อุบัติเหตุจากการทำงานกับรถโฟล์คลิฟท์
อัพเดทล่าสุด: 18 ก.พ. 2025
1253 ผู้เข้าชม

รถโฟล์คลิฟท์เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเคลื่อนย้ายของหนักและวัตถุแต่ความปลอดภัยของรถโฟล์คลิฟท์ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากคุณปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างปลอดภัยก็จะไม่มีการเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายแต่อย่างใด เบื้องต้นคือการศึกษาข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจว่าอุบัติเหตุจากรถโฟล์คลิฟท์ที่อาจเกิดขึ้นเป็นอย่างไร และเรียนรู้วิธีป้องกันเพื่อรักษาความปลอดภัยขณะใช้งานรถโฟล์คลิฟท์ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด
รถโฟล์คลิฟท์เป็นส่วนสำคัญของการขนส่งหรือเคลื่อนย้ายสินค้าขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้มีความง่ายขึ้นสำหรับโรงงานและผู้ปฏิบัติงานทั่วโลก แต่กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานใช้งานอย่างไม่เหมาะสม รถโฟล์คลิฟท์อาจเป็นอันตรายต่อผู้ขับและผู้ปฏิบัติงานโดยรอบได้เช่นกัน
สถิติของรถโฟล์คลิฟท์ที่มีรายละเอียดการบาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างรุนแรงนั้นเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ซึ่งมีรายงานอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ประมาณ 888,220 ครั้งระหว่างปี 2554 ถึง 2562 โดยอุบัติเหตุจากรถยกทำให้มีผู้ปฏิบัติงานเสียชีวิต 79 รายและบาดเจ็บ 8,140 รายในปี 2562
สาเหตุอันตรายจากรถโฟล์คลิฟท์
-การยกสินค้าสูงเกินกำหนด อาจทำให้สินค้าหล่นทับคนขับรถหรือผู้ปฏิบัติงานที่อยู่บริเวณนั้นได้
-โฟล์คลิฟท์พลิกคว่ำ เมื่อขับรถเร็วหรือน้ำหนักไม่สมดุล
-การชนหรือทับจนอาจเสียชีวิตได้ คนขับโฟล์คลิฟท์มองไม่เห็นผู้ปฏิบัติงานที่เดินอยู่
-ผู้ปฏิบัติงานอาจตกจากที่สูง หากขึ้นไปยืนบนงาของโฟล์คลิฟท์
-อุบัติเหตุชนกัน ไม่มีการกำหนดเส้นทางของโฟล์คลิฟท์หรือมีแต่ไม่เหมาะสม
-โฟล์คลิฟท์พลิกคว่ำ เมื่อขับรถเร็วหรือน้ำหนักไม่สมดุล
-การชนหรือทับจนอาจเสียชีวิตได้ คนขับโฟล์คลิฟท์มองไม่เห็นผู้ปฏิบัติงานที่เดินอยู่
-ผู้ปฏิบัติงานอาจตกจากที่สูง หากขึ้นไปยืนบนงาของโฟล์คลิฟท์
-อุบัติเหตุชนกัน ไม่มีการกำหนดเส้นทางของโฟล์คลิฟท์หรือมีแต่ไม่เหมาะสม
มาตรการเพื่อความปลอดภัย
-กำหนดเส้นทาง/ตีเส้นทางเดินรถยก
-จัดให้มีป้ายเตือนอันตรายทุกทางแยกหรือทางโค้งที่รถยกต้องสัญจร
-สื่อสารเกี่ยวกับความหมายของป้ายเตือนอันตราย สีของเส้นทางในบริเวณต่างๆ เเละขั้นตอนการปฏิบัติงานกับรถยกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบ
-ใช้อุปกรณ์ Logout/Tagout เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องใช้รถยก
-ใช้อุปกรณ์คลุมพวงมาลัยเเละใส่กุญเเจเมื่อจำเป็น เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องใช้รถยก
-กำหนดเส้นทาง/ตีเส้นทางเดินรถยก
-จัดให้มีป้ายเตือนอันตรายทุกทางแยกหรือทางโค้งที่รถยกต้องสัญจร
-สื่อสารเกี่ยวกับความหมายของป้ายเตือนอันตราย สีของเส้นทางในบริเวณต่างๆ เเละขั้นตอนการปฏิบัติงานกับรถยกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบ
-ใช้อุปกรณ์ Logout/Tagout เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องใช้รถยก
-ใช้อุปกรณ์คลุมพวงมาลัยเเละใส่กุญเเจเมื่อจำเป็น เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องใช้รถยก
ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานขับรถยก
-ต้องขับโดยผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือมีหน้าที่ในการขับเท่านั้น
-ในขณะที่กำลังขับรถโฟล์คลิฟท์ ห้ามผู้อื่นโดยสารไปบนรถด้วยเด็ดขาด
-ก่อนใช้งาน ต้องมีการตรวจสภาพรถทุกครั้ง ทั้งสภาพภายนอก ระบบบังคับการ และระบบห้ามล้อ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
-หากต้องยกของที่มีขนาดใหญ่กว่าช่วงงารถยก ต้องมัดของกับรถด้วยทุกครั้ง
-หากต้องขับลงทางลาด ควรใช้เกียร์ต่ำ
-ห้ามบรรทุกของที่หนักเกินพิกัด หรือน้ำหนักที่กำหนดไว้ และห้ามบรรทุกของที่มีความสูงเกินไป เพราะอาจบังวิสัยทัศน์ของผู้ขับได้
-ห้ามยกของหรือบรรทุกของเกินอัตราพื้นที่ที่กระดานทางลาดจะรับน้ำหนักไหว
-พนักงานขับต้องสวมหมวกนิรภัย
-รถต้องมีหลังคาโครงเหล็กปกคลุมเหนือตัวคนขับ เพื่อป้องกันของตกใส่จากที่สูง
-ผู้ขับต้องสำรวจเส้นทางให้แน่ใจว่าเส้นทางนั้นมีความกว้างเพียงพอที่จะผ่านไปได้ และไม่มีอะไรกีดขวางหรือไม่
-ก่อนจะเคลื่อนรถ ต้องยกงาให้พ้นจากพื้นไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร และในขณะที่รถวิ่ง ระดับงาต้องสูงกว่าระดับพื้นไม่เกิน 30 เซนติเมตร พร้อมทั้งยกปลายงาเข้าหาคนขับ เพื่อป้องกันวัตถุที่ยกไหลตกลงมา
-เมื่อเลิกใช้งาน ต้องปล่อยให้งาลงต่ำแตะพื้น ในลักษณะขนานกับพื้น แล้วจึงดับเครื่อง
-ห้ามดึงล้อมือ ถ้าจอดในที่ลาดเอียงต้องใช้ไม้หมอนยันล้อไว้ เพื่อป้องกันรถไหล
-เมื่อรถถอยหลัง ต้องให้สัญญาณเสียงและไฟกระพริบ
-ควรปรับความกว้างของงาให้กว้างที่สุด และพอเหมะกับพื้นรองยก เพื่อไม่ให้วัสดุเอียงตก และเป็นการกระจายน้ำหนัก
-การสอดงา ควรให้งาทั้งสองห่างจากศูนย์กลางพื้นรองยกเท่ากัน
-หากต้องใช้รถในที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือเวลากลางคืน ต้องจัดให้มีไฟส่องทางข้างหน้า และรอบบริเวณทำงาน
-ในขณะที่กำลังขับรถโฟล์คลิฟท์ ห้ามผู้อื่นโดยสารไปบนรถด้วยเด็ดขาด
-ก่อนใช้งาน ต้องมีการตรวจสภาพรถทุกครั้ง ทั้งสภาพภายนอก ระบบบังคับการ และระบบห้ามล้อ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
-หากต้องยกของที่มีขนาดใหญ่กว่าช่วงงารถยก ต้องมัดของกับรถด้วยทุกครั้ง
-หากต้องขับลงทางลาด ควรใช้เกียร์ต่ำ
-ห้ามบรรทุกของที่หนักเกินพิกัด หรือน้ำหนักที่กำหนดไว้ และห้ามบรรทุกของที่มีความสูงเกินไป เพราะอาจบังวิสัยทัศน์ของผู้ขับได้
-ห้ามยกของหรือบรรทุกของเกินอัตราพื้นที่ที่กระดานทางลาดจะรับน้ำหนักไหว
-พนักงานขับต้องสวมหมวกนิรภัย
-รถต้องมีหลังคาโครงเหล็กปกคลุมเหนือตัวคนขับ เพื่อป้องกันของตกใส่จากที่สูง
-ผู้ขับต้องสำรวจเส้นทางให้แน่ใจว่าเส้นทางนั้นมีความกว้างเพียงพอที่จะผ่านไปได้ และไม่มีอะไรกีดขวางหรือไม่
-ก่อนจะเคลื่อนรถ ต้องยกงาให้พ้นจากพื้นไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร และในขณะที่รถวิ่ง ระดับงาต้องสูงกว่าระดับพื้นไม่เกิน 30 เซนติเมตร พร้อมทั้งยกปลายงาเข้าหาคนขับ เพื่อป้องกันวัตถุที่ยกไหลตกลงมา
-เมื่อเลิกใช้งาน ต้องปล่อยให้งาลงต่ำแตะพื้น ในลักษณะขนานกับพื้น แล้วจึงดับเครื่อง
-ห้ามดึงล้อมือ ถ้าจอดในที่ลาดเอียงต้องใช้ไม้หมอนยันล้อไว้ เพื่อป้องกันรถไหล
-เมื่อรถถอยหลัง ต้องให้สัญญาณเสียงและไฟกระพริบ
-ควรปรับความกว้างของงาให้กว้างที่สุด และพอเหมะกับพื้นรองยก เพื่อไม่ให้วัสดุเอียงตก และเป็นการกระจายน้ำหนัก
-การสอดงา ควรให้งาทั้งสองห่างจากศูนย์กลางพื้นรองยกเท่ากัน
-หากต้องใช้รถในที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือเวลากลางคืน ต้องจัดให้มีไฟส่องทางข้างหน้า และรอบบริเวณทำงาน
BY : Jim
: https://www.safesiri.com/forklift-accident/
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
20 ก.พ. 2026
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
19 ก.พ. 2026
นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)


