การลดความเสี่ยงในการขนส่งวัตถุอันตราย
อัพเดทล่าสุด: 13 ม.ค. 2025
718 ผู้เข้าชม

การลดความเสี่ยงในการขนส่งวัตถุอันตราย
การขนส่งวัตถุอันตรายเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เนื่องจากวัตถุเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม หากเกิดอุบัติเหตุหรือการรั่วไหล ดังนั้น การมีมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
จุดสำคัญที่ควรพิจารณาในการลดความเสี่ยงในการขนส่งวัตถุอันตราย ได้แก่
1. การจัดหมวดหมู่และติดฉลาก
- ความเข้าใจในสมบัติ: ก่อนการขนส่ง ต้องทำความเข้าใจถึงสมบัติของวัตถุอันตรายแต่ละชนิด เช่น ความไวไฟ ความเป็นพิษ การกัดกร่อน เพื่อเลือกใช้วัสดุบรรจุและยานพาหนะที่เหมาะสม
- การติดฉลาก: การติดฉลากตามมาตรฐานสากล เช่น ฉลาก GHS (Globally Harmonized System) เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าใจถึงอันตรายของวัตถุและวิธีการจัดการที่ถูกต้อง

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.bronsonsafety.com.au/blog/the-6-basic-elements-of-ghs-labelling/
2. การเลือกบรรจุภัณฑ์และยานพาหนะ
- วัสดุบรรจุ: เลือกใช้วัสดุบรรจุที่แข็งแรง ทนทาน และเหมาะสมกับชนิดของวัตถุอันตราย เพื่อป้องกันการรั่วไหลหรือแตกหัก
- ยานพาหนะ: เลือกใช้ยานพาหนะที่ได้รับการออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น ถังบรรจุที่แข็งแรง ระบบระบายอากาศที่ดี และอุปกรณ์ดับเพลิง
3. การจัดเตรียมเอกสาร
- ใบขนส่ง: เตรียมใบขนส่งที่ระบุชนิดและปริมาณของวัตถุอันตรายอย่างชัดเจน
- เอกสารความปลอดภัย: เตรียมเอกสารความปลอดภัย (Safety Data Sheet: SDS) เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการจัดการและปฐมพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน
4. การวางแผนเส้นทาง
- หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: เลือกเส้นทางที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ
- แจ้งเส้นทาง: แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเส้นทางการขนส่ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
5. การฝึกอบรมบุคลากร
- ความรู้ความเข้าใจ: บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งวัตถุอันตรายต้องได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติของวัตถุอันตราย วิธีการจัดการ และวิธีการปฐมพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน
- การปฏิบัติงาน: ฝึกอบรมให้บุคลากรปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่ถูกต้องและปลอดภัย
6. การตรวจสอบและบำรุงรักษา
- ตรวจสอบสภาพ: ตรวจสอบสภาพของยานพาหนะและบรรจุภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ
- บำรุงรักษา: ทำการบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
7. การติดต่อสื่อสาร
- ระบบสื่อสาร: มีระบบสื่อสารที่เชื่อถือได้เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารในกรณีฉุกเฉิน
- การแจ้งเหตุ: มีขั้นตอนการแจ้งเหตุที่ชัดเจน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
การลดความเสี่ยงในการขนส่งวัตถุอันตรายต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ขนส่ง ผู้รับสินค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนตั้งแต่การจัดเตรียม การขนส่ง จนถึงการจัดเก็บ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัตถุอันตรายจะถูกขนส่งอย่างปลอดภัย
บทความที่เกี่ยวข้อง
จะจ้างรถขนของแต่เลือกไม่ถูก? ระหว่าง "รถตู้ทึบ" กับ "รถคอก" ต่างกันยังไง แบบไหนกันฝน 100% แบบไหนขนได้เยอะกว่า บทความนี้มีคำตอบ พร้อมเทคนิคเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
3 ก.พ. 2026
เวลาเราสั่งของออนไลน์ สิ่งที่เราทำคือกดสั่ง รอ... แล้วก็เซ็นรับของด้วยรอยยิ้ม แต่คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ในช่วงเวลาที่เรา "รอ" นั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
3 ก.พ. 2026
ในโรงงานอุตสาหกรรม "ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Control Cabinet/MDB)" เปรียบเสมือนสมองและหัวใจที่สั่งการเครื่องจักรทั้งหมด ตู้ใบหนึ่งอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท!
แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ภายในตู้นั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ "เปราะบาง" อย่าง PLC, Inverter และแผงวงจรซับซ้อน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับ "แรงสั่นสะเทือน" และ "ความชื้น"
หากขนส่งผิดวิธี แค่ตู้กระแทกเบาๆ หรือโดนละอองฝนเพียงนิดเดียว อาจทำให้อุปกรณ์ภายในรวน สายไฟหลวม หรือเกิดสนิมที่หน้าสัมผัส ส่งผลให้เมื่อไปถึงหน้างาน... ไฟไม่เข้า เครื่องไม่เดิน โปรเจกต์ล่าช้า และค่าเสียหายบานปลาย!
วันนี้ BS Transport จะมาเผยมาตรฐานการขนย้ายตู้ไฟและตู้ Control ฉบับมืออาชีพ ที่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอครับ
3 ก.พ. 2026
BANKKUNG


