ส่งด่วนภายในวัน" (Same-day Delivery) จำเป็นจริงไหมสำหรับร้านเรา? หรือแค่กระแสที่ทำให้ "เจ็บตัว"?

"สั่งเช้า ได้บ่าย" "สั่งปุ๊บ ส่งปั๊บ" สโลแกนเหล่านี้เริ่มกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ E-commerce ไปแล้วครับ ด้วยอิทธิพลของแอปฯ Food Delivery และ Marketplace ยักษ์ใหญ่ ทำให้ผู้บริโภคเสพติดความรวดเร็ว (Instant Gratification)
แต่เหรียญมีสองด้านเสมอครับ... การส่งด่วนแลกมาด้วย "ต้นทุนที่สูงลิ่ว" ทั้งค่าส่งที่แพงกว่าปกติ 2-3 เท่า และความวุ่นวายในการจัดการหลังบ้าน
คำถามสำคัญคือ "ร้านของคุณ จำเป็นต้องทำตามกระแสนี้จริงๆ หรือ?" บทความนี้จะพาไปสำรวจธุรกิจของคุณครับว่า คุณอยู่ในกลุ่มที่ "ต้องทำ" "ควรทำ" หรือ "ไม่ต้องทำก็ได้"
1.เช็กก่อน! ธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มไหน?
ไม่ใช่ทุกสินค้าที่ลูกค้าต้องการด่วนจี๋ครับ ลองดูว่าสินค้าคุณเข้าข่ายข้อไหน:
- กลุ่ม "ของมันต้องมี เดี๋ยวนี้!" (MUST HAVE)
- สินค้า: อาหาร, ดอกไม้สด, ยา/เวชภัณฑ์, อะไหล่เครื่องจักรที่ต้องซ่อมด่วน, ของขวัญวันเกิด (ที่คนซื้อลืมซื้อ)
- ความจำเป็น: สูงมาก ลูกค้ายอมจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับความเร็ว ถ้าส่งช้า = ไม่ซื้อ
- สินค้า: อาหาร, ดอกไม้สด, ยา/เวชภัณฑ์, อะไหล่เครื่องจักรที่ต้องซ่อมด่วน, ของขวัญวันเกิด (ที่คนซื้อลืมซื้อ)
- กลุ่ม "รอได้ แต่ได้เร็วก็ดี" (NICE TO HAVE)
- สินค้า: เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องสำอาง, แกดเจ็ต, ของแต่งบ้าน
- ความจำเป็น: ปานกลาง การมี Same-day เป็นแค่ "ตัวเลือกเสริม" (Option) ที่ช่วยปิดการขายได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด
- สินค้า: เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องสำอาง, แกดเจ็ต, ของแต่งบ้าน
- กลุ่ม "รอได้ ไม่รีบ" (CAN WAIT)
- สินค้า: สินค้า Pre-order, เฟอร์นิเจอร์สั่งทำ, ของสะสมหายาก, สินค้าราคาส่งที่เน้นความคุ้มค่า
- ความจำเป็น: ต่ำ ลูกค้ากลุ่มนี้เน้น "คุณภาพ" และ "ราคา" มากกว่าความเร็ว
- สินค้า: สินค้า Pre-order, เฟอร์นิเจอร์สั่งทำ, ของสะสมหายาก, สินค้าราคาส่งที่เน้นความคุ้มค่า
2.กับดักของ Same-day Delivery ที่ร้านค้าต้องระวัง
ถ้าคุณตัดสินใจจะกระโดดลงมาเล่นตลาดส่งด่วน ต้องเตรียมรับมือกับเรื่องเหล่านี้
- ค่าส่งกินกำไร: ค่าส่ง Grab/Lalamove วิ่งข้ามโซน กทม. อาจสูงถึง 300-400 บาท ถ้าร้านต้องแบกรับเอง (ส่งฟรี) รับรองว่าขาดทุนยับเยิน
- สต็อกต้องแม่น 100%: การส่งด่วนไม่มีเวลาให้แก้ตัว ถ้าลูกค้ากดสั่งแล้วของไม่มี หรือหาของไม่เจอ คุณจะโดนด่าหนักกว่าส่งช้าเสียอีก
- Cut-off Time ที่โหดหิน: คุณต้องมีทีมงานสแตนด์บายตลอดเวลาเพื่อแพ็คของทันทีที่ออเดอร์เด้ง ถ้าช้าไป 1 ชั่วโมง อาจส่งไม่ทันภายในวันนั้น
3.ทางออก: ทำอย่างไรให้ "ส่งด่วน" เป็นกำไร ไม่ใช่ขาดทุน?
ถ้าวิเคราะห์แล้วว่า "ร้านเราต้องมี" ให้ใช้กลยุทธ์นี้ครับ
- ผลักภาระให้เป็น "ทางเลือก" (Premium Option): อย่าทำเป็นมาตรฐานส่งฟรีทุกคน! แต่ให้ตั้งเป็นตัวเลือกเสริมว่า "ส่งด่วน Same-day +150 บาท" เชื่อไหมครับว่า มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ "รวยเวลาและยอมจ่าย" เสมอ วิธีนี้คุณจะได้กำไรเพิ่มและคัดกรองลูกค้าไปในตัว
- จำกัดพื้นที่ให้บริการ (Zoning): ให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่ใกล้โกดังหรือร้านของคุณในรัศมี 5-10 กม. เพื่อคุมค่าส่งให้อยู่ในเรท 40-80 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ลูกค้ารับได้ง่าย
- กำหนดเวลาตัดรอบ (Strict Cut-off): เช่น "สั่งก่อน 10.00 น. ได้ของภายในเย็นนี้" เพื่อให้ทีมงานมีเวลาแพ็คและเรียกรถรวมกันทีเดียว (Batching) ช่วยประหยัดค่ารถได้มากกว่าเรียกทีละคัน
Same-day Delivery เป็นอาวุธที่ทรงพลังในการปิดการขาย แต่ก็เป็นดาบสองคมที่เชือดเฉือนกำไรได้ถ้าใช้ไม่ระวัง
หัวใจสำคัญคือ "รู้จักลูกค้าของคุณ" ครับ ถ้าลูกค้าของคุณคือคนที่ยอมจ่ายเพื่อแลกเวลา... ลุยเลยครับ! แต่ถ้าลูกค้าของคุณคือคนที่เทียบราคาทุกบาททุกสตางค์... การส่งแบบ Standard Delivery ที่ราคาประหยัดและแน่นอน อาจจะตอบโจทย์มากกว่าครับ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ไม่ว่าคุณจะต้องการส่งด่วนจี๋ภายในวัน หรือส่งแบบประหยัดทั่วไทย เรามีโซลูชั่นที่ยืดหยุ่น ปรับให้เข้ากับงบประมาณและรูปแบบธุรกิจของคุณได้
ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-3039620 อีเมล: info@bsgroupth.com ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
Contact Center


