แชร์

ผลวิจัยเผยวัยรุ่น Gen Z เริ่มถอยห่างจาก Facebook แต่ Instagram ยังได้รับความนิยม

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)
อัพเดทล่าสุด: 18 ม.ค. 2025
1627 ผู้เข้าชม

กลุ่มคนเจนแซด (Gen Z) ซึ่งเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น เพียงแต่ว่าวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวนี้มีแนวโน้มเลิกใช้งานเฟซบุ๊ก เพราะไม่ได้พบคุณค่าในแพลตฟอร์มนี้ แต่ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง เมื่ออินสตาแกรม ยังคงครองใจวัยรุ่นได้
ศูนย์วิจัยพิว (Pew Research Center) เปิดเผยผลการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของวัยรุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มเจนแซด พบตัวเลขว่า กลุ่มคนวัยที่มีอายุ 13-17 ปี มีเพียง 32 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้งานเฟซบุ๊ก ซึ่งตรงกันข้ามกับตัวเลขที่เคยเก็บข้อมูลในปี 2014-15 ในขณะนั้นวัยรุ่นใช้งานเฟซบุ๊กมากถึง 71 เปอร์เซ็นต์
เมื่อสืบเสาะสาเหตุที่ทำให้เฟซบุ๊กไม่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้งานเจนแซด เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถค้นหาคุณค่า (Value) จากแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊ก

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคที่เป็นวัยรุ่นก็มีตัวเลือกที่จะใช้งานแพลตฟอร์มมีเดียมากกว่าแต่ก่อน จึงทำให้เฟซบุ๊กไม่ใช่ตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวของผู้ใช้งานอีกต่อไป นอกเหนือจากนี้ เฟซบุ๊ก ยังดูจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ใหญ่มากกว่า ทำให้เจนแซดซึ่งมีอายุน้อยไม่สามารถยึดโยงตัวเองเข้ากับเฟซบุ๊กได้
แม้เฟซบุ๊กจะไม่ใช่แพลตฟอร์มที่หนึ่งในใจของคนเจดแซด แต่อินสตาแกรมซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภายใต้การดูแลของเมตา (Meta) บริษัทเดียวกับเฟซบุ๊ก กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับวัยรุ่น ตัวเลขผู้ใช้งานอินสตาแกรมของวัยรุ่นตอนนี้อยู่ที่ 62 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจากการสำรวจในปี 2014-15 ในเวลานั้นมีวัยรุ่นใช้งานเพียง 52 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
วัยรุ่นเมินเฟซบุ๊ก แต่ยังตอบรับอินสตาแกรม



Advertisements
Ads end in 00ทางด้าน ติ๊กต่อก (TikTok) คู่แข่งรายสำคัญของอินสตาแกรม ก็มีตัวเลขการใช้งานในกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ต่างจากอินสตาแกรม โดยมีตัวเลขผู้ใช้งานในกลุ่มนี้ราว 67 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี ยูทูบ (YouTube) เป็นแพลตฟอร์มที่มีตัวเลขชัดเจนว่ามีผู้ใช้งานเยอะที่สุด ด้วยตัวเลข 95 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่า ยูทูบ ไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อการสร้างปฏิสัมพันธ์มากนัก เพราะท้ายที่สุดแล้วยูทูบถูกใช้งานในลักษณะสำหรับการรับชมวิดีโอ รวมถึงการฟังเพลงผ่านยูทูบ มิวสิก (YouTube Music)
การที่ ติ๊กต่อก มีตัวเลขการใช้งานที่สูงกว่าทั้งเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ถึงตรงนี้น่าจะพอทำให้เห็นภาพชัดเจนแล้วว่า ทำไมเมตาจึงมีความต้องการที่จะสร้างระบบนิเวศของตัวเองให้คล้ายกับติ๊กต่อก ดังจะเห็นได้จากความพยายามในการผลักดันฟีเจอร์ Reels ให้ปรากฏทั้งในอินสตาแกรม และเฟซบุ๊ก

ผลสำรวจสุดท้ายที่ ศูนย์วิจัยพิวหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็น นั่นคือการเสพติดโซเชียลมีเดีย รวมไปถึงการติดหนึบอยู่กับสมาร์ทโฟนที่มากเกินไป กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 45 เปอร์เซ็นต์ ให้คำตอบว่า พวกเขาไม่มีปัญหาใดๆ หากจะต้องเลิกใช้งานโซเชียลมีเดีย ขณะที่ 36 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับใช้งานโซเชียลมีเดียมากเกินไป และ 8 เปอร์เซ็นต์ที่ระบุว่า พวกเขาใช้งานโซเชียลมีเดียน้อยเกินไป

การใช้งานโซเชียลมีเดียในกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะในแง่ของการลดความนิยมของเฟซบุ๊กและการเติบโตของแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น อินสตาแกรม และติ๊กต่อก นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่สามารถพิจารณาได้ดังนี้:
ข้อดีของการใช้โซเชียลมีเดีย:

การเชื่อมต่อและการปฏิสัมพันธ์: โซเชียลมีเดียช่วยให้วัยรุ่นสามารถเชื่อมต่อกับเพื่อน ๆ และคนที่สนใจในเรื่องเดียวกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็วช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือแนวคิดในกลุ่มที่มีความสนใจเหมือนกัน

แหล่งข้อมูลและการเรียนรู้: โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ ทั้งในด้านการศึกษาและการพัฒนาตนเอง
มีเนื้อหาที่หลากหลาย เช่น การเรียนออนไลน์, ช่องทางการเรียนรู้ด้านทักษะต่าง ๆ, และการแบ่งปันประสบการณ์ชีวิต

การแสดงออกและสร้างแบรนด์ส่วนตัว: เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้วัยรุ่นสามารถแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ของตนได้
ช่วยสร้างภาพลักษณ์หรือแบรนด์ส่วนตัวที่สามารถมีอิทธิพลในโลกออนไลน์

โอกาสในการประกอบอาชีพ: การใช้งานโซเชียลมีเดียสามารถเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ เช่น การทำงานร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ หรือการขายสินค้าออนไลน์

ข้อเสียของการใช้โซเชียลมีเดีย:

การเสพติดและการใช้เวลามากเกินไป: วัยรุ่นอาจใช้เวลาในการเล่นโซเชียลมีเดียมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาในการทำกิจกรรมที่มีประโยชน์หรือส่งผลกระทบต่อการเรียนและสุขภาพ

ความเสี่ยงจากการล่วงละเมิดหรือการกลั่นแกล้งออนไลน์: การใช้งานโซเชียลมีเดียอาจทำให้วัยรุ่นตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งออนไลน์ หรือการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวที่อาจส่งผลเสียต่อความเป็นส่วนตัว

การเปรียบเทียบและความวิตกกังวล: โซเชียลมีเดียมักนำเสนอภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบซึ่งอาจทำให้วัยรุ่นรู้สึกกดดันจากการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เป็นจริงสามารถนำไปสู่ความวิตกกังวลในเรื่องรูปลักษณ์หรือสถานะทางสังคม

การขาดการเชื่อมต่อในโลกจริง: แม้โซเชียลมีเดียจะช่วยในการเชื่อมต่อทางออนไลน์ แต่ก็อาจทำให้วัยรุ่นหลงลืมหรือเสียการติดต่อในชีวิตจริงกับเพื่อนหรือครอบครัวการสื่อสารที่ผ่านทางข้อความอาจทำให้ขาดความสัมพันธ์ที่มีความลึกซึ้ง

การรับข้อมูลที่ผิดหรือหลอกลวง: วัยรุ่นอาจได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจหรือทัศนคติในเรื่องต่าง ๆ



โดยสรุป การใช้โซเชียลมีเดียมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่การใช้งานในทางที่มีประโยชน์และมีความรับผิดชอบสามารถช่วยให้วัยรุ่นได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อและการเรียนรู้ ขณะเดียวกันการใช้สติในการใช้งานและการดูแลความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นได้.

BY : Tonkla

ที่มา : thairath.co.th


บทความที่เกี่ยวข้อง
สูตรคอนเทนต์ 3 แบบ: ให้ความรู้ ความบันเทิง ความน่าเชื่อถือ
ในยุคที่ทุกแบรนด์ต้องแข่งขันกันแย่งความสนใจของผู้ชม การทำคอนเทนต์แบบ "ยิงครั้งเดียวเอาอยู่" แทบเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป แต่ถ้าคุณบริหารคอนเทนต์ให้ครบทั้ง ให้ความรู้ (Educate) ความบันเทิง (Entertain) ความน่าเชื่อถือ (Authority) คุณจะได้ทั้งการมองเห็น การมีส่วนร่วม และการตัดสินใจซื้อในระยะยาว
ร่วมมือ.jpg Contact Center
29 พ.ย. 2025
ข้อผิดพลาดของการทำ Dashboard ที่เจอบ่อยที่สุดในโลจิสติกส์
สรุปข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นเวลาธุรกิจโลจิสติกส์ทำ Dashboard ตั้งแต่การเลือก KPI ผิด การแสดงข้อมูลมากเกินไป ไปจนถึงข้อมูลไม่ Real-time พร้อมวิธีแก้ไขให้ Dashboard ใช้งานได้จริง
ร่วมมือ.jpg เหมาคัน
29 พ.ย. 2025
วิธีทำให้ข้อมูลหน้างานเป็น Real-time 100%
เปิดเทคนิคและเทคโนโลยีที่ทำให้ข้อมูลโลจิสติกส์เป็น Real-time 100% ตั้งแต่ IoT, Mobile Operation, Automation จนถึงการออกแบบ Workflow ที่ลดงานคน
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
29 พ.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ