แชร์

ธุรกิจโชห่วยไทย ในปี 2567

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.ย. 2024
1537 ผู้เข้าชม

ธุรกิจโชห่วยไทย ในปี 2567

    ปัจจุบันประเทศไทย ยังต้องพัฒนาให้ร้านค้าส่งค้าปลีกที่มีศักยภาพร่วมเป็นภาคีเครือข่ายช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายเล็กหรือโชห่วย รวมถึง การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยเสริมศักยภาพการประกอบธุรกิจให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation)

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงประสานความร่วมมือโดยดึงร้านค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่และขนาดกลางที่อยู่ในแต่ละท้องถิ่นมาเป็นภาคีเครือข่ายช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อย-รายย่อม โดยดำเนินการเสริมศักยภาพและยกระดับมาตรฐานให้เป็นร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบและเป็นพี่เลี้ยงให้ร้านโชห่วยในท้องถิ่น รวมถึง การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในพื้นที่

    สร้างโอกาสให้ร้านค้าโชห่วยได้เข้าถึงเทคโนโลยี พัฒนาร้านค้าให้มีระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขยายตลาด ขยายกลุ่มลูกค้า และเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านโชห่วย

    ทั้งนี้ มั่นใจว่าการพัฒนาดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งร้านค้าต้นแบบและร้านค้าโชห่วย ภายใต้แนวคิด รายใหญ่ช่วยรายเล็ก ได้รับประโยชน์ทั้งคู่ พร้อมเติบโตไปด้วยกัน และส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในท้องถิ่น

    ปี 2567 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้กำหนดเป้าหมายการเสริมศักยภาพและยกระดับมาตรฐานธุรกิจเพื่อให้เกิดร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบได้ไม่น้อยกว่า 30 ร้านค้าทั่วประเทศ และมีร้านโชห่วยท้องถิ่นได้รับประโยชน์ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 250 ร้านค้า โดยร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบจะเป็นพี่เลี้ยงโชห่วยช่วยให้คำปรึกษาและพัฒนาเป็น สมาร์ทโชห่วย โดยมีการปรับภาพลักษณ์ร้านค้าให้เป็นหมวดหมู่ตามหลัก 5 ส (สวย สะอาด สว่าง สะดวก สบาย) ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าร้านและเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้น

    รวมถึง ส่งเสริมให้ใช้ระบบ POS สำหรับการขายสินค้า การจัดการสต๊อกสินค้า และการดูรายงานยอดขายเบื้องต้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากวิถีการทำงานรูปแบบเดิมสู่การใช้ระบบเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

การลงพื้นที่แต่ละสถานประกอบการจะเน้นที่การให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ครั้ง 3 ระดับ ได้แก่

1.วิเคราะห์การพัฒนาตามเกณฑ์มาตรฐานการบริหารจัดการของกรม และจัดทำแผนพัฒนาเฉพาะราย (Individual Action Plan) โดยจะเน้นที่การแก้ปัญหาเร่งด่วน และการต่อยอดเสริมจุดแข็งให้ธุรกิจ

2.ให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางการพัฒนาตาม Individual Action Plan

3.การติดตามและประเมินผลการพัฒนาของผู้ประกอบการ ซึ่งการดำเนินงานทั้ง 3 ครั้ง จะนำไปสู่การยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจให้มีมาตรฐาน และพร้อมเป็นต้นแบบและเป็นพี่เลี้ยงแก่ผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกรายย่อย-รายย่อม และผู้ประกอบการร้านโชห่วยต่อไป

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบยังจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ จากพันธมิตรของกรม โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน เช่น ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน ธ.พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และ ธ.ไทยพาณิชย์ เป็นต้น

 

 

 


BY : NUN

ที่มา : www.prachachat.net


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผสานพลัง AI กับ Data Marketing เพื่อการตลาดที่แม่นยำยิ่งขึ้น
เมื่อ AI พบ Data Marketing จะเกิดอะไรขึ้น? มาดูวิธีใช้ข้อมูลและ AI เพื่อยิงโฆษณาให้โดนใจลูกค้าแบบตรงเป้าหมายสุด ๆ
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
23 มิ.ย. 2025
Churn Rate อัตราการไหลของลูกค้า...ยิ่งน้อย ยิ่งดี!
Churn Rate หรือ อัตราการไหลของลูกค้า คือ ตัวชี้วัดที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เช่น ธุรกิจบริการ, ธุรกิจสมาชิก หรือธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
15 ก.พ. 2025
Sales Enablement: อาวุธลับที่ฝ่ายการตลาดสร้างให้ฝ่ายขาย เพื่อปิดการขายได้ง่ายขึ้น
ในหลายองค์กร เรามักเห็นภาพความขัดแย้งเล็กๆ (หรือบางทีก็ไม่เล็ก) ระหว่างทีมการตลาดและทีมขาย ฝ่ายขายบ่นว่า: "การตลาดหา Lead มาไม่ดีเลย ไม่มีคุณภาพ" หรือ "คอนเทนต์ที่ทำมาก็ใช้ขายงานจริงไม่ได้" ฝ่ายการตลาดบ่นว่า: "อุตส่าห์ทำคอนเทนต์ดีๆ ไปให้ แต่ฝ่ายขายไม่เคยเปิดใช้" หรือ "Lead ที่ให้ไปก็ไม่ยอมตาม"
ร่วมมือ.jpg Contact Center
10 พ.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้