แชร์

การขนส่งสินค้าแบบ DAT (Delivered at Terminal)

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ค. 2024
1955 ผู้เข้าชม

DAT ย่อมาจาก Delivered at Terminal เป็นเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศประเภทหนึ่ง ที่ระบุถึงความรับผิดชอบในการส่งมอบสินค้าและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

DAT หมายถึง ส่งมอบสินค้า ณ สถานีปลายทาง หมายความว่า ผู้ขายมีหน้าที่ส่งมอบสินค้าให้กับผู้ซื้อ ณ สถานีปลายทางที่ระบุไว้ ซึ่งอาจจะเป็นท่าเรือ สนามบิน สถานีรถไฟ หรือสถานที่อื่นๆ ที่กำหนดไว้ ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปยังสถานีปลายทาง และขนถ่ายสินค้าลงจากยานพาหนะ เมื่อสินค้าถูกวางไว้บนพื้นที่ของสถานีปลายทาง ถือว่าผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าให้กับผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เหลือ เช่น ค่าธรรมเนียมท่าเรือ ภาษีนำเข้า และค่าขนส่งสินค้าจากสถานีปลายทางไปยังคลังสินค้า


ข้อดีของการใช้ DAT

  • ความชัดเจน : เงื่อนไข DAT กำหนดจุดส่งมอบ ความรับผิดชอบ และค่าใช้จ่ายได้ชัดเจน ช่วยลดข้อพิพาทระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ
  • ความสะดวก : ผู้ขายไม่จำเป็นต้องขนถ่ายสินค้าลงจากยานพาหนะ ผู้ซื้อสามารถจัดการเองได้

ข้อเสียของการใช้ DAT

  • ความเสี่ยง: ผู้ขายรับผิดชอบความเสี่ยงของสินค้าจนกว่าจะวางไว้บนพื้นที่ของสถานีปลายทาง
  • ค่าใช้จ่าย: ผู้ขายอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการขนถ่ายสินค้าลงจากยานพาหนะ

ความแตกต่างระหว่าง DAT กับ DAP

จุดส่งมอบ

  • DAT : สินค้าถูกวางไว้บนพื้นที่ของสถานีปลายทาง
  • DAP : สินค้าถูกวางไว้บนยานพาหนะที่สถานีปลายทาง

ความรับผิดชอบ

  • DAT : ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้าลงจากยานพาหนะ
  • DAP : ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้าลงจากยานพาหนะ


ตัวอย่าง

บริษัท A ในประเทศไทย ขายเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับบริษัท B ในประเทศอินเดีย ภายใต้เงื่อนไข DAT

ผู้ขาย (บริษัท A) มีหน้าที่

  • บรรจุเครื่องจักรกลลงในตู้คอนเทนเนอร์
  • ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง
  • ชำระค่าธรรมเนียมท่าเรือแหลมฉบัง
  • ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือที่ท่าเรือมุมไบ

ผู้ซื้อ (บริษัท B) มีหน้าที่

  • ชำระค่าธรรมเนียมท่าเรือมุมไบ
  • ขนส่งสินค้าจากท่าเรือมุมไบไปยังคลังสินค้า

การขนส่งสินค้าแบบ DAT เหมาะสำหรับธุรกรรมการค้าที่มีสินค้าที่ชัดเจน จุดส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน ผู้ขายที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายการขนส่ง และผู้ซื้อที่มีความสามารถในการขนถ่ายสินค้าเอง อย่างไรก็ตาม ผู้ขายและผู้ซื้อควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ประเภทของสินค้า เส้นทางการขนส่ง และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ก่อนตัดสินใจใช้เงื่อนไข DAT


แหล่งข้อมูล : https://www.customs.go.th/content.php?ini_content=customs_valuation_03&ini_menu=menu_customs_value&lang=th&left_menu=menu_customs_value_03


บทความที่เกี่ยวข้อง
FOMO Marketing: ศิลปะการกระตุ้นความ "เสียดาย" ให้กลายเป็น "ยอดขาย" แบบเนียน ๆ (ไม่ยัดเยียด)
เคยไหม? ที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะซื้อของชิ้นนั้น แต่พอเห็นป้าย "เหลือ 2 ชิ้นสุดท้าย" หรือเพื่อนในโซเชียลเริ่มแชร์กันเต็มหน้าฟีด จู่ๆ มือของคุณก็กดสั่งซื้อไปโดยอัตโนมัติ... นี่คือกำลังของ FOMO (Fear of Missing Out) หรือ "ความกลัวที่จะตกขบวน" ในโลกการตลาด FOMO คืออาวุธที่ทรงพลังมาก แต่ถ้าใช้ไม่เป็น มันจะกลายเป็น "ดาบสองคม" ที่ทำให้แบรนด์ดูน่ารำคาญและยัดเยียดทันที วันนี้เราจะมาเจาะลึกเทคนิคการใช้ FOMO Marketing ให้ดู Classy ดูแพง และกระตุ้นลูกค้าได้แบบแยบยลครับ
ร่วมมือ.jpg Contact Center
10 ธ.ค. 2025
ถึงเวลา Outsource รึยัง? 5 สัญญาณเตือนว่าธุรกิจของคุณควรเลิกส่งของเอง
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME หลายคน การมีรถกระบะของบริษัทหนึ่งคัน หรือการมีทีมขนส่งเล็กๆ เป็นของตัวเองในช่วงเริ่มต้น คือสัญลักษณ์ของความทุ่มเทและการควบคุมคุณภาพได้เต็มร้อย แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เคยเป็น "จุดแข็ง" ก็อาจค่อยๆ กลายเป็น "ภาระ" ที่ฉุดรั้งการเติบโตโดยไม่รู้ตัว
ปาล์ม นักศึกษาฝึกงาน
9 ส.ค. 2025
เทียบชัดๆ! ค่าส่งแบบเรียกรถเข้ารับ vs ไปส่งเองที่สาขา แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ การส่งของคือหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่สำคัญที่สุด แต่เคยลังเลไหมครับว่าระหว่างการหิ้วของไปส่งเองที่สาขา กับการใช้บริการเรียกรถมารับถึงหน้าบ้าน...
ร่วมมือ.jpg Contact Center
14 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้