หมดปัญหา “สต๊อกขาด” “สต๊อกล้น” แก้ได้ด้วย 5 ตัวช่วย
อัพเดทล่าสุด: 11 ม.ค. 2025
1257 ผู้เข้าชม

พ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์มักจะพลาดท่ากันบ่อยจากกับดักสต๊อกล้น สต๊อกขาด เพราะไม่มีการวางแผนจัดการสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของการขายของออนไลน์ เพราะจะทำให้ร้านค้าเสี่ยงขาดทุนสูง ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนที่จมเพราะขายของไม่ออกหรือพลาดโอกาสในการขายเพราะของหมดสต๊อก ปัญหาเหล่านี้ต้องรีบรับมือให้ทันก่อนสายเกินแก้
1. ใช้ระบบ First-In-First-Out (FIFO) ในการจัดการสต็อก
วิธีนี้เหมาะกับสินค้าหลายชนิด แต่จะเหมาะมากกับสินค้าที่มีวันหมดอายุหรือสินค้าประเภทแฟชันที่อาจตกเทรนด์ได้ไว ถ้าขายของออกหมดก่อนก็จะไม่มีปัญหาสต๊อกสินค้าล้นหรือของหมดอายุอีกต่อไป ทำได้ง่าย ๆ แค่จัดเรียงสินค้าตามลำดับที่เข้ามาในสต๊อก หรือติดฉลากวันที่รับของไว้บนสินค้าของเราจะได้ไม่พลาด แต่ถ้าทำคนเดียวไม่ไหวก็อาจจะเทรนให้พนักงานหยิบของที่อยู่หน้าสุดของชั้นวางก่อนแพ็กของส่งให้ลูกค้าเสมอ
2. วิเคราะห์ข้อมูลการขายอย่างสม่ำเสมอ
สินค้าทุกอย่างจะมีช่วงที่เป็นขาขึ้น-ขาลงเสมอ โดยมี 1 สิ่งที่พ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์ไม่ควรลืมถ้าอยากเป็นมือโปรเรื่องการขายของออนไลน์ คือ การวิเคราะห์เทรนด์ในตลาดว่าสินค้าประเภทไหนกำลังได้รับความนิยมอยู่ในหมู่ลูกค้า เพราะมันจะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้มากขึ้นแถมยังวางแผนการเตรียมสต๊อกสินค้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
ยิ่งเรามีข้อมูลที่มากพอเราก็จะยิ่งบริหารสต๊อกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าสินค้าชิ้นไหนที่มีแนวโน้มจะขายดี คำตอบของเรื่องนี้ง่ายมาก แค่คุณหมั่นตรวจสอบรายการสินค้าขายดีในแต่ละสัปดาห์/เดือน หรือติดตามข่าวสารบนช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจเทรนด์ของลูกค้าได้มากขึ้น จัดอันดับไว้ว่าสินค้าชิ้นไหนหมดไวสุด สินค้าชิ้นไหนหมดช้าสุด พอมีข้อมูลตรงนี้พร้อมแล้วก็จะง่ายต่อการวางแผนเติมสต๊อกและจัดโปรโมชันในการขายสินค้าให้ร้านค้าของคุณ
ยิ่งเรามีข้อมูลที่มากพอเราก็จะยิ่งบริหารสต๊อกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าสินค้าชิ้นไหนที่มีแนวโน้มจะขายดี คำตอบของเรื่องนี้ง่ายมาก แค่คุณหมั่นตรวจสอบรายการสินค้าขายดีในแต่ละสัปดาห์/เดือน หรือติดตามข่าวสารบนช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจเทรนด์ของลูกค้าได้มากขึ้น จัดอันดับไว้ว่าสินค้าชิ้นไหนหมดไวสุด สินค้าชิ้นไหนหมดช้าสุด พอมีข้อมูลตรงนี้พร้อมแล้วก็จะง่ายต่อการวางแผนเติมสต๊อกและจัดโปรโมชันในการขายสินค้าให้ร้านค้าของคุณ
3. สต็อกควรเหลือเท่าไรถึงสั่งซื้อใหม่ (Reorder Point)
พ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์หน้าใหม่ที่อาจจะยังขาดประสบการณ์ในการขายของออนไลน์ก็คงมีคำถามนี้เข้ามาในหัวอยู่บ่อยๆ เรื่องนี้คงไม่มีคำตอบที่ตายตัวเพราะแต่ละร้านค้าก็มีสินค้าขายดีที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกร้านค้าต้องระวังเหมือนกัน คือ จะต้องทำยังไงเพื่อไม่ให้เกิดการขาดช่วงในการขายสินค้า จะได้ไม่เสียโอกาสในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า
ลองเริ่มจากการคำนวณปริมาณการขายสินค้าชิ้นนั้นว่าใน 1 วันเฉลี่ยแล้วขายได้เท่าไหร่ ดูว่าสินค้าที่มีในตอนนี้จะมีพอขายอีกกี่วัน หลังจากนั้นลองคำนวณเวลาดูว่านับตั้งแต่ช่วงที่เราสั่งสินค้าล็อตใหม่เข้ามา จะต้องใช้เวลากี่วันเราถึงจะได้ของมาเติมสต๊อกสินค้าเพิ่มจะได้ไม่พลาด แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรที่จะกำหนดเกณฑ์ไว้เลยว่าถ้าของในสต๊อกเหลือจำนวนเท่าไหร่ ถึงจะสั่งสินค้าล็อตใหม่เข้ามา จะได้ไม่เสียลูกค้าเพราะไม่มีของมาขาย
ลองเริ่มจากการคำนวณปริมาณการขายสินค้าชิ้นนั้นว่าใน 1 วันเฉลี่ยแล้วขายได้เท่าไหร่ ดูว่าสินค้าที่มีในตอนนี้จะมีพอขายอีกกี่วัน หลังจากนั้นลองคำนวณเวลาดูว่านับตั้งแต่ช่วงที่เราสั่งสินค้าล็อตใหม่เข้ามา จะต้องใช้เวลากี่วันเราถึงจะได้ของมาเติมสต๊อกสินค้าเพิ่มจะได้ไม่พลาด แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรที่จะกำหนดเกณฑ์ไว้เลยว่าถ้าของในสต๊อกเหลือจำนวนเท่าไหร่ ถึงจะสั่งสินค้าล็อตใหม่เข้ามา จะได้ไม่เสียลูกค้าเพราะไม่มีของมาขาย
4. ใช้ระบบ ABC Analysis
หลายคนก็อาจจะรู้จักแนวคิดนี้แล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักก็ต้องบอกเลยว่าวิธีเอาไปใช้ตามมันง่ายมาก แต่ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น ต้องบอกว่าระบบ ABC Analysis เป็นแนวคิดในการจัดการสินค้าที่มีอยู่ในคลังให้มีประสิทธิภาพ ที่ช่วยจัดสรรสินค้าในสต๊อกได้อย่างเป็นระบบ ด้วยการแบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ตามลำดับความสำคัญ โดยใช้ปริมาณและมูลค่าของสินค้าเป็นเกณฑ์วัด
สินค้ากลุ่ม A : เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง แต่มีปริมาณน้อย ก็จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบทุกสัปดาห์
สินค้ากลุ่ม B : เป็นสินค้าที่มีมูลค่าปานกลาง และมีจำนวนคงคลังประมาณ 30-40% ของสินค้าทั้งหมด อาจจะมีการตรวจสอบในทุกเดือน
สินค้ากลุ่ม C : เป็นสินค้าที่มีมูลค่าน้อยที่สุด แต่มีปริมาณมากที่สุด ก็สามารถใช้การตรวจสอบเป็นไตรมาสได้ เป็นต้น
สินค้ากลุ่ม A : เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง แต่มีปริมาณน้อย ก็จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบทุกสัปดาห์
สินค้ากลุ่ม B : เป็นสินค้าที่มีมูลค่าปานกลาง และมีจำนวนคงคลังประมาณ 30-40% ของสินค้าทั้งหมด อาจจะมีการตรวจสอบในทุกเดือน
สินค้ากลุ่ม C : เป็นสินค้าที่มีมูลค่าน้อยที่สุด แต่มีปริมาณมากที่สุด ก็สามารถใช้การตรวจสอบเป็นไตรมาสได้ เป็นต้น
5. จัดโปรโมชันสำหรับสินค้าที่ขายออกช้า/ขายไม่ออก
สังเกตได้เลยว่ากลยุทธ์นี้ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าระดับไหนเขาก็เลือกใช้กัน เพราะเป็นวิธีเคลียร์สต๊อกสินค้าที่ง่ายที่สุด ลองดูจากเวลาที่เราไปเดินห้างสรรพสินค้าก็จะเห็นได้ว่ามีสินค้าบางรายการที่ใกล้จะหมดอายุมาแปะป้ายเหลืองเพื่อลดราคา ให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นถ้าจะจ่ายเงินซื้อสินค้าชิ้นนั้น หรือบางร้านก็ใช้วิธีการขายของแบบจับคู่สินค้าที่ขายดีไว้กับสินค้าที่ขายไม่ค่อยออกในรูปแบบของแถม แต่ก็มีบางร้านค้าที่เลือกใช้วิธีมอบส่วนลดให้กับลูกค้าที่ซื้อของครบตามยอดที่กำหนด
กลยุทธ์แบบนี้มองเผินๆ ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาก แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นจิตวิทยาแบบหนึ่ง ที่เขาใช้เล่นกับใจคนซื้อและเอาไปใช้ได้จริงกับการขายของออนไลน์ การเลือกใช้โปรโมชันเข้ามาช่วยขายจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าที่จะซื้อ แม้ว่าสินค้าชิ้นนั้นอาจจะไม่ได้จำเป็นมาก แต่เพราะคนไทยติดนิสัยที่ว่าของมันต้องมี พอรู้ตัวอีกทีก็ช่วยให้แบรนด์ขายดีไปแบบไม่รู้ตัว
กลยุทธ์แบบนี้มองเผินๆ ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาก แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นจิตวิทยาแบบหนึ่ง ที่เขาใช้เล่นกับใจคนซื้อและเอาไปใช้ได้จริงกับการขายของออนไลน์ การเลือกใช้โปรโมชันเข้ามาช่วยขายจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าที่จะซื้อ แม้ว่าสินค้าชิ้นนั้นอาจจะไม่ได้จำเป็นมาก แต่เพราะคนไทยติดนิสัยที่ว่าของมันต้องมี พอรู้ตัวอีกทีก็ช่วยให้แบรนด์ขายดีไปแบบไม่รู้ตัว
BY : Jim
ที่มา : https://blog.shipnity.com/5-stock-solutions/
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกอีคอมเมิร์ซยุคนี้ การขนส่งไม่ได้เป็นแค่ “ส่งของให้ถึง” อีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ หลายธุรกิจมักถามตัวเองว่า ลูกค้าต้องการอะไรแน่ ระหว่างการส่งที่ “เร็ว” หรือการส่งที่ “ถูก”
13 ก.ย. 2025
การขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักแสนหรือหลักล้านอย่าง "เครื่องจักรกล" "ตู้คอนโทรลไฟฟ้า" หรือ "ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม" ไม่ใช่เรื่องที่จะเอาบับเบิ้ลมาพันแล้วจบได้ สินค้ากลุ่มนี้ต้องการการปกป้องขั้นสูงสุดจากการกระแทก ความชื้น และการสั่นสะเทือนตลอดเส้นทาง
การ "ตีลังไม้" (Wooden Crating) จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่รู้หรือไม่ครับว่า วัสดุที่ใช้ทำลังไม้อย่าง "ไม้อัด" (Plywood) นั้นมีข้อดีที่ซ่อนอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ วันนี้เราจะมาเจาะลึกความลับของไม้อัดกันครับ!
9 มี.ค. 2026
เทคโนโลยี AR ช่วยจัดเรียงพัสดุในรถให้เต็มพื้นที่ ลดรอบวิ่งเปล่า เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง พร้อมวางแผนเส้นทางขนส่งอย่างแม่นยำแบบมืออาชีพ
25 ก.ค. 2025
นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)

BANKKUNG


เหมาคัน