แชร์

ธุรกิจโชห่วยไทย ในปี 2567

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.ย. 2024
1023 ผู้เข้าชม

ธุรกิจโชห่วยไทย ในปี 2567

    ปัจจุบันประเทศไทย ยังต้องพัฒนาให้ร้านค้าส่งค้าปลีกที่มีศักยภาพร่วมเป็นภาคีเครือข่ายช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายเล็กหรือโชห่วย รวมถึง การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยเสริมศักยภาพการประกอบธุรกิจให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation)

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงประสานความร่วมมือโดยดึงร้านค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่และขนาดกลางที่อยู่ในแต่ละท้องถิ่นมาเป็นภาคีเครือข่ายช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อย-รายย่อม โดยดำเนินการเสริมศักยภาพและยกระดับมาตรฐานให้เป็นร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบและเป็นพี่เลี้ยงให้ร้านโชห่วยในท้องถิ่น รวมถึง การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในพื้นที่

    สร้างโอกาสให้ร้านค้าโชห่วยได้เข้าถึงเทคโนโลยี พัฒนาร้านค้าให้มีระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขยายตลาด ขยายกลุ่มลูกค้า และเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านโชห่วย

    ทั้งนี้ มั่นใจว่าการพัฒนาดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งร้านค้าต้นแบบและร้านค้าโชห่วย ภายใต้แนวคิด รายใหญ่ช่วยรายเล็ก ได้รับประโยชน์ทั้งคู่ พร้อมเติบโตไปด้วยกัน และส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในท้องถิ่น

    ปี 2567 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้กำหนดเป้าหมายการเสริมศักยภาพและยกระดับมาตรฐานธุรกิจเพื่อให้เกิดร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบได้ไม่น้อยกว่า 30 ร้านค้าทั่วประเทศ และมีร้านโชห่วยท้องถิ่นได้รับประโยชน์ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 250 ร้านค้า โดยร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบจะเป็นพี่เลี้ยงโชห่วยช่วยให้คำปรึกษาและพัฒนาเป็น สมาร์ทโชห่วย โดยมีการปรับภาพลักษณ์ร้านค้าให้เป็นหมวดหมู่ตามหลัก 5 ส (สวย สะอาด สว่าง สะดวก สบาย) ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าร้านและเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้น

    รวมถึง ส่งเสริมให้ใช้ระบบ POS สำหรับการขายสินค้า การจัดการสต๊อกสินค้า และการดูรายงานยอดขายเบื้องต้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากวิถีการทำงานรูปแบบเดิมสู่การใช้ระบบเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

การลงพื้นที่แต่ละสถานประกอบการจะเน้นที่การให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ครั้ง 3 ระดับ ได้แก่

1.วิเคราะห์การพัฒนาตามเกณฑ์มาตรฐานการบริหารจัดการของกรม และจัดทำแผนพัฒนาเฉพาะราย (Individual Action Plan) โดยจะเน้นที่การแก้ปัญหาเร่งด่วน และการต่อยอดเสริมจุดแข็งให้ธุรกิจ

2.ให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางการพัฒนาตาม Individual Action Plan

3.การติดตามและประเมินผลการพัฒนาของผู้ประกอบการ ซึ่งการดำเนินงานทั้ง 3 ครั้ง จะนำไปสู่การยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจให้มีมาตรฐาน และพร้อมเป็นต้นแบบและเป็นพี่เลี้ยงแก่ผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกรายย่อย-รายย่อม และผู้ประกอบการร้านโชห่วยต่อไป

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบยังจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ จากพันธมิตรของกรม โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน เช่น ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน ธ.พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และ ธ.ไทยพาณิชย์ เป็นต้น

 

 

 


BY : NUN

ที่มา : www.prachachat.net


บทความที่เกี่ยวข้อง
"โปรโมชั่น 9.9 / 11.11: เตรียมทีมแพ็คและรถขนส่งยังไง ไม่ให้ออเดอร์ตกค้าง"
ยอดขายปังแต่พังเพราะส่งช้า! เตรียมร้านให้พร้อมรับมือเทศกาล 9.9 และ 11.11 ด้วยเทคนิคจัดการสต็อก วางแผนทีมแพ็ค และจองรถขนส่งล่วงหน้ากับ BS Express ปิดจบทุกปัญหาออเดอร์ล้น
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
24 ม.ค. 2026
AI as Your Marketing Assistant: 5 คำสั่ง (Prompts) ลับที่จะช่วยคุณร่างแผนการตลาดรายเดือนใน 10 นาที
คุณเคยนั่งจ้องหน้าจอมืดๆ แล้วถามตัวเองไหมครับว่า "เดือนหน้าจะโพสต์อะไรดี?" หรือ "จะจัดโปรโมชั่นอะไรให้ลูกค้าตื่นเต้น?"
ร่วมมือ.jpg Contact Center
24 ม.ค. 2026
Is AI Overrated? เจาะลึกความจริง AI ในงานโลจิสติกส์และตลาด ช่วยงานได้จริงหรือแค่ราคาคุย?
ช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ได้ยินแต่คำว่า "AI" (ปัญญาประดิษฐ์) จนหลายคนเริ่มเอียนและตั้งคำถามว่า "สรุปแล้วมันเก่งจริง หรือเป็นแค่กระแสการตลาดที่ปั่นราคากันแน่?"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
24 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ