แชร์

การเพิ่มประสิทธิภาพภายในคลังสินค้า

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ค. 2024
1194 ผู้เข้าชม

แนวทางที่1 พนักงานที่จะถูกกำหนดให้ทำงานในคลังสินค้าขององค์กร ต้องผ่านการคัดเลือกจากบุคคลที่มีความรู้ตรงตามรูปแบบการทำงานที่ต้องรับผิดชอบในคลังสินค้า มีการทดสอบความรู้ก่อนรับเข้าทำงาน ตลอดจนต้องผ่านการอบรมรูปแบบการทำงานที่ทำให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพในคลังสินค้า การอบรบถึงจิตสำนึกในการทำงานที่ดีที่ไม่สร้างปัญหาต่อเนื่องให้เกิดขึ้นในคลังสินค้า เพราะทุกการดำเนินการในคลังสินค้าล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องและเริ่มต้นจากบุคลากรในคลังสินค้า (ยกเว้นกรณีที่เป็นคลังสินค้าอัตโนมัติที่ดำเนินการผ่านระบบเครื่องจักรและกลไกควบคุมทั้งหมด)

แนวทางที่2 การกำหนดรอบตรวจนับสินค้าในคลังสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรทราบจำนวนสินค้าในคลังปัจจุบันเทียบกับจำนวนในระบบ หากปริมาณไม่ตรงกันผู้รับผิดชอบจะได้ทำการตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องทนที นอกจากนั้นการทราบจำนวนสินค้าในคลังปัจจุบันยังทำให้ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายวางแผงการผลิตได้รับข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการวางแผนการทำงานที่ประหยัดไม่เกิดการสั่งสินค้ามาเกิดความต้องการใช้จริงขององค์กร

แนวทางที่3 การสร้างรูปแบบการจัดเรียงที่เป็นระเบียบและการจัดสินค้าแลลแยกลำดับความสำคัญของสินค้า ความมีระเบียบของคลังสินค้าส่งผลโดยตรงต่อความรวดเร็วในการค้นหาสินค้า ปัญหาสินค้าค้างสต๊อคจนหมดอายุการใช้งาน ปัญหาสินค้าเต็มคลังหรือมีปริมาณมากเกินความจำเป็น ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากคลังสินค้าที่ไม่เป็นระเบียบทั้งสิ้น การจัดสินค้าแบบแยกลำดับความสำคัญของสินค้าจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการค้นหาสินค้า

แนวทางที่4 การนำระบบจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System : WMS) หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้ามาใช้ ระบบจัดการคลังสินค้าจะช่วยให้ผู้ดูแลทราบข้อมูลปัจจุบัน (Real Time) ความสะดวกในการใช้งาน การลดเวลาในการค้นหาข้อมูล การทราบข้อมูลปริมาณสินค้าคงคลัง ตำแหน่งจัดวาง และข้อมุลพื้นฐานที่จำเป็นเกี่ยวกับคลังสินค้าค้าทั้งหมดในทันที ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลด้านคลังสินค้าเพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องต่่างๆ ที่สะดวกและแม่นยำกว่าการใช้ระบบการบันทึกข้อมูลแบบเดิม ลดต้นทุนที่เกิดจากความสูญเสียในคลังสินค้าและลดเวลาและความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานของคน ในส่วนของเทคโนโลยีปัจจุบันมีการพัฒนาซอร์ฟแวร์และอุปกรณ์ด้านโลจิสติกส์ที่สามารถช่วยเพิ่มความสะดวก ลดเวลาการทำงานและลดจำนวนการใช้งานคนและเครื่องจักรในคลังสินค้าขึ้นมามากมาย อาทิเช่น การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และการควบคุมอุตโนมัติในรูปแบบของหุ่นยนต์ขนย้ายสินค้าในคลังสินค้า (Warehouse Logistic Robotsz) เข้ามาทำหน้าที่แทนรถโฟล์ลิฟที่ใช้ขนย้ายสินค้าภายในคลังสินค้าเพื่อลดต้นทุนในคลังสินค้าที่เกิดจากการเคลื่อนย้านสินค้าในคลังแบบเดิม

BY : NUN

ที่มา : https://bait.rmutsb.ac.th/content/warehousing-management/


บทความที่เกี่ยวข้อง
Bonded Warehouse: คลังสินค้าที่ทำให้สินค้านำเข้า “ยังไม่ต้องเสียภาษี”
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมสินค้านำเข้าบางอย่างถึงยังไม่เสียภาษีทันทีที่เข้าประเทศ คำตอบก็คือมันถูกเก็บไว้ใน Bonded Warehouse (คลังสินค้าทัณฑ์บน) ซึ่งถือว่าเป็น “โซนพิเศษ” ในระบบโลจิสติกส์
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
27 ก.ย. 2025
"แกะกล่องรีวิว: Unboxing Experience คืออะไร? และทำไมมันถึงสำคัญกว่าที่คิด"
ในยุคที่การแข่งขัน E-commerce ดุเดือด การซื้อ-ขายไม่ได้จบลงแค่ตอนที่ลูกค้าชำระเงิน แต่ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดอาจเป็นตอนที่ลูกค้าได้รับและ "เปิดกล่อง" พัสดุเป็นครั้งแรก ประสบการณ์ตรงนี้เรียกว่า "Unboxing Experience" ซึ่งไม่ใช่แค่การแกะกล่องธรรมดา แต่มันคือเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ
หมี (นักศึกษาฝึกงาน)
25 ก.ค. 2025
5 ขั้นตอนสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์พัสดุ เริ่มต้นอย่างไรให้ปัง!
เมื่อความฝันอยากเป็น "เจ้าของธุรกิจ" เริ่มชัดเจนขึ้น การเลือกลงทุนในโมเดล "แฟรนไชส์" คือทางลัดที่น่าสนใจ เพราะมีระบบ, มีชื่อแบรนด์
ร่วมมือ.jpg Contact Center
23 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้