"ส่งเยอะ ลดเยอะ" มีอยู่จริงไหม? เผยเทคนิคต่อรองค่าขนส่งให้ได้ราคาที่ดีที่สุด!
อัพเดทล่าสุด: 13 ก.พ. 2026
190 ผู้เข้าชม
1. "เยอะครั้งเดียว" vs "เยอะสม่ำเสมอ" ผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับเหว
นี่คือจุดที่เข้าใจผิดกันบ่อยที่สุดครับ
2. เทคนิคต่อรองค่าขนส่ง: คุยยังไงให้ได้ราคาดี?
ถ้าคุณอยากลดต้นทุนขนส่ง ลองนำ 3 ข้อเสนอนี้ไปคุยกับ Partner ขนส่งของคุณดูครับ:
✅ เทคนิคที่ 1: เซ็นสัญญาระยะยาว (Annual Contract)
แทนที่จะจ้างเป็นรายเที่ยว (Spot) ลองเสนอทำสัญญา 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยการันตีจำนวนเที่ยววิ่งขั้นต่ำต่อเดือน
✅ เทคนิคที่ 2: ความยืดหยุ่นเรื่องเวลา (Flexible Schedule)
ของที่ "ด่วนที่สุด" ย่อม "แพงที่สุด" เสมอ ถ้าสินค้าของคุณรอได้ ลองถามขนส่งว่า "มีรถเที่ยวเปล่า (Backhaul) ขากลับจากเส้นทางนั้นไหม?" หรือ "ส่งภายใน 2-3 วันก็ได้ ไม่ต้องพรุ่งนี้เช้า"
✅ เทคนิคที่ 3: ทำให้งานหน้างาน "ง่าย" เข้าไว้
ค่าขนส่ง ไม่ได้มีแค่ค่าน้ำมัน แต่รวมถึง "ค่าเสียเวลา" ด้วย ถ้าโรงงานของคุณโหลดของเร็ว มีโฟล์คลิฟท์พร้อม ใช้เวลาขึ้นของไม่เกิน 30 นาที ขนส่งจะชอบมาก แต่ถ้าไปถึงแล้วต้องรอคิว 4 ชั่วโมง กว่าจะได้ขึ้นของ... ขนส่งมักจะบวกค่าเสียเวลาเข้าไปในราคาโดยที่คุณไม่รู้ตัว
สรุป: ราคาไม่ใช่ทุกอย่าง แต่คือ "ความคุ้มค่า"
การต่อรองราคาที่ดีที่สุด คือการทำให้ขนส่งรู้สึกว่า "การทำงานร่วมกับคุณนั้นราบรื่นและมั่นคง" เมื่อเขาบริหารจัดการต้นทุนได้ง่าย เขาก็พร้อมจะมอบส่วนลด (Volume Discount) ให้คุณได้จริงๆ ครับ
นี่คือจุดที่เข้าใจผิดกันบ่อยที่สุดครับ
- เยอะครั้งเดียว (Spot Lot): วันนี้คุณส่งของ 10 คันรถ แต่อีก 3 เดือนข้างหน้าไม่มีของเลย แบบนี้ขนส่งลดราคาให้ยากครับ เพราะเขาต้องระดมรถมาให้คุณ พอส่งเสร็จรถก็ว่างงาน
- เยอะสม่ำเสมอ (Regular Volume): คุณส่งของแค่วันละ 1 คันรถ แต่ส่ง "ทุกวัน" ต่อเนื่อง 1 ปี แบบนี้แหละครับที่ขนส่งรัก! เพราะมันช่วยให้เราบริหารจัดการรถง่าย การันตีรายได้ และเรายินดีที่จะทำ "ราคาเหมา (Contract Rate)" ที่ถูกกว่าราคาตลาดให้คุณแน่นอน
2. เทคนิคต่อรองค่าขนส่ง: คุยยังไงให้ได้ราคาดี?
ถ้าคุณอยากลดต้นทุนขนส่ง ลองนำ 3 ข้อเสนอนี้ไปคุยกับ Partner ขนส่งของคุณดูครับ:
✅ เทคนิคที่ 1: เซ็นสัญญาระยะยาว (Annual Contract)
แทนที่จะจ้างเป็นรายเที่ยว (Spot) ลองเสนอทำสัญญา 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยการันตีจำนวนเที่ยววิ่งขั้นต่ำต่อเดือน
- Win: คุณได้ราคาคงที่ ไม่ต้องลุ้นราคาน้ำมันขึ้นลง
- Win: ขนส่งได้งานที่แน่นอน ยอมลดกำไรต่อเที่ยวลงเพื่อให้ได้งานยาวๆ
✅ เทคนิคที่ 2: ความยืดหยุ่นเรื่องเวลา (Flexible Schedule)
ของที่ "ด่วนที่สุด" ย่อม "แพงที่สุด" เสมอ ถ้าสินค้าของคุณรอได้ ลองถามขนส่งว่า "มีรถเที่ยวเปล่า (Backhaul) ขากลับจากเส้นทางนั้นไหม?" หรือ "ส่งภายใน 2-3 วันก็ได้ ไม่ต้องพรุ่งนี้เช้า"
- การให้เวลาขนส่งได้จัดสรรเส้นทาง จะช่วยให้คุณได้ราคาที่ถูกลงอย่างน่าตกใจ!
✅ เทคนิคที่ 3: ทำให้งานหน้างาน "ง่าย" เข้าไว้
ค่าขนส่ง ไม่ได้มีแค่ค่าน้ำมัน แต่รวมถึง "ค่าเสียเวลา" ด้วย ถ้าโรงงานของคุณโหลดของเร็ว มีโฟล์คลิฟท์พร้อม ใช้เวลาขึ้นของไม่เกิน 30 นาที ขนส่งจะชอบมาก แต่ถ้าไปถึงแล้วต้องรอคิว 4 ชั่วโมง กว่าจะได้ขึ้นของ... ขนส่งมักจะบวกค่าเสียเวลาเข้าไปในราคาโดยที่คุณไม่รู้ตัว
- Tip: ปรับปรุงระบบโหลดของหน้างาน แล้วใช้จุดนี้ไปต่อรองขอลดราคาครับ
สรุป: ราคาไม่ใช่ทุกอย่าง แต่คือ "ความคุ้มค่า"
การต่อรองราคาที่ดีที่สุด คือการทำให้ขนส่งรู้สึกว่า "การทำงานร่วมกับคุณนั้นราบรื่นและมั่นคง" เมื่อเขาบริหารจัดการต้นทุนได้ง่าย เขาก็พร้อมจะมอบส่วนลด (Volume Discount) ให้คุณได้จริงๆ ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกธุรกิจ "คู่ค้า" ก็เหมือน "คู่ชีวิต" ครับ... ถ้าได้คู่ดี ชีวิตก็รุ่งเรือง แต่ถ้าได้คู่แย่ ชีวิตก็มีแต่เรื่องปวดหัว
11 ธ.ค. 2025
รู้หรือไม่? ลูกค้า Gen Z พร้อมจ่ายแพงขึ้นถ้าแบรนด์ใช้ "Green Packaging" เลิกใช้บับเบิ้ลแล้วหันมาใช้กระดาษรังผึ้งและเทปกาวน้ำ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์รักษ์โลก พร้อมเลือกขนส่งที่ดูแลพัสดุดีเยี่ยมอย่าง BS Express
14 ก.พ. 2026
ศึกชิงนางระหว่าง "ความงก" กับ "ความรีบ"
ถ้าถามพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ว่า "ลูกค้าชอบอะไรที่สุด?" คำตอบคงหนีไม่พ้น "ของถูกและดี" แต่ถ้าถามลึกลงไปถึงเรื่อง การขนส่ง (Shipping) ล่ะ? นี่คือจุดที่เสียงเริ่มแตก...
ฝั่งหนึ่งบอกว่า "ต้องส่งฟรีสิ! คำว่า 'ฟรี' คือเวทมนตร์ที่ทำให้คนกดโอนเงิน" อีกฝั่งเถียงว่า "ยุคนี้ใครเขารอของกัน? ต้องส่งไว! สั่งเช้าได้เย็นถึงจะชนะ"
ในปี 2025 ที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว (Fast-Changing Consumer Behavior) คำตอบอาจไม่ใช่แค่ A หรือ B เสมอไป วันนี้ BS Express จะพาคุณไปเจาะลึก Insight ของนักช้อปยุคใหม่ เพื่อให้คุณวางกลยุทธ์การขนส่งได้ถูกจุด ปิดการขายได้ไว และกำไรไม่หด!
25 ธ.ค. 2025
ลูกดิว เด็กฝึกงาน

Contact Center

