รถบรรทุกไฟฟ้าดีจริงมั้ย เทียบกับรถบรรทุกน้ำมัน
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2024
536 ผู้เข้าชม

รถบรรทุกไฟฟ้าดีจริงมั้ย เทียบกับรถบรรทุกน้ำมัน
เปรียบเทียบความคุ้มค่า รถบรรทุกน้ำมันและรถบรรทุกไฟฟ้า
น้ำมัน เป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญสำหรับธุรกิจ ยิ่งกับธุรกิจขนส่ง ที่ต้องใช้รถบรรทุกในการขนย้ายสินค้าตลอดเวลา การต้องจ่ายค่าน้ำมันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งราคาน้ำมันก็ขึ้นลงตามราคาตลาดโลกอีกด้วย การเข้ามาของรถบรรทุกไฟฟ้า จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจของคุณ แล้วรถบรรทุกไฟฟ้าดีจริงมั้ย? น่าสนใจจริงหรือเปล่า คุ้มแล้วหรือยังกับการซื้อมาใช้ในธุรกิจ

ราคารถบรรทุก ค่าน้ำมัน และค่าไฟฟ้า
เริ่มจากส่วนแรก เปรียบเทียบราคาของรถบรรทุกน้ำมันและรถบรรทุกไฟฟ้า โดยรถบรรทุกที่นำมาเป็นตัวอย่างคือ
รถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลางเราจะแสดงอัตราสิ้นเปลืองเบื้องต้นของรถทั้ง 2 ชนิด เพื่อเทียบกันให้เห็นภาพ
รถบรรทุกน้ำมัน ราคาคันละ 1,590,000 บาท
รถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลางเราจะแสดงอัตราสิ้นเปลืองเบื้องต้นของรถทั้ง 2 ชนิด เพื่อเทียบกันให้เห็นภาพ
รถบรรทุกน้ำมัน ราคาคันละ 1,590,000 บาท
รถบรรทุกไฟฟ้า ราคาคันละ 2,189,000 บาท
จุดเด่นของรถบรรทุกไฟฟ้าคือช่วยลดต้นทุนทางด้านค่าเชื้อเพลิง/พลังงาน ที่หากวิ่งระยะทางเยอะ ค่าเชื้อ
เพลิง/พลังงาน ยิ่งมีความคุ้มค่า แต่ก็ยังมีหลายข้อที่ให้คุณพิจารณาก่อนนำไปใช้ในธุรกิจให้เหมาะสม
1.รถบรรทุกไฟฟ้าได้เปรียบเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะรถบรรทุกไฟฟ้าไม่ปล่อยมลพิษออกมาทั้งทางอากาศและทางเสียง จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องส่งออกสินค้า ไปยังสหภาพยุโรปซึ่งมีมาตรการ CBAM คอยควบคุมอยู่
2.ระยะวิ่งที่ทำได้ต่อการชาร์จของรถบรรทุกไฟฟ้ายังมีระยะการขับขี่ที่ไม่ไกลมากนัก เมื่อเทียบกับรถบรรทุกน้ำมัน แต่กรมขนส่งทางบกได้กำหนดให้การขับรถบรรทุกเมื่อขับครบกำหนดทุก 4 ชั่วโมง ต้องมีการจอดพัก 30 นาที ทำให้ระหว่างพักรถ สามารถเติมพลังงานให้กับรถบรรทุกไฟฟ้า ลดข้อเสียเปรียบด้านระยะทางที่ทำได้
3.จุดชาร์จแบตเตอรี่ ปัจจุบันจุดชาร์จมีเพิ่มมากขึ้นกว่า 1,400 จุดทั่วประเทศ ซึ่งครอบคลุมเส้นทางการขับขี่หลักไว้หมดแล้ว แต่หากมีการใช้รถนอกเหนือเส้นทางหลัก คุณอาจต้องติดตั้งจุดชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มในพื้นที่ของคุณในภายหลัง
4.แบตเตอรี่ของรถบรรทุกไฟฟ้า มีราคาสูง ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุจนแบตเตอรี่เสียหาย การเปลี่ยนแบตเตอรี่บางยี่ห้อ 1 ครั้ง อาจมีราคาเกือบครึ่งของรถบรรทุกไฟฟ้า จึงต้องระมัดระวังการขับขี่ที่มากกว่าปกติ ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับตัวรถและแบตเตอรี่
2.ระยะวิ่งที่ทำได้ต่อการชาร์จของรถบรรทุกไฟฟ้ายังมีระยะการขับขี่ที่ไม่ไกลมากนัก เมื่อเทียบกับรถบรรทุกน้ำมัน แต่กรมขนส่งทางบกได้กำหนดให้การขับรถบรรทุกเมื่อขับครบกำหนดทุก 4 ชั่วโมง ต้องมีการจอดพัก 30 นาที ทำให้ระหว่างพักรถ สามารถเติมพลังงานให้กับรถบรรทุกไฟฟ้า ลดข้อเสียเปรียบด้านระยะทางที่ทำได้
3.จุดชาร์จแบตเตอรี่ ปัจจุบันจุดชาร์จมีเพิ่มมากขึ้นกว่า 1,400 จุดทั่วประเทศ ซึ่งครอบคลุมเส้นทางการขับขี่หลักไว้หมดแล้ว แต่หากมีการใช้รถนอกเหนือเส้นทางหลัก คุณอาจต้องติดตั้งจุดชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มในพื้นที่ของคุณในภายหลัง
4.แบตเตอรี่ของรถบรรทุกไฟฟ้า มีราคาสูง ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุจนแบตเตอรี่เสียหาย การเปลี่ยนแบตเตอรี่บางยี่ห้อ 1 ครั้ง อาจมีราคาเกือบครึ่งของรถบรรทุกไฟฟ้า จึงต้องระมัดระวังการขับขี่ที่มากกว่าปกติ ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับตัวรถและแบตเตอรี่
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
รถเครื่องสันดาป (ICE) มีผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจาก รถเครื่องยนต์สันดาป การมีเผาไหม้ของเครื่องยนต์และปล่อยออกมาทางท่อไอเสีย ซึ่งการปล่อยมลพิษทางอากาศ รวมถึง CO2 และสารมลพิษอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ก่อให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน
รถพลังงานไฟฟ้า (EV) เนื่องจาก รถพลังงานไฟฟ้า ไม่มีการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ จึงไม่สามารถปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ส่งกับผลกระทบสำคัญต่อโลก และการเกิดภาวะโลกร้อน เหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป ที่ไม่ใช่เพียงแต่ปล่อยมลพิษทางท่อไอเสียรถเท่านั้น ยังรวมไปถึงกระบวนการผลิตตั้งต้น ตั้งแต่ การสกัดน้ำมัน >> การกลั่นเชื้อเพลิง >> รวมไปถึงการผลิตชิ้นส่วนของตัวรถอีกด้วย
BY: FAH
ที่มา: orix
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั่วไปเป็นการผ่าตัดผิวข้อส่วนที่เสื่อมออกแล้วทดแทนด้วยโลหะสังเคราะห์และพลาสติกพิเศ มีข้อดีคือช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้
20 ก.ค. 2024
แนวทางใช้ AI ในชีวิตประจำวัน : ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
2 ต.ค. 2025
การติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า หากคุณต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
18 ธ.ค. 2024


พี่ปี

ไม่ระบุผู้เขียน