แชร์

สรุป 15 คำศัพท์ ตัวชี้วัดการตลาด Influencer Marketing ที่ครีเอเตอร์ ต้องรู้ ตอนที่ 2

อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ย. 2024
1188 ผู้เข้าชม

Influencer Marketing คือ 

การตลาดโดยใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาช่วยในการโฆษณา ช่วยรีวิวสินค้า ช่วยแนะนำบริการ ให้กับสินค้าและบริการ ให้กับแบรนด์ โดยกลุ่ม Influencers ส่วนใหญ่จะใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook,IG,Youtube,Tiktok เป็นช่องทางให้การโฆษณา,รีวิวสินค้า ,รีวิวบริการ ของแบรนด์

หลังจากที่ตอนที่ 1 เราได้สรุปคำศัพท์ไปแล้ว 8 ข้อ ในส่วนของตอนที่ 2 นี้ เรามาสรุปคำศัพท์ส่วนที่เหลือ อีก 7 ข้อ กันนะครับ ข้อ 9-15

9. Google Search Volume
คือ ปริมาณการค้นหาผ่าน Google ด้วยคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของเรา ถ้ามีปริมาณเพิ่มขึ้นก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกได้ว่า มีคนให้ความสนใจแบรนด์ของเรา จนต้องเซิร์ชหาข้อมูลเพิ่มเติม

ขั้นที่ 3 Bottom of Funnel คือ ตัวชี้วัดที่เน้นวัดการโต้ตอบที่แบรนด์อยากให้ลูกค้ากระทำ (Conversion)

10. Sales
คือ ยอดขายที่เกิดขึ้นจากแคมเปญนั้น ๆ ซึ่งยอดขายถือเป็นเป้าหมายหลักของกิจกรรมทางการตลาด
โดยคำนวณได้จากสูตร Sales = จำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมด x มูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย

11. Return on Ads Spend (ROAS)
คือ ผลตอบแทนจากโฆษณา มีสูตรคำนวณคือ ROAS = รายได้ที่ได้รับจากการโฆษณา / ต้นทุนจากการโฆษณา
ตัวอย่างการคำนวณ เช่น ธุรกิจจัดแคมเปญโปรโมตสินค้าใหม่ ได้รายได้กลับมา 100,000 บาท ใช้ต้นทุนทั้งหมด 40,000 บาท โดยในต้นทุนนั้น เป็นค่ายิงโฆษณา 20,000 บาท
จะได้ว่า ROAS เท่ากับ 100,000 / 20,000 = 5 เท่า
ซึ่งความหมายก็คือ เงินโฆษณาที่ลงทุนไป จะได้ผลตอบแทนกลับมา 5 เท่า

12. Customer Acquisition Cost (CAC)
คือ ต้นทุนเฉลี่ยในการหาหรือได้มาซึ่งลูกค้าใหม่ต่อคน โดยไม่นับรวมลูกค้าเก่า
มีสูตรการคำนวณคือ CAC = (ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการขาย / จำนวนลูกค้าใหม่ที่ได้มา)
ตัวอย่างเช่น เราใช้เงินทำแคมเปญหนึ่งทั้งหมด 50,000 บาท ได้ลูกค้าใหม่เพิ่มมา 500 คน
จะได้ว่า CAC เท่ากับ 50,000 / 500 = 100
ซึ่งความหมายก็คือ เพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่ 1 คน เราต้องจ่ายเงิน 100 บาท

13. Customer Lifetime Value (CLTV)
คือ มูลค่าที่ลูกค้าสร้างให้กับแบรนด์ ตลอดระยะเวลาเฉลี่ยการเป็นลูกค้า มีสูตรคำนวณคือ
CLTV = (มูลค่าเฉลี่ยต่อการซื้อสินค้า 1 ครั้ง x จำนวนครั้งที่ซื้อสินค้าโดยเฉลี่ย) x ระยะเวลาเฉลี่ยของการเป็นลูกค้า
ตัวอย่างเช่น แบรนด์มีสถิติของลูกค้า 1 คน คือ ซื้อสินค้าต่อครั้งเฉลี่ย 500 บาท ตลอดเวลาการเป็นลูกค้า มีการซื้อสินค้า 3 ครั้ง และมีเวลาการเป็นลูกค้าเฉลี่ย 2 ปี
จะได้ว่า CLTV เท่ากับ (500 x 3) x 2 = 3,000 บาท

14. Average Order Value (AOV)
คือ มูลค่าเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อสินค้า มีสูตรการคำนวณคือ AOV = ยอดขายสินค้าทั้งหมด / จำนวนคำสั่งซื้อ
ตัวอย่างการคำนวณ เช่น แคมเปญหนึ่งสร้างยอดขายสินค้าทั้งหมด 150,000 บาท และมีคำสั่งซื้อเข้ามา 1,000 ออร์เดอร์
จะได้ว่า AOV เท่ากับ 150,000 / 1,000 = 150 บาท
ซึ่งความหมายก็คือ ใน 1 คำสั่งซื้อของแบรนด์ จะมีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 150 บาท

15. Conversion Rate
คือ อัตราการเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเป้าหมายมาเป็นลูกค้าที่ทำตามเป้าหมายที่แบรนด์ตั้งไว้ เช่น สมัครสมาชิก, คลิกปุ่ม Call to Action หรือลิงก์บนเว็บไซต์ หรือซื้อสินค้ากับแบรนด์
โดยสูตรการคำนวณคือ Conversion Rate = (จำนวนการกระทำเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการทั้งหมด / จำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์) x 100
ตัวอย่างการคำนวณ เช่น มีคนเข้าชมเว็บไซต์ของแบรนด์จำนวน 2,000 คน และมีคนสมัครสมาชิกจำนวน 200 คน
จะได้ว่า Conversion Rate เท่ากับ (200 / 2,000) x 100 = 10%
ซึ่งความหมายก็คือ แบรนด์มีอัตราการเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเป้าหมายมาเป็นลูกค้าที่ทำตามเป้าหมายที่แบรนด์กำหนด (Conversion Rate) อยู่ที่ 10%

โดย : พี่ปี (ทีม5)

ที่มา : FB MarketThink


บทความที่เกี่ยวข้อง
สรุป 15 คำศัพท์ ตัวชี้วัดการตลาด Influencer Marketing ที่ครีเอเตอร์ ต้องรู้
Influencer Marketing คือ การตลาดโดยใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาช่วยในการโฆษณา ช่วยรีวิวสินค้า ช่วยแนะนำบริการ ให้กับสินค้าและบริการ ให้กับแบรนด์ โดยกลุ่ม Influencers ส่วนใหญ่จะใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook,IG,Youtube,Tiktok เป็นช่องทางให้การโฆษณา,รีวิวสินค้า ,รีวิวบริการ ของแบรนด์ สรุป 15 คำศัพท์ ตัวชี้วัดการตลาด Influencer Marketing ที่ครีเอเตอร์ ต้องรู้
11 พ.ย. 2024
 เปลี่ยนข้อผิดพลาดจากแคมเปญให้เป็นบันไดขั้นต่อไปของทีม
ในโลกของการตลาดที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ความผิดพลาด ไม่ใช่เรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา หลายครั้งที่แคมเปญที่เราทุ่มเทแรงกายแรงใจไป อาจไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง หรือแม้กระทั่งเกิดข้อผิดพลาดที่ส่งผลกระทบ แต่แทนที่จะปล่อยให้ความล้มเหลวเหล่านี้บั่นทอนกำลังใจ การเปลี่ยนมุมมองให้เห็นว่า ทุกความผิดพลาดคือข้อมูลล้ำค่า คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาทีมของคุณก้าวไปข้างหน้า บล็อกนี้จะพาคุณไปดูวิธีการเปลี่ยนข้อผิดพลาดจากแคมเปญให้กลายเป็น บันไดขั้นต่อไป ที่แข็งแกร่งสำหรับทีมของคุณ
Gemini_Generated_Image_bjhh8wbjhh8wbjhh.png ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
9 ต.ค. 2025
Brand Book คืออะไร?: คู่มือสร้างแบรนด์ฉบับสมบูรณ์ ที่ช่วยให้ทุกคนในทีมสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรง การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเป็นที่จดจำไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป องค์กรหลายแห่งทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการตลาด แต่กลับพบว่าการสื่อสารของแบรนด์ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งในทีมภายในและกับลูกค้าภายนอก ปัญหานี้จะหมดไปหากคุณมี "Brand Book" เปรียบเสมือนคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่เป็น DNA ของแบรนด์ ช่วยให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นทีมการตลาด, ทีมขาย, ดีไซเนอร์ หรือแม้แต่ผู้บริหารเข้าใจและสื่อสารตัวตนของแบรนด์ไปในทางเดียวกัน
Gemini_Generated_Image_bjhh8wbjhh8wbjhh.png ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
16 ก.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้