Put Away คืออะไร? ทำไมจึงสำคัญต่อการจัดการคลังสินค้า
อัพเดทล่าสุด: 23 ก.ค. 2026
36 ผู้เข้าชม

Put Away คืออะไร?
Put Away คือกระบวนการนำสินค้าที่ผ่านการรับเข้า (Receiving) และการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ไปจัดเก็บยังตำแหน่งที่กำหนดภายในคลังสินค้า เพื่อให้พร้อมสำหรับการจัดเก็บระยะสั้นหรือระยะยาว และสามารถหยิบออกมาใช้งานหรือจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว
แม้จะดูเป็นขั้นตอนที่เรียบง่าย แต่ Put Away เป็นหนึ่งในกระบวนการที่มีผลต่อประสิทธิภาพของคลังสินค้าโดยตรง หากจัดเก็บสินค้าไม่เป็นระบบ อาจทำให้เกิดปัญหาสินค้าหาย หยิบผิดตำแหน่ง ใช้เวลาค้นหานาน และส่งผลให้การจัดส่งล่าช้า
ดังนั้น ธุรกิจที่มีการบริหารคลังสินค้าอย่างมีมาตรฐานจึงให้ความสำคัญกับการวางแผน Put Away ตั้งแต่เริ่มต้น
Put Away อยู่ในขั้นตอนใดของคลังสินค้า?
โดยทั่วไป กระบวนการทำงานของคลังสินค้าจะประกอบด้วย
รับสินค้า (Receiving)
ตรวจสอบสินค้า (Inspection)
Put Away
จัดเก็บสินค้า (Storage)
หยิบสินค้า (Picking)
แพ็กสินค้า (Packing)
จัดส่งสินค้า (Shipping)
Put Away จึงเป็นขั้นตอนเชื่อมต่อระหว่างการรับสินค้าและการจัดเก็บ ซึ่งช่วยให้สินค้าถูกจัดวางอย่างเป็นระบบตั้งแต่แรก
ทำไม Put Away จึงสำคัญ?
หากไม่มีการวางแผน Put Away ที่ดี อาจเกิดปัญหา เช่น
สินค้าถูกวางผิดตำแหน่ง
ใช้เวลาค้นหาสินค้านาน
หยิบสินค้าผิดรายการ
พื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ
สต๊อกคลาดเคลื่อน
รถยกและพนักงานเคลื่อนที่ซ้ำซ้อน
ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
การจัดเก็บสินค้าอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยลดปัญหาในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน
ขั้นตอนของ Put Away
1. รับสินค้าเข้าคลัง
เมื่อสินค้ามาถึงคลังสินค้า จะมีการตรวจสอบจำนวน คุณภาพ และเอกสารประกอบ เพื่อยืนยันว่าตรงตามคำสั่งซื้อ
2. กำหนดตำแหน่งจัดเก็บ
ระบบหรือเจ้าหน้าที่จะกำหนดตำแหน่งจัดเก็บที่เหมาะสม โดยพิจารณาจาก
ขนาดสินค้า
น้ำหนัก
ประเภทสินค้า
ความถี่ในการหยิบ
พื้นที่ว่างในคลัง
การกำหนดตำแหน่งที่เหมาะสมช่วยให้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า
3. เคลื่อนย้ายสินค้า
ใช้รถยก รถลาก หรืออุปกรณ์ขนย้าย นำสินค้าไปยังตำแหน่งที่กำหนด พร้อมตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดเก็บ
4. บันทึกข้อมูลเข้าระบบ
เมื่อจัดเก็บเสร็จเรียบร้อย จะมีการอัปเดตข้อมูลในระบบ เช่น
รหัสสินค้า
จำนวน
ตำแหน่งจัดเก็บ (Location)
วันที่รับเข้า
ผู้รับผิดชอบ
ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้สามารถค้นหาสินค้าได้ทันทีเมื่อมีการเบิกจ่าย
หลักการจัดเก็บสินค้า (Put Away Strategy)
เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพ ธุรกิจมักใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น
Fixed Location
กำหนดตำแหน่งประจำให้สินค้าแต่ละรายการ
ข้อดี
ค้นหาง่าย
เหมาะกับสินค้าที่มีปริมาณคงที่
ข้อจำกัด
ใช้พื้นที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ หากตำแหน่งว่างแต่ไม่สามารถนำสินค้าอื่นมาเก็บได้
Random Location
จัดเก็บสินค้าตามพื้นที่ว่างที่มีอยู่ โดยใช้ระบบ WMS บันทึกตำแหน่ง
ข้อดี
ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า
รองรับสินค้าหลากหลายประเภท
ข้อจำกัด
จำเป็นต้องมีระบบบริหารคลังสินค้าที่แม่นยำ
ABC Storage
แบ่งพื้นที่จัดเก็บตามความถี่ในการหยิบสินค้า
สินค้ากลุ่ม A วางใกล้จุดหยิบ
สินค้ากลุ่ม B อยู่ในตำแหน่งรองลงมา
สินค้ากลุ่ม C จัดเก็บในพื้นที่ที่เข้าถึงน้อยกว่า
แนวทางนี้ช่วยลดเวลาในการหยิบสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เทคโนโลยีที่ช่วยในการ Put Away
ปัจจุบันหลายองค์กรนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็ว เช่น
Warehouse Management System (WMS) กำหนดตำแหน่งจัดเก็บอัตโนมัติ
Barcode และ QR Code ตรวจสอบข้อมูลสินค้าอย่างรวดเร็ว
RFID ระบุตำแหน่งสินค้าแบบอัตโนมัติ
Mobile Scanner บันทึกข้อมูลผ่านอุปกรณ์พกพา
AGV และ AMR ช่วยขนย้ายสินค้าไปยังตำแหน่งจัดเก็บ
AI วิเคราะห์การใช้พื้นที่และแนะนำตำแหน่งจัดเก็บที่เหมาะสม
การใช้เทคโนโลยีช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความแม่นยำ และลดระยะเวลาการจัดเก็บสินค้า
ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม
เพื่อประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการ Put Away ควรติดตามตัวชี้วัด เช่น
Put Away Time (ระยะเวลาในการจัดเก็บสินค้า)
Put Away Accuracy (ความถูกต้องของตำแหน่งจัดเก็บ)
Space Utilization Rate (อัตราการใช้พื้นที่คลังสินค้า)
Inventory Accuracy (ความถูกต้องของสต๊อก)
Labor Productivity (ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน)
Forklift Travel Distance (ระยะทางการเคลื่อนที่ของรถยก)
การติดตามข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์ของการทำ Put Away อย่างมีประสิทธิภาพ
การวางระบบ Put Away ที่ดีช่วยให้ธุรกิจได้รับประโยชน์หลายด้าน ได้แก่
ลดเวลาการจัดเก็บสินค้า
ลดเวลาการค้นหาและหยิบสินค้า
ใช้พื้นที่คลังสินค้าได้อย่างคุ้มค่า
ลดความผิดพลาดในการจัดเก็บ
เพิ่มความถูกต้องของข้อมูลสต๊อก
ลดต้นทุนด้านแรงงานและการเคลื่อนย้าย
เพิ่มความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า
รองรับการขยายตัวของธุรกิจได้ง่ายขึ้น
สรุป
Put Away เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้การจัดเก็บสินค้าในคลังเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ การกำหนดตำแหน่งจัดเก็บที่เหมาะสม การเลือกกลยุทธ์การจัดเก็บให้สอดคล้องกับลักษณะสินค้า และการนำเทคโนโลยี เช่น WMS, Barcode, RFID, AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ จะช่วยลดข้อผิดพลาด เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน และยกระดับประสิทธิภาพของคลังสินค้าโดยรวม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในยุคปัจจุบัน
Put Away คือกระบวนการนำสินค้าที่ผ่านการรับเข้า (Receiving) และการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ไปจัดเก็บยังตำแหน่งที่กำหนดภายในคลังสินค้า เพื่อให้พร้อมสำหรับการจัดเก็บระยะสั้นหรือระยะยาว และสามารถหยิบออกมาใช้งานหรือจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว
แม้จะดูเป็นขั้นตอนที่เรียบง่าย แต่ Put Away เป็นหนึ่งในกระบวนการที่มีผลต่อประสิทธิภาพของคลังสินค้าโดยตรง หากจัดเก็บสินค้าไม่เป็นระบบ อาจทำให้เกิดปัญหาสินค้าหาย หยิบผิดตำแหน่ง ใช้เวลาค้นหานาน และส่งผลให้การจัดส่งล่าช้า
ดังนั้น ธุรกิจที่มีการบริหารคลังสินค้าอย่างมีมาตรฐานจึงให้ความสำคัญกับการวางแผน Put Away ตั้งแต่เริ่มต้น
Put Away อยู่ในขั้นตอนใดของคลังสินค้า?
โดยทั่วไป กระบวนการทำงานของคลังสินค้าจะประกอบด้วย
รับสินค้า (Receiving)
ตรวจสอบสินค้า (Inspection)
Put Away
จัดเก็บสินค้า (Storage)
หยิบสินค้า (Picking)
แพ็กสินค้า (Packing)
จัดส่งสินค้า (Shipping)
Put Away จึงเป็นขั้นตอนเชื่อมต่อระหว่างการรับสินค้าและการจัดเก็บ ซึ่งช่วยให้สินค้าถูกจัดวางอย่างเป็นระบบตั้งแต่แรก
ทำไม Put Away จึงสำคัญ?
หากไม่มีการวางแผน Put Away ที่ดี อาจเกิดปัญหา เช่น
สินค้าถูกวางผิดตำแหน่ง
ใช้เวลาค้นหาสินค้านาน
หยิบสินค้าผิดรายการ
พื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ
สต๊อกคลาดเคลื่อน
รถยกและพนักงานเคลื่อนที่ซ้ำซ้อน
ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
การจัดเก็บสินค้าอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยลดปัญหาในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน
ขั้นตอนของ Put Away
1. รับสินค้าเข้าคลัง
เมื่อสินค้ามาถึงคลังสินค้า จะมีการตรวจสอบจำนวน คุณภาพ และเอกสารประกอบ เพื่อยืนยันว่าตรงตามคำสั่งซื้อ
2. กำหนดตำแหน่งจัดเก็บ
ระบบหรือเจ้าหน้าที่จะกำหนดตำแหน่งจัดเก็บที่เหมาะสม โดยพิจารณาจาก
ขนาดสินค้า
น้ำหนัก
ประเภทสินค้า
ความถี่ในการหยิบ
พื้นที่ว่างในคลัง
การกำหนดตำแหน่งที่เหมาะสมช่วยให้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า
3. เคลื่อนย้ายสินค้า
ใช้รถยก รถลาก หรืออุปกรณ์ขนย้าย นำสินค้าไปยังตำแหน่งที่กำหนด พร้อมตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดเก็บ
4. บันทึกข้อมูลเข้าระบบ
เมื่อจัดเก็บเสร็จเรียบร้อย จะมีการอัปเดตข้อมูลในระบบ เช่น
รหัสสินค้า
จำนวน
ตำแหน่งจัดเก็บ (Location)
วันที่รับเข้า
ผู้รับผิดชอบ
ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้สามารถค้นหาสินค้าได้ทันทีเมื่อมีการเบิกจ่าย
หลักการจัดเก็บสินค้า (Put Away Strategy)
เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพ ธุรกิจมักใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น
Fixed Location
กำหนดตำแหน่งประจำให้สินค้าแต่ละรายการ
ข้อดี
ค้นหาง่าย
เหมาะกับสินค้าที่มีปริมาณคงที่
ข้อจำกัด
ใช้พื้นที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ หากตำแหน่งว่างแต่ไม่สามารถนำสินค้าอื่นมาเก็บได้
Random Location
จัดเก็บสินค้าตามพื้นที่ว่างที่มีอยู่ โดยใช้ระบบ WMS บันทึกตำแหน่ง
ข้อดี
ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า
รองรับสินค้าหลากหลายประเภท
ข้อจำกัด
จำเป็นต้องมีระบบบริหารคลังสินค้าที่แม่นยำ
ABC Storage
แบ่งพื้นที่จัดเก็บตามความถี่ในการหยิบสินค้า
สินค้ากลุ่ม A วางใกล้จุดหยิบ
สินค้ากลุ่ม B อยู่ในตำแหน่งรองลงมา
สินค้ากลุ่ม C จัดเก็บในพื้นที่ที่เข้าถึงน้อยกว่า
แนวทางนี้ช่วยลดเวลาในการหยิบสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เทคโนโลยีที่ช่วยในการ Put Away
ปัจจุบันหลายองค์กรนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็ว เช่น
Warehouse Management System (WMS) กำหนดตำแหน่งจัดเก็บอัตโนมัติ
Barcode และ QR Code ตรวจสอบข้อมูลสินค้าอย่างรวดเร็ว
RFID ระบุตำแหน่งสินค้าแบบอัตโนมัติ
Mobile Scanner บันทึกข้อมูลผ่านอุปกรณ์พกพา
AGV และ AMR ช่วยขนย้ายสินค้าไปยังตำแหน่งจัดเก็บ
AI วิเคราะห์การใช้พื้นที่และแนะนำตำแหน่งจัดเก็บที่เหมาะสม
การใช้เทคโนโลยีช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความแม่นยำ และลดระยะเวลาการจัดเก็บสินค้า
ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม
เพื่อประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการ Put Away ควรติดตามตัวชี้วัด เช่น
Put Away Time (ระยะเวลาในการจัดเก็บสินค้า)
Put Away Accuracy (ความถูกต้องของตำแหน่งจัดเก็บ)
Space Utilization Rate (อัตราการใช้พื้นที่คลังสินค้า)
Inventory Accuracy (ความถูกต้องของสต๊อก)
Labor Productivity (ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน)
Forklift Travel Distance (ระยะทางการเคลื่อนที่ของรถยก)
การติดตามข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์ของการทำ Put Away อย่างมีประสิทธิภาพ
การวางระบบ Put Away ที่ดีช่วยให้ธุรกิจได้รับประโยชน์หลายด้าน ได้แก่
ลดเวลาการจัดเก็บสินค้า
ลดเวลาการค้นหาและหยิบสินค้า
ใช้พื้นที่คลังสินค้าได้อย่างคุ้มค่า
ลดความผิดพลาดในการจัดเก็บ
เพิ่มความถูกต้องของข้อมูลสต๊อก
ลดต้นทุนด้านแรงงานและการเคลื่อนย้าย
เพิ่มความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า
รองรับการขยายตัวของธุรกิจได้ง่ายขึ้น
สรุป
Put Away เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้การจัดเก็บสินค้าในคลังเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ การกำหนดตำแหน่งจัดเก็บที่เหมาะสม การเลือกกลยุทธ์การจัดเก็บให้สอดคล้องกับลักษณะสินค้า และการนำเทคโนโลยี เช่น WMS, Barcode, RFID, AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ จะช่วยลดข้อผิดพลาด เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน และยกระดับประสิทธิภาพของคลังสินค้าโดยรวม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในยุคปัจจุบัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
กำลังตัดสินใจซื้อพาเลทเข้าโกดังอยู่ใช่ไหม? เปรียบเทียบชัดๆ ระหว่าง "พาเลทไม้" ที่ราคาถูก กับ "พาเลทพลาสติก" ที่ทนทาน แบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ และแบบไหนคุ้มทุนที่สุดในระยะยาว คลิกอ่านเลย!
12 ก.พ. 2026
แต่เชื่อมไหมครับว่า ค่าขนส่งที่คุณเห็นในบิลนั้นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง! เพราะภายใต้การส่งของแต่ละเที่ยว มี "ต้นทุนแฝง" (Hidden Costs) ที่คอยกัดกินกำไรของคุณอยู่เงียบๆ เหมือนท่อน้ำที่รั่วซึมอยู่หลังกำแพง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ 5 จุดรั่วไหลที่ธุรกิจมักมองข้าม พร้อมวิธี "อุดรูรั่ว" เพื่อดึงกำไรให้กลับมาพุ่งทะยานอีกครั้ง
25 มี.ค. 2026
“ปล่อยเช่าคลัง” หรือ “ทำ Fulfillment ด้วยตัวเอง” มาดูความแตกต่าง ข้อดีข้อเสียของแต่ละโมเดลกันก่อน
11 ก.ค. 2025
อาโป(นักศึกษา)


Contact Center

BS&DC SAI5