แชร์

Loss Leader Pricing การตั้งราคาแบบล่อใจลูกค้าด้วยราคาต่ำ

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 3 ก.พ. 2025
683 ผู้เข้าชม

Loss Leader Pricing การตั้งราคาแบบล่อใจลูกค้าด้วยราคาต่ำ

 

การตั้งราคาแบบ Loss Leader (Loss Leader Pricing) คือ กลยุทธ์ทางการตลาดที่ธุรกิจตั้งราคาสินค้าบางรายการต่ำกว่าต้นทุน เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการ หรือซื้อสินค้าอื่นๆ ที่มีกำไรมากขึ้น โดยหวังว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมเมื่อมาที่ร้าน

 

ทำไมต้องใช้กลยุทธ์ Loss Leader?

  • ดึงดูดลูกค้าใหม่: ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งจะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาลองใช้บริการหรือสินค้า
  • เพิ่มยอดขายสินค้าอื่นๆ: เมื่อลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าราคาถูก พวกเขามักจะซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติม
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดี: การเป็นที่รู้จักในเรื่องราคาที่ถูก อาจช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์
  • เพิ่มการจราจรในร้านค้า: การลดราคาสินค้าบางรายการจะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาในร้าน

 

ตัวอย่างของสินค้าที่มักใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • สินค้าอุปโภคบริโภค: เช่น ไข่ไก่ นม น้ำอัดลม
  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์: เช่น สายชาร์จ หูฟัง
  • สินค้าประจำวัน: เช่น กระดาษทิชชู ยาสีฟัน

 

ข้อดีของการใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • เพิ่มยอดขาย: สามารถเพิ่มยอดขายโดยรวมของธุรกิจได้
  • สร้างความภักดีของลูกค้า: ลูกค้าจะรู้สึกว่าได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้า
  • สร้างการรับรู้แบรนด์: ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

ข้อเสียของการใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • ลดกำไร: การขายสินค้าต่ำกว่าต้นทุนจะทำให้ธุรกิจขาดทุนในส่วนของสินค้าเหล่านั้น
  • กระตุ้นการแข่งขันด้านราคา: คู่แข่งอาจลดราคาตามมา
  • ลูกค้าอาจซื้อเฉพาะสินค้าราคาถูก: ลูกค้าอาจจะไม่สนใจซื้อสินค้าอื่นๆ ที่มีกำไร

 

เมื่อไรควรใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • เมื่อต้องการเพิ่มยอดขาย: ถ้าธุรกิจต้องการเพิ่มยอดขายโดยรวม
  • เมื่อมีสินค้าใหม่: ใช้สินค้าใหม่เป็นตัวล่อเพื่อให้ลูกค้าได้ลองใช้
  • เมื่อต้องการแข่งขันกับคู่แข่ง: ใช้เพื่อดึงลูกค้าจากคู่แข่งมา
  • เมื่อมีสินค้าคงคลังมากเกินไป: ใช้เพื่อเคลียร์สินค้าคงคลัง

 

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • ต้นทุน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าธุรกิจสามารถรับภาระต้นทุนที่สูญเสียได้
  • กลุ่มเป้าหมาย: เลือกสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
  • คู่แข่ง: วิเคราะห์กลยุทธ์ของคู่แข่ง
  • ผลกระทบระยะยาว: พิจารณาผลกระทบระยะยาวต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์

 

การตั้งราคาแบบ Loss Leader เป็นกลยุทธ์ที่สามารถช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความสนใจให้กับธุรกิจได้ แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
The Decoy Effect (ปรากฏการณ์ตัวล่อ): จิตวิทยาการตั้งราคาที่ทำให้ลูกค้า "ยอมจ่ายแพง" โดยไม่รู้ตัว
เคยไหม? ที่คุณเดินเข้าไปในร้านกาแฟตั้งใจจะสั่งแก้วเล็ก แต่จบลงที่การเดินออกมาพร้อมแก้วใหญ่สุด หรือสมัครสมาชิกแอปพลิเคชันรายปีทั้งที่คิดว่าจะลองแค่รายเดือน คุณไม่ได้ตัดสินใจผิดพลาด และคุณไม่ได้ “หน้าใหญ่” แต่อย่างใด แต่คุณกำลังตกอยู่ในมนตร์สะกดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า "The Decoy Effect" หรือ ปรากฏการณ์ตัวล่อ
ร่วมมือ.jpg Contact Center
8 ธ.ค. 2025
โมเดล Hero-Hub-Help สูตรสำเร็จในการสร้างคอนเทนต์ที่ผู้ชมหลงรัก
โมเดล Hero-Hub-Help เป็นแนวคิดในการสร้างคอนเทนต์ที่ Google พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สร้างสรรค์เนื้อหาที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมได้อย่างครอบคลุม
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
26 ธ.ค. 2024
ทําไมเเบรนด์ต้องสร้าง ตัวตน ที่ชัดเจน ในโลกออนไลน์
ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและแบรนด์นับไม่ถ้วน การสร้างตัวตน (Brand Identity) ที่แข็งแกร่งและชัดเจนในโลกออนไลน์จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการอยู่รอดและเติบโตของธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่ การมีตัวตนที่ชัดเจนบนแพลตฟอร์มดิจิทัลจะช่วยให้คุณโดดเด่นจากคู่แข่ง และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน
Gemini_Generated_Image_bjhh8wbjhh8wbjhh.png ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
27 ส.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้