แชร์

Net Promoter Score (NPS) คืออะไร

ออกแบบโลโก้__5_.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 21 ธ.ค. 2024
669 ผู้เข้าชม

Net Promoter Score (NPS) คืออะไร

 

Net Promoter Score (NPS) หรือ คะแนนผู้สนับสนุนสุทธิ เป็นตัวชี้วัดที่นิยมใช้ในการวัดความพึงพอใจของลูกค้าและความภักดีต่อแบรนด์ โดยจะวัดจากความน่าจะเป็นที่ลูกค้าจะแนะนำแบรนด์ให้กับผู้อื่น

 

NPS ทำงานอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้ว การวัด NPS จะใช้แบบสอบถามง่ายๆ เพียงคำถามเดียว คือ "คุณจะแนะนำบริษัท/ผลิตภัณฑ์/บริการของเราให้กับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานของคุณมากน้อยแค่ไหน?" พร้อมกับให้คะแนนจาก 0-10

  • คะแนน 9-10: ถือว่าเป็น Promoters (ผู้สนับสนุน) คือลูกค้าที่พึงพอใจอย่างมากและมีแนวโน้มจะแนะนำแบรนด์ให้กับผู้อื่น
  • คะแนน 7-8: ถือว่าเป็น Passives (ผู้ที่เฉยๆ) คือลูกค้าที่พอใจในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นจะแนะนำแบรนด์อย่างแข็งขัน
  • คะแนน 0-6: ถือว่าเป็น Detractors (ผู้คัดค้าน) คือลูกค้าที่ไม่พอใจและมีแนวโน้มจะพูดในแง่ลบเกี่ยวกับแบรนด์

 

วิธีคำนวณ NPS

  • หาเปอร์เซ็นต์ของ Promoters
  • หาเปอร์เซ็นต์ของ Detractors
  • นำเปอร์เซ็นต์ของ Promoters ลบด้วยเปอร์เซ็นต์ของ Detractors จะได้ค่า NPS

 

ตัวอย่าง

ถ้ามีผู้ตอบแบบสอบถาม 100 คน

  • 70 คน ให้คะแนน 9-10 (Promoters)
  • 20 คน ให้คะแนน 7-8 (Passives)
  • 10 คน ให้คะแนน 0-6 (Detractors)

NPS = 70% - 10% = 60
 

NPS ที่ดีคือเท่าไหร่?
 

  • NPS บวก: แสดงว่ามีลูกค้าพึงพอใจและพร้อมจะแนะนำแบรนด์ให้กับผู้อื่น
  • NPS เป็นศูนย์: แสดงว่าจำนวนผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านเท่ากัน
  • NPS เป็นลบ: แสดงว่ามีลูกค้าไม่พอใจมากกว่าผู้สนับสนุน

 

ทำไม NPS ถึงสำคัญ?

  • วัดความภักดีของลูกค้า: ช่วยให้ทราบว่าลูกค้ามีความพึงพอใจและภักดีต่อแบรนด์มากน้อยแค่ไหน
  • เปรียบเทียบกับคู่แข่ง: สามารถนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งเพื่อดูว่าแบรนด์ของเราเป็นอย่างไร
  • ติดตามผลการดำเนินงาน: สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดในการติดตามผลการดำเนินงานของกลยุทธ์ต่างๆ
  • ปรับปรุงบริการ: สามารถนำข้อมูลจาก NPS ไปวิเคราะห์เพื่อหาจุดแข็งจุดอ่อนและปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้น

 

ข้อควรระวังในการใช้ NPS

  • ไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวที่สมบูรณ์: ควรนำไปใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจน
  • ต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติม: คะแนน NPS เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสาเหตุที่แท้จริงได้ ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม
  • ต้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง: NPS เป็นตัวชี้วัดที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงต้องมีการติดตามและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

 

สรุป

NPS เป็นเครื่องมือที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการวัดความพึงพอใจของลูกค้าและความภักดีต่อแบรนด์ การนำ NPS ไปใช้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงบริการและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
Customer Relationship Management (CRM) กับโลจิสติกส์บริการลูกค้า
ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่ลูกค้าคาดหวัง ความรวดเร็ว แม่นยำ และการดูแลที่เป็นมิตร หากบริษัทสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึก “มั่นใจและประทับใจ” ก็มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นลูกค้าประจำ
ออกแบบโลโก้__5_.png BANKKUNG
29 ส.ค. 2025
เบิ้องหลังการทํางาน สร้างวิดีโอ PRODUCT REVIEW อย่างไรให้ลูกค้าเชื่อ
เบื้องหลังการทำวิดีโอ Product Review ให้ลูกค้าเชื่อถือได้นั้น ไม่ใช่แค่การพูดถึงสินค้าตามสคริปต์ แต่เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการทำงานที่มีระบบและจริงใจ นี่คือข้อมูลเชิงลึกที่คุณควรรู้
ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
28 ส.ค. 2025
ทําไมเเบรนด์ต้องสร้าง ตัวตน ที่ชัดเจน ในโลกออนไลน์
ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและแบรนด์นับไม่ถ้วน การสร้างตัวตน (Brand Identity) ที่แข็งแกร่งและชัดเจนในโลกออนไลน์จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการอยู่รอดและเติบโตของธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่ การมีตัวตนที่ชัดเจนบนแพลตฟอร์มดิจิทัลจะช่วยให้คุณโดดเด่นจากคู่แข่ง และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน
ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
27 ส.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ