แชร์

5 แอปพลิเคชันสั่งอาหารในประเทศไทย

อัพเดทล่าสุด: 30 ส.ค. 2024
3656 ผู้เข้าชม

5 แอปพลิเคชันสั่งอาหารในประเทศไทยที่คนนิยมใช้มากที่สุด

    ในช่วง Covid-19 มีหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบให้ปิดกิจการชั่วคราว หรือดำเนินกิจการได้อย่างไม่เต็มรูปแบบทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ธุรกิจอาหารก็เป็น 1 ในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน โดยเจ้าของธุรกิจร้านอาหารถูกสั่งให้เปิดทำการในระยะเวลาที่น้อยลงหรือห้ามไม่ให้ลูกค้านั่งรับประทานอาหารในร้าน 

1. Grab
    หากพูดถึงแอปพลิเคชันนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดี เพราะเกือบจะเป็นแอปแรก ๆ ที่มีบริการส่งอาหารแบบ Delivery โดยเฉพาะในช่วงโควิดระบาด นอกจากนั้นยังมีบริการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเรียกรถ Taxi หรือ Grab Car สำหรับเดินทาง Grab Mart สำหรับสั่งซื้อของสดจากร้านค้าและซุปเปอร์มาเก็ตต่าง ๆ รวมไปถึง Grab Express ที่ไว้เรียกใช้บริการส่งของได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเข้าแอปเดียวใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชัน นอกจากนั้นยังให้บริการครอบคลุมกว่า 35 จังหวัดทั่วประเทศไทย

 

2. Food Panda
    แอปพลิเคชัน Food Panda ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแอปสั่งอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมมากกว่า 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย และรวมร้านอาหารเด็ด ๆ ดัง ๆ ไว้กว่า 1,000 ร้านเลยทีเดียว สามารถสั่งอาหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถสั่งอาหารล่วงหน้าได้นานถึง 3 วัน และมีฟังก์ชัน Shops ที่สามารถสั่งของสดหรือของใช้จากร้านค้า เช่น Tops Daily, Lotuss, Big C และ Watsons เป็นต้น รวมทั้งมีบริการมอบส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ใช้ฟีเจอร์ Dine In เพื่อไปรับประทานอาหารที่ร้าน

3. LINE MAN
    LINE MAN แอปพลิเคชันสั่งอาหารที่มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมถึง 77 จังหวัดทั่วไทย โดยรวมร้านอาหารทั้งในห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร Local ตามพื้นที่ต่าง ๆ มากกว่า 500,000 ร้าน ภายในแอปจะมีการแยก Categories เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกร้านอาหารตามความต้องการได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เช่น ร้านอาหารใกล้บ้าน ประเภทของอาหาร และร้านอาหารแบรนด์ต่าง ๆ เป็นต้น หากสั่งอาหารจากร้านที่มีหลายสาขา แอปจะแสดงผลสาขาที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด และยังแสดงผลให้เห็นด้วยว่ามีสาขาไหนในเครืออีกบ้าง นอกจากนั้น LINE MAN ยังมีระบบสั่งอาหารสองร้าน ส่งเที่ยวเดียว (เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ) โดยคิดค่าส่งเพียงแค่ครั้งเดียวจากร้านแรก ระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดค่าส่งและแถมยังได้กินของอร่อยเพิ่มอีกด้วย หากคุณเป็นสายสะสม Line Points แอป LINE MAN ถือว่าตอบโจทย์คุณเป็นอย่างมาก เพราะเราสามารถเอา Points ที่สะสมมาใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารได้

4. Robinhood
    ถือว่า Robinhood เป็นแอปพลิเคชันขวัญใจร้านอาหาร Local เลยก็ว่าได้ เนื่องจากทางแอปไม่เก็บค่า GP (Gross Profit) จึงทำให้มีพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจำนวนมากสนใจเปิดระบบร้านอาหารไว้บนแพลตฟอร์มนี้ เหตุนี้ทำให้ราคาอาหารในแอป Robinhood จะถูกกว่าราคาอาหารในแอปพลิเคชันอื่น เพราะราคาโดยส่วนใหญ่ตรงกับ Standard ที่ขายหน้าร้านตามปกติหรืออาจสูงขึ้นมานิดเล็กน้อย ทำให้ลูกค้าแฮปปี้กับการสั่งอาหารมากยิ่งขึ้น แอปยังมีระบบร้านแนะนำ ร้านใกล้คุณ และแยกหมวดหมู่ของประเภทอาหารไว้อย่างชัดเจน

5. ShopeeFood
    สายช็อปปิ้งรู้กันหรือไม่ แอปพลิเคชันอย่าง Shopee ก็มีระบบสั่งอาหารเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารแบรนด์ดังต่าง ๆ ที่มีดีลลดราคาพิเศษสูงถึง 50% นอกจากนั้นยังมีช่วง Flash Sale ให้เก็บโค้ดลดแบบคุ้ม ๆ แถมยังมีการแจกโค้ดลดค่าส่งอีกด้วย สำหรับผู้ที่ชอบสะสม Shopee Coin ก็ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนลดได้เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นแอปที่ตอบโจทย์สายช็อปไทยอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะสามารถซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันได้แล้วยังอิ่มท้องในแอปพลิเคชันเดียวได้อีกต่างหาก

 

 

 

 

BY: BOAT

ที่มา: Sennalabs


บทความที่เกี่ยวข้อง
KPI ที่ใช้วัดประสิทธิภาพโลจิสติกส์ (Logistics KPI) ที่ธุรกิจควรรู้
สรุป KPI สำคัญที่ใช้วัดประสิทธิภาพงานโลจิสติกส์ ครอบคลุมตั้งแต่ความเร็ว ต้นทุน ไปจนถึงความพึงพอใจของลูกค้า
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
11 พ.ย. 2025
ปัจจุบันโลกเสมือนจริงที่กำลังมาแรง มาทำความรู้จักว่า  Metaverse คืออะไร
Metaverse หรือ จักรวาลนฤมิต เป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากที่ Facebook เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta นั่นเอง แต่ Metaverse คืออะไรกันแน่? และทำไมถึงได้รับความสนใจจากทั่วโลกขนาดนี้?
6 พ.ย. 2024
FOMO Marketing: ศิลปะการกระตุ้นความ "เสียดาย" ให้กลายเป็น "ยอดขาย" แบบเนียน ๆ (ไม่ยัดเยียด)
เคยไหม? ที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะซื้อของชิ้นนั้น แต่พอเห็นป้าย "เหลือ 2 ชิ้นสุดท้าย" หรือเพื่อนในโซเชียลเริ่มแชร์กันเต็มหน้าฟีด จู่ๆ มือของคุณก็กดสั่งซื้อไปโดยอัตโนมัติ... นี่คือกำลังของ FOMO (Fear of Missing Out) หรือ "ความกลัวที่จะตกขบวน" ในโลกการตลาด FOMO คืออาวุธที่ทรงพลังมาก แต่ถ้าใช้ไม่เป็น มันจะกลายเป็น "ดาบสองคม" ที่ทำให้แบรนด์ดูน่ารำคาญและยัดเยียดทันที วันนี้เราจะมาเจาะลึกเทคนิคการใช้ FOMO Marketing ให้ดู Classy ดูแพง และกระตุ้นลูกค้าได้แบบแยบยลครับ
ร่วมมือ.jpg Contact Center
10 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้