แชร์

สรุป 15 คำศัพท์ ตัวชี้วัดการตลาด Influencer Marketing ที่ครีเอเตอร์ ต้องรู้ ตอนที่ 2

อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ย. 2024
953 ผู้เข้าชม

Influencer Marketing คือ 

การตลาดโดยใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาช่วยในการโฆษณา ช่วยรีวิวสินค้า ช่วยแนะนำบริการ ให้กับสินค้าและบริการ ให้กับแบรนด์ โดยกลุ่ม Influencers ส่วนใหญ่จะใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook,IG,Youtube,Tiktok เป็นช่องทางให้การโฆษณา,รีวิวสินค้า ,รีวิวบริการ ของแบรนด์

หลังจากที่ตอนที่ 1 เราได้สรุปคำศัพท์ไปแล้ว 8 ข้อ ในส่วนของตอนที่ 2 นี้ เรามาสรุปคำศัพท์ส่วนที่เหลือ อีก 7 ข้อ กันนะครับ ข้อ 9-15

9. Google Search Volume
คือ ปริมาณการค้นหาผ่าน Google ด้วยคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของเรา ถ้ามีปริมาณเพิ่มขึ้นก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกได้ว่า มีคนให้ความสนใจแบรนด์ของเรา จนต้องเซิร์ชหาข้อมูลเพิ่มเติม

ขั้นที่ 3 Bottom of Funnel คือ ตัวชี้วัดที่เน้นวัดการโต้ตอบที่แบรนด์อยากให้ลูกค้ากระทำ (Conversion)

10. Sales
คือ ยอดขายที่เกิดขึ้นจากแคมเปญนั้น ๆ ซึ่งยอดขายถือเป็นเป้าหมายหลักของกิจกรรมทางการตลาด
โดยคำนวณได้จากสูตร Sales = จำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมด x มูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย

11. Return on Ads Spend (ROAS)
คือ ผลตอบแทนจากโฆษณา มีสูตรคำนวณคือ ROAS = รายได้ที่ได้รับจากการโฆษณา / ต้นทุนจากการโฆษณา
ตัวอย่างการคำนวณ เช่น ธุรกิจจัดแคมเปญโปรโมตสินค้าใหม่ ได้รายได้กลับมา 100,000 บาท ใช้ต้นทุนทั้งหมด 40,000 บาท โดยในต้นทุนนั้น เป็นค่ายิงโฆษณา 20,000 บาท
จะได้ว่า ROAS เท่ากับ 100,000 / 20,000 = 5 เท่า
ซึ่งความหมายก็คือ เงินโฆษณาที่ลงทุนไป จะได้ผลตอบแทนกลับมา 5 เท่า

12. Customer Acquisition Cost (CAC)
คือ ต้นทุนเฉลี่ยในการหาหรือได้มาซึ่งลูกค้าใหม่ต่อคน โดยไม่นับรวมลูกค้าเก่า
มีสูตรการคำนวณคือ CAC = (ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการขาย / จำนวนลูกค้าใหม่ที่ได้มา)
ตัวอย่างเช่น เราใช้เงินทำแคมเปญหนึ่งทั้งหมด 50,000 บาท ได้ลูกค้าใหม่เพิ่มมา 500 คน
จะได้ว่า CAC เท่ากับ 50,000 / 500 = 100
ซึ่งความหมายก็คือ เพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่ 1 คน เราต้องจ่ายเงิน 100 บาท

13. Customer Lifetime Value (CLTV)
คือ มูลค่าที่ลูกค้าสร้างให้กับแบรนด์ ตลอดระยะเวลาเฉลี่ยการเป็นลูกค้า มีสูตรคำนวณคือ
CLTV = (มูลค่าเฉลี่ยต่อการซื้อสินค้า 1 ครั้ง x จำนวนครั้งที่ซื้อสินค้าโดยเฉลี่ย) x ระยะเวลาเฉลี่ยของการเป็นลูกค้า
ตัวอย่างเช่น แบรนด์มีสถิติของลูกค้า 1 คน คือ ซื้อสินค้าต่อครั้งเฉลี่ย 500 บาท ตลอดเวลาการเป็นลูกค้า มีการซื้อสินค้า 3 ครั้ง และมีเวลาการเป็นลูกค้าเฉลี่ย 2 ปี
จะได้ว่า CLTV เท่ากับ (500 x 3) x 2 = 3,000 บาท

14. Average Order Value (AOV)
คือ มูลค่าเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อสินค้า มีสูตรการคำนวณคือ AOV = ยอดขายสินค้าทั้งหมด / จำนวนคำสั่งซื้อ
ตัวอย่างการคำนวณ เช่น แคมเปญหนึ่งสร้างยอดขายสินค้าทั้งหมด 150,000 บาท และมีคำสั่งซื้อเข้ามา 1,000 ออร์เดอร์
จะได้ว่า AOV เท่ากับ 150,000 / 1,000 = 150 บาท
ซึ่งความหมายก็คือ ใน 1 คำสั่งซื้อของแบรนด์ จะมีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 150 บาท

15. Conversion Rate
คือ อัตราการเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเป้าหมายมาเป็นลูกค้าที่ทำตามเป้าหมายที่แบรนด์ตั้งไว้ เช่น สมัครสมาชิก, คลิกปุ่ม Call to Action หรือลิงก์บนเว็บไซต์ หรือซื้อสินค้ากับแบรนด์
โดยสูตรการคำนวณคือ Conversion Rate = (จำนวนการกระทำเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการทั้งหมด / จำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์) x 100
ตัวอย่างการคำนวณ เช่น มีคนเข้าชมเว็บไซต์ของแบรนด์จำนวน 2,000 คน และมีคนสมัครสมาชิกจำนวน 200 คน
จะได้ว่า Conversion Rate เท่ากับ (200 / 2,000) x 100 = 10%
ซึ่งความหมายก็คือ แบรนด์มีอัตราการเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเป้าหมายมาเป็นลูกค้าที่ทำตามเป้าหมายที่แบรนด์กำหนด (Conversion Rate) อยู่ที่ 10%

โดย : พี่ปี (ทีม5)

ที่มา : FB MarketThink


บทความที่เกี่ยวข้อง
Keyword Marketing เจาะกลุ่มเป้าหมายด้วยคำค้นหาที่ใช่!
ในยุคดิจิทัลที่ผู้คนค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการผ่าน Search Engine เป็นหลัก "Keyword Marketing" หรือ "การตลาดด้วยคำหลัก" จึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
10 มี.ค. 2025
Kalodata เครื่องมือวิเคราะห์เทรนด์Tiktok
Kalodata เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เทรนด์และข้อมูลสำหรับ TikTok ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับครีเอเตอร์ ร้านค้า คลิปวิดีโอ และไลฟ์สดบน TikTok
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
3 ส.ค. 2024
จิตวิทยาการตั้งราคา: กลยุทธ์ที่ทำมากกว่าการลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย
ในโลกธุรกิจที่การแข่งขันสูง หลายแบรนด์มักตกหลุมพรางที่ง่ายที่สุดในการดึงดูดลูกค้า นั่นคือ "การลดราคา" จริงอยู่ที่การลดราคาดึงดูดสายตาได้รวดเร็ว แต่มันก็เป็นกลยุทธ์ที่บั่นทอนกำไรและคุณค่าของแบรนด์ในระยะยาว คำถามคือ... จะทำอย่างไรให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ โดยที่เราไม่ต้องสาด "ป้ายแดง" ลดแหลกเพียงอย่างเดียว? คำตอบอยู่ที่ "จิตวิทยาการตั้งราคา" (Pricing Psychology) ศิลปะและวิทยาศาสตร์ของการนำเสนอตัวเลขที่ไม่ได้สื่อถึง "ต้นทุน" แต่สื่อถึง "คุณค่า" ที่ลูกค้ารับรู้ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจกลยุทธ์การตั้งราคาที่ลึกซึ้งกว่าการหั่นราคา และสร้างยอดขายได้อย่างยั่งยืน
ร่วมมือ.jpg Contact Center
29 ต.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ