แชร์

5 เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์สำหรับประเทศไทย

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)
อัพเดทล่าสุด: 19 ก.พ. 2025
857 ผู้เข้าชม
ในยุคที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแข่งขันที่เข้มข้น และความต้องการสินค้าของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบโลจิสติกส์จึงเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะระบบโลจิสติกส์นั้นมีส่วนร่วมในการพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปได้ไกลกว่าเดิม (เจดับเบิ้ลยูดี, 2565) โดยระบบโลจิสติกส์ครอบคลุมถึงทุกกิจกรรมที่เป็นการเคลื่อนย้ายจากจุดต้นกำเนิดไปยังจุดปลายทาง ไม่ว่าจะเป็น การหาวัตถุดิบ การคัดเลือกบรรจุภัณฑ์ การผลิต การบริหารคลังสินค้า การกระจายสินค้า รวมไปถึงการบริการลูกค้า ซึ่งทุกขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นต้นทุนในการบริหารกิจการทั้งสิ้น (logistplus, 2565) ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ทั้งเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานจากเดิมที่ใช้ระบบ Manual ซึ่งทำให้เกิดความผิดพลาดและความล่าช้า อีกทั้งยังมีจัดการข้อมูลที่ไม่เป็นระบบ ด้วยเหตุนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้เป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว การส่งสินค้าถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยในปริมาณที่ครบถ้วน สภาพสมบูรณ์และตรงตามเวลาที่กำหนด สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาอยู่ตลอด และยังเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายตลาดในประเทศ และต่างประเทศได้มากขึ้น (TOT, 2565)
 
จากที่กล่าวไปข้างต้นระบบโลจิสติกส์ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปเป็นอย่างมากจากในอดีต เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ โดยประเทศไทยนั้นควรที่จะมีการสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของระบบโลจิสติกส์ในประเทศให้เท่าเทียมกับนานาประเทศได้ในอนาคต โดยมีเทคโนโลยีที่หลากหลายที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยได้ดังต่อไป
 
5 เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์สำหรับประเทศไทย
1. Artificial Intelligence หรือ AI คือ เทคโนโลยีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเข้ามาควบคุมการทำงาน โดย AI ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในงานด้านระบบโลจิสติกส์ ตั้งแต่การวางแผน การจัดการคลังสินค้า รวมไปถึงกระบวนการอื่นในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยอย่างแรกที่เราพบบ่อยก็คือ AI จะเข้ามาทำงานในลักษณะงานซ้ำ ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น งานคีย์ข้อมูล เป็นต้น โดยเป็นการลดระยะเวลาการทำงาน ส่งผลให้ทั้งกระบวนการในห่วงโซ่อุปทานดีขึ้น และช่วยให้ลูกค้ามีความพึงพอใจในการเข้ารับบริการมากขึ้นตามไปด้วย

2. Conversational systems หรือ แชทบอท (Chatbot) คือ บอทที่ช่วยตอบคำถามของลูกค้า รวมไปถึงสามารถเรียนรู้เองได้เรื่อย ๆ ยิ่งมีลูกค้าเข้ามาคุยด้วยมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งตอบคำถามลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้บอทยังสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ ได้อีกด้วยเช่นเดียวกัน เช่น การชำระค่าสินค้าหรือบริการ การตรวจสอบสถานะสินค้า การยืนยันคำสั่งซื้อ หรือ แม้แต่การคีย์ข้อมูลโดยอัตโนมัติ สามารถช่วยลดภาระของคนได้มาก อีกทั้งยังนำไปสู่การเพิ่มความพึงพอใจและความภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้า

3. Real-Time Supply Chain Visibility คือ การเข้าถึงข้อมูลห่วงโซ่อุปทานแบบเรียลไทม์ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้บริษัทที่ทำธุรกิจขนส่งสามารถเข้าถึงข้อมูลของระบบโลจิสติกส์ที่มีการอัพเดตได้ตลอดเวลา เช่น ข้อมูลการเคลื่อนย้ายสินค้า รูปแบบของการจราจร สภาพอากาศ สภาพการเดินทางขนส่ง และสภาพถนน โดยเมื่อพบปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางขนส่งสินค้า ก็จะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวางแผนการเดินทางขนส่งให้รวดเร็วได้ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์จาก Internet of Things Sensor (IoT) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามพัสดุ โดยจะมีการติดตั้งเครื่องมือ IoT บนพัสดุเพื่อให้ทางคลังสินค้าสามารถติดตามสินค้า หรือดูการจราจรผ่านระบบ Cloud Services ได้ตลอดเวลา ระบบนี้จึงช่วยให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว จากการวิเคราะห์และคาดการณ์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังช่วยผู้ดูแลระบบสามารถปรับเปลี่ยนและจัดการทัศนวิสัยในโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้อยู่ตลอดเวลา
 
4. Augmented Reality (AR) เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง (Real world) กับโลกเสมือน (Virtual world) มาช่วยให้ระบบการจัดการสินค้าคงคลังมีความแม่นยำและชัดเจนในการตรวจสอบมากขึ้น เนื่องจากเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของกระบวนการคลังสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการจัดส่งสินค้าจะใช้เวลาการส่งมอบโดยเร็วที่สุด ระบบการจัดการสินค้าคงคลังจึงควรเป็นระบบที่มีความชัดเจน มีความแม่นยำสูง โดยเทคโนโลยี AR ได้เข้ามาช่วยในการแสดงภาพของเค้าโครงคลังสินค้าในระหว่างกระบวนการทำงาน ซึ่งคุณสมบัติหลักของ AR ในระบบโลจิสติกส์อยู่ 4 อย่าง คือ
 
-Warehouse operations เพื่อใช้ในการหยิบจับสินค้าในคลังสินค้าและตรวจสอบปริมาณสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

-Transportation optimization เพื่อช่วยให้พนักงานขนส่งทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถช่วยตรวจสอบความถูกต้องของการขนส่ง การโหลดสินค้าได้

-Drop-offs optimization เพื่อระบุตำแหน่งสินค้าในรถขนส่งได้อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการค้นหากล่องสินค้าหรือออเดอร์ Enhanced value-added services เพื่อช่วยในการออกแบบบริการใหม่ ๆ ให้แก่บริษัท

5. Predictive Analytics คือ การวิเคราะห์แบบพยากรณ์หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย เพื่อดูแนวโน้มว่าอนาคตอาจจะเกิดอะไรขึ้น โดยใช้ข้อมูลแบบจำลองทางสถิติ หรือ AI (เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์) มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การคาดเดาสินค้าหรือบริการที่จะทำกำไรได้ในอนาคต การคาดเดากลุ่มลูกค้าในอนาคต การคาดการณ์ยอดขายในอีก 2 ปีข้างหน้า เป็นต้น โดยการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้มักออกมาในรูปแบบของกราฟเป็นหลัก ผ่านเครื่องมือคาดการณ์ที่ใช้ข้อมูลเป็นแหล่งอ้างอิง ส่งผลให้สามารถทำนายสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้สามารถวางแผนแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทันเวลา และทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น          
สำหรับบทบาทของภาครัฐในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยนั้น ภาครัฐควรเข้ามามีส่วนช่วยในการจัดการข้อมูล โดยอาจมีการสนับสนุนให้มีการจัดทำข้อมูลในระดับ Big Data เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์หาแนวทางในการพัฒนาด้านระบบโลจิสติกส์ โดยข้อมูลที่ทางภาครัฐควรจะนำมาประกอบนั้นมีด้วยกันหลายมิติ เช่น ข้อมูลปริมาณการขนส่งสินค้าในแต่ละเส้นทาง ลักษณะการจราจรในเส้นทางการขนส่งแต่ละสาย ข้อมูลปริมาณการจราจรในแต่ละช่วงเวลา เป็นต้น โดยวิธีการเก็บข้อมูลควรจะเป็นการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วย อย่างเช่น การใช้กล้องตรวจจับปริมาณรถ ระบบ GPS ในรถขนส่ง เป็นต้น
 
การนำเทคโนโลยีมาใช้กับระบบโลจิสติกส์ในประเทศไทยนั้นจะสามารถช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการส่งมอบสินค้าและบริการ รวมไปถึงการขนส่งของสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ อีกทั้งสามารถช่วยให้ต้นทุนในระบบโซ่อุปทานลดลงได้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสินค้า คลังสินค้าและการขนส่งสินค้า และสามารถเพิ่มศักยภาพคุณภาพให้เหนือกว่าคู่แข่งได้ทั้งในตัวสินค้าและกระบวนการผลิต ด้วยเหตุนี้ อาจกล่าวได้ว่าระบบโลจิสติกส์เป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นทั้งแหล่งสร้างรายได้ แหล่งจ้างงาน และช่วยกระจายทรัพยากรไปยังทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
BY : Jim
ที่มา : https://ippd.or.th/singhdam-policy-hackathon-2022-3-2-3/

บทความที่เกี่ยวข้อง
"ตู้ทึบ vs คอก: สินค้าแบบไหนเหมาะกับรถประเภทอะไร?"
จะจ้างรถขนของแต่เลือกไม่ถูก? ระหว่าง "รถตู้ทึบ" กับ "รถคอก" ต่างกันยังไง แบบไหนกันฝน 100% แบบไหนขนได้เยอะกว่า บทความนี้มีคำตอบ พร้อมเทคนิคเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
1 วันของ Driver ยุคใหม่: เบื้องหลังการทำงานที่คนรับพัสดุอาจไม่เคยรู้
เวลาเราสั่งของออนไลน์ สิ่งที่เราทำคือกดสั่ง รอ... แล้วก็เซ็นรับของด้วยรอยยิ้ม แต่คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ในช่วงเวลาที่เรา "รอ" นั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
หัวใจโรงงานห้ามหยุดเต้น! ขนส่ง "ตู้ไฟ & ตู้ Control" อย่างไร? ให้รอดพ้นจากแรงกระแทกและความชื้น 100%
ในโรงงานอุตสาหกรรม "ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Control Cabinet/MDB)" เปรียบเสมือนสมองและหัวใจที่สั่งการเครื่องจักรทั้งหมด ตู้ใบหนึ่งอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท! แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ภายในตู้นั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ "เปราะบาง" อย่าง PLC, Inverter และแผงวงจรซับซ้อน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับ "แรงสั่นสะเทือน" และ "ความชื้น" หากขนส่งผิดวิธี แค่ตู้กระแทกเบาๆ หรือโดนละอองฝนเพียงนิดเดียว อาจทำให้อุปกรณ์ภายในรวน สายไฟหลวม หรือเกิดสนิมที่หน้าสัมผัส ส่งผลให้เมื่อไปถึงหน้างาน... ไฟไม่เข้า เครื่องไม่เดิน โปรเจกต์ล่าช้า และค่าเสียหายบานปลาย! วันนี้ BS Transport จะมาเผยมาตรฐานการขนย้ายตู้ไฟและตู้ Control ฉบับมืออาชีพ ที่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ