แชร์

5 ขั้นตอน การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ในอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืน

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(ฝ่ายวางแผน)
อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2025
1336 ผู้เข้าชม

ก่อนอื่นเรามาต้องทำความเข้าใจกับความหมายเบื้องต้นกันก่อน คำว่า ห่วงโซ่อุปทาน หรือที่เรียกว่า Supply Chain หมายถึง กระบวนการจัดการการผลิตที่เชื่อมโยงกันด้วยข้อมูลและการสื่อสาร เพื่อให้สินค้าและบริการเดินทางจากจุดเริ่มต้นจนถึงมือลูกค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง

และอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ ที่ทุกธุรกิจในยุคปัจจุบันจะต้องให้ความสนใจกันมากยิ่งขึ้น ก็คือการนำแนวคิดการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดการตระหนักต่อผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมต่อกันขององค์กร เพื่อให้การบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำสามารถส่งมอบสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคพร้อมมุ่งหน้าสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยกัน

ซึ่งอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ต่างก็นำองค์ความรู้ของการจัดการ Supply Chain มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมอาหาร ที่เราจะมากล่าวถึงในบทความนี้เท่านั้น เนื่องจากซัพพลายเชนสามารถทำให้องค์กรเห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนในธุรกิจที่ไม่จำเป็นลง ทำให้องค์กรสามารถปรับปรุงการทำงานได้อย่างเป็นบูรณาการให้มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นได้ในอนาคต


5 ขั้นตอนในกระบวนการ Supply Chain มีอะไรบ้าง?

1. กระบวนการจัดหา (Procurement)
การจัดหา (Procurement) ขั้นตอนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอาหารในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการได้มาหรือการสั่งซื้อวัตถุดิบหรือสิ่งจำเป็นในกระบวนการผลิตอาหารและการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรม ซึ่งองค์กรจะต้องมีผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดหาและคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ สามารถจัดส่งได้ตรงตามเวลาในปริมาณที่เพียงต่อการผลิต อีกทั้งยังช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบในกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม

2. การผลิต (Manufacturing)
การผลิต (Manufacturing) ขั้นตอนในกระบวนการผลิต หรือแปรรูปวัตถุดิบให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าอาหาร เริ่มต้นจากการรับวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน คัดเลือกวัถตุดิบให้มีรูปร่างและขนาดตามที่ต้องการ จัดเก็บวัตถุดิบในห้องเย็นเพื่อเก็บรักษาและคงคุณภาพก่อนใช้งาน การจัดการแปรรูปวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้าผ่านระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมอาหาร อย่างเช่น เครื่องจักรอัตโนมัติ (Automation Machine) เพื่อให้สินค้าอาหารออกมามีคุณภาพและตรงตามมาตรฐานของโรงงาน โดยกระบวนการผลิตจะต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การปล่อยคาร์บอนในโรงงานอุตสาหกรรม การลดขยะอาหาร (Food Watse) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อโลกจากกิจกรรมในอุตสาหกรรมโดยตรง

3. การจัดเก็บ (Storage)
การจัดเก็บ (Storage) หรือการจัดการคลังสินค้า เมื่อสินค้าอาหารถูกผลิตจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ขั้นตอนต่อมาคือการเก็บรักษาสินค้าเพื่อรอส่งมอบให้แก่ลูกค้า เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของอาหารรวมถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคในการรับประทาน ซึ่งจะต้องวางแผนการจัดเก็บ โดยเลือกคลังสินค้าให้มีพื้นที่เพียงพอต่อการจัดเก็บและเคลื่อนย้าย และมีระบบบริหารจัดการที่ดี อีกทั้งยังต้องมีการควบคุมอุณภูมิและความชิ้นในพื้นที่จัดเก็บอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพและป้องกันการเสื่อมสภาพของสินค้าอาหารก่อนถูกกระจายสู่จุดจำหน่ายแก่ผู้บริโภค

4. การกระจายสินค้า (Distribution)
การกระจายสินค้า (Distribution) ในขั้นตอน Supply Chain ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายสินค้าไปยังคลังสินค้าจุดต่าง ๆ หลายแห่งเพื่อสต๊อกสินค้าหลังจากการกระบวนการผลิตให้สะดวกต่อการขนส่ง ซึ่งคลังสินค้าจะต้องมีมาตรฐานเพื่อให้สินค้าไม่เกิดความเสียหาย โดยต้องเริ่มจากการวางแผนการกระจายสินค้าให้เหมาะสม บรรจุหีบห่อสินค้าให้ดีเพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างกระจายสินค้า และเลือกวิธีการขนส่งเพื่อส่งสินค้าให้ถึงปลายทางโดยคำนึงถึงระยะทาง ระยะเวลา ค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม และมีระบบบริหารจัดการคลังสินค้าที่ดีและมีประสิทธิภาพ

5. การขนส่ง (Logistics)
การขนส่ง (Logistics) ขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการจัดการ Supply Chain ที่ไม่ควรมองข้ามของอุตสาหกรรมอาหาร มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดจำหน่ายปลายทางเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ค้าปลีก ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างตลาด Modern Trade หรือร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ จนสินค้าส่งถึงมือผู้บริโภค (End User) ได้ในท้ายที่สุด ซึ่งความสำคัญในขั้นตอนการขนส่งโลจิสติกส์ จะต้องรวดเร็ว ตรงเวลา และป้องกันไม่ให้สินค้าได้รับความเสียหาย โดยเลือกใช้วิธีการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิเพื่อคงคุณภาพในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสินค้าอาหารแต่ละประเภท


CoGistics เพื่อนคู่คิดธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร
CoGistics เราได้นำแนวคิดด้าน การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) มาพัฒนาบริการจัดหาวัตถุดิบประเภทผัก-ผลไม้แบบแช่แข็ง Veggie Industry เพื่อภาคอุตสาหกรรมอาหาร ให้เกิดเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพโดยอาศัยพันธมิตรเครือข่ายในแหล่งเพาะปลูกทั่วโลก รวมกับการจัดการด้านโลจิสติกส์ในบริการลำเลียงและกระจายสินค้าอาหารแบบควบคุมอุณหภูมิ Food Pipeline ทำให้เรามีองค์ความรู้พร้อมช่วยอุตสาหกรรมอาหารแก้ไขปัญหาเรื่องวัถตุดิบผัก-ผลไม้ และสามารถควบคุมจัดการนำวัตถุดิบที่ได้คุณภาพตรงตามความต้องการ (Right Product) พร้อมส่งโรงงานอุตสาหกรรมได้ตรงเวลา และอย่างสม่ำเสมอตลอด 365 วัน (Right Time) ไม่มีขาดส่ง อีกทั้งยังสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้คงที่ตลอดทั้งปี (Right Cost) เพื่ออุตสาหกรรมการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

 BY : Tonkla

ที่มา : cogistics.co.th


บทความที่เกี่ยวข้อง
Cross Border e-Commerce Logistics ความท้าทายการส่งของข้ามประเทศในยุคออนไลน์
เมื่อโลกออนไลน์เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้จากทุกมุมโลก ธุรกิจ e-Commerce ข้ามพรมแดน (Cross-Border e-Commerce) จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
27 ส.ค. 2025
3 เรื่องที่ควรเช็กก่อนเรียกขนส่งเข้ารับพัสดุถึงบ้าน
บริการเข้ารับพัสดุถึงหน้าบ้าน กลายเป็นตัวช่วยสำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในยุคนี้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งของเอง
ร่วมมือ.jpg Contact Center
19 มิ.ย. 2025
ขนส่งแม่นยำ ไม่มีหลงทาง! ใช้ ChatGPT วางแผนเส้นทางร่วมกับ Google Maps
วันนี้เราขอพาไปรู้จักกับ สูตรลับยุคใหม่ ที่ผสาน AI อย่าง ChatGPT เข้ากับ Google Maps เพื่อช่วยให้การวางแผนเส้นทางขนส่งของคุณ แม่นยำ ประหยัด และรวดเร็ว กว่าที่เคย!
ร่วมมือ.jpg Contact Center
12 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้