอยู่ในแหล่งเดียวกันในคลังเดียว, ลดจำนวนชิ้นส่วนให้เป็นชิ้นเดียวและสามารถทำงานได้เหมือนกัน, ออกแบบการผลิตให้ให้ยืดหยุ่นผลิตได้หลายอย่าง เช่น ผลิตครีมออนไลน์สามารถเปลี่ยนกลิ่นได้ เติมวิตามิน C E ได้

2.การหน่วงเวลา (Postponement)
    ออกแบบสินค้าให้สามารถเลื่อนการสร้างความแตกต่างของสินค้าได้จนกระทั่งเราทราบความต้องการของลูกค้า ตัวอย่างเช่น การขายลิปสติกแบบจิ้มจุ่มให้มีสีหลัก 5 สี และเมื่อปล่อยสินค้าออกสู่ตลาดแล้วลูกค้าต้องการสีอื่นเพิ่มก็สามารถผสมสีจาก 5 สีนี้ ให้กลายเป็นสีใหม่อีก 20 สีได้

3.การตอบสนองเร็ว (Quick Response)
ร่วมกันระหว่างผู้ค้าส่งและค้าปลีกให้มีการปรับปรุงให้ส่งไวขึ้น เติมสินค้าไวขึ้น หรือมีการทราบข้อมูล Demand และเตรียมการล่วงหน้าได้อย่างไว

4.การบริหารสินค้าคงคลังโดยผู้ขาย (Vondor-Managed Inventory: VMI)
  มีการแบ่งปันข้อมูลที่ได้จากระบบ POS (Point Of Sales) และผู้ขายส่งเตรียมข้อมูลให้ผู้ค้าปลีกเลย โดยที่ไม่ต้องมีการสั่ง (Order) 

5.การวางแผน การพยากรณ์และการเติมเต็มสินค้าด้วยความร่วมมือกัน (Collaborative Planning, Forecasting, Replenishment : CPFR)
     เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทมากกว่า 1 บริษัท มีการมาพยากรณ์ Demand ร่วมกัน และใช้แผนการเดียวกันนี้กับทั้งโซ่อุปทาน โดยจะใช้ข้อมูลเหล่านี้
    - ยอดขายในอดีต
    - ข้อมูล ณ จุดขาย (POS)
    - ระดับสินค้าคงคลังที่เหลือในมือ
    - ตารางเวลาการส่งเสริมการขาย

BY : Tonkla

ที่มา : ourpoint.co


บทความที่เกี่ยวข้อง
"ใบกำกับสินค้า vs ใบส่งของ vs ใบวางบิล: มือใหม่หัดส่งต้องแยกให้ออก (ใครเซ็นช่องไหน?)"
ส่งของไปแล้ว แต่เก็บเงินไม่ได้เพราะเอกสารผิด? มาเคลียร์ให้ชัดระหว่าง ใบส่งของ (DO), ใบแจ้งหนี้ (Invoice) และ ใบวางบิล เอกสารไหนใช้ตอนไหน ใครต้องเป็นคนเซ็นรับ สรุปจบในโพสต์เดียว
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
22 ม.ค. 2026
เรื่องเล็กที่อันตรายใหญ่หลวง! "ดอกยางรถบรรทุกสึก" ส่งผลต่อระยะเบรกและความปลอดภัยสินค้าของคุณอย่างไร?
คุณเคยสังเกต "ล้อรถบรรทุก" เวลาจอดติดไฟแดงข้างๆ ไหมครับ? สำหรับคนทั่วไป มันก็แค่ก้อนยางสีดำก้อนใหญ่ๆ แต่สำหรับวงการโลจิสติกส์แล้ว "ยางรถยนต์" คือเส้นด้ายบางๆ ที่กั้นขวางระหว่าง "ความปลอดภัย" กับ "หายนะ" หลายคนอาจคิดว่าอุบัติเหตุเกิดจากคนขับหลับในหรือขับเร็ว แต่สถิติที่น่าตกใจคือ อุบัติเหตุจำนวนมากเกิดจากสภาพรถที่ไม่พร้อม โดยเฉพาะ "ดอกยางที่สึกโล้น" วันนี้ BS Transport จะพามาเจาะลึกว่า ทำไมสภาพยางถึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ไม่ควรมองข้าม และมันส่งผลกระทบต่อสินค้าในตู้บรรทุกของคุณอย่างไร?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
22 ม.ค. 2026
The Power of Word of Mouth: ทำอย่างไรให้ลูกค้า "บอกต่อ" จนเป็นกระแสโดยไม่ต้องจ้าง Influencer
วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับว่า ทำอย่างไรให้สินค้าและบริการของคุณดีจนลูกค้าทนไม่ไหว ต้องรีบไปสะกิดเพื่อนให้มาซื้อตาม โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินจ้าง Influencer สักบาทเดียว!
ร่วมมือ.jpg Contact Center
22 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ