แชร์

เปรียบเทียบ "กล่องพัสดุ" เกรด A, B, C ต่างกันตรงไหน? เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน (ของพัง!)

ร่วมมือ.jpg Contact Center
อัพเดทล่าสุด: 30 ม.ค. 2026
7 ผู้เข้าชม

"ทำไมกล่องร้านข้างๆ ดูแข็งโป๊ก แต่กล่องร้านเราโดนน้ำนิดเดียวก็ยุบ?"

เคยสงสัยไหมครับ? ทั้งที่ซื้อกล่องเบอร์ 00 เหมือนกัน ขนาดเท่ากัน แต่ราคาต่างกันใบละ 1-2 บาท... ความต่างของราคานี้ไม่ได้อยู่ที่ร้านขายครับ แต่อยู่ที่ "เกรดกระดาษ"

พ่อค้าแม่ค้าหลายคนประหยัดงบด้วยการซื้อกล่องเกรด C มาใส่ของหนัก ผลลัพธ์คือกล่องบุบระหว่างทาง ลูกค้าด่า ของพัง ต้องเคลมเงินคืน เสียทั้งเงินเสียทั้งเครดิต วันนี้เราจะมาแฉความลับของเกรดกระดาษ A, B, C (หรือภาษาโรงงานเรียกว่า KA, KI, KT) ว่ามันต่างกันยังไง และของแบบไหนควรใช้เกรดอะไร?

 

1.เกรด A: "KA" (สีน้ำตาลทอง / แดงธรรมชาติ) - พี่ใหญ่สายถึก

นี่คือเกรดพรีเมียมที่สุดในท้องตลาด สังเกตง่ายๆ คือสีจะออก "น้ำตาลแดงเข้ม" หรือสีทองแดง

  • คุณสมบัติ
    • ผลิตจากเยื่อกระดาษบริสุทธิ์ (Virgin Pulp) 100%
    • เส้นใยเหนียวแน่น รับแรงกระแทกและแรงกดทับได้ดีเยี่ยม (เรียงซ้อนกันสูงๆ ได้สบาย)
    • "กันชื้น" ได้ดีที่สุดในบรรดาทุกเกรด โดนละอองฝนหน้ากล่องไม่เปื่อยง่าย
  • เหมาะกับ: สินค้ามีราคาแพง, สินค้าหนัก, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ผลไม้, หรือสินค้าส่งออกต่างประเทศที่ต้องเดินทางไกล

2.เกรด B: "KI" (สีน้ำตาลอ่อน / เหลืองนวล) - มาตรฐานยอดฮิต

เป็นเกรดที่แม่ค้าออนไลน์ใช้เยอะที่สุด สังเกตสีจะออก "น้ำตาลอ่อนสว่าง" สบายตา

  • คุณสมบัติ
    • ผสมระหว่างเยื่อบริสุทธิ์กับเยื่อรีไซเคิล
    • ความแข็งแรงระดับปานกลาง ผิวเรียบสวย พิมพ์ลายหรือแปะสติ๊กเกอร์แล้วดูดี
  • เหมาะกับ: เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง, ของใช้ทั่วไปที่น้ำหนักไม่มาก และไม่ได้แตกหักง่าย

3.เกรด C: "KT" หรือ "Recycle" (สีน้ำตาลตุ่น / เทา) - ถูกแต่เสี่ยง

เกรดประหยัดงบ สังเกตสีจะ "คล้ำๆ ตุ่นๆ" เหมือนกระดาษลังเก่า

  • คุณสมบัติ
    • ผลิตจากเยื่อรีไซเคิลเกือบ 100%
    • เนื้อกระดาษนิ่ม ยุบตัวง่ายมาก แค่เอานิ้วกดแรงๆ ก็บุบแล้ว
    • "แพ้น้ำ" สุดๆ แค่วางบนพื้นชื้นๆ ก้นกล่องก็อาจทะลุได้
  • เหมาะกับ: ของเบามากๆ เช่น ขนมถุง, สำลี, กระดาษทิชชู่ หรือของที่ไม่เสียหายจากการกระแทก และส่งระยะใกล้ๆ

 

ตารางสรุป เลือกยังไงให้คุ้ม?

เกรดกระดาษ ความแข็งแรง กันชื้น ราคา เหมาะกับสินค้า
เกรด A (KA) ***** ดีมาก สูง ของแพง, ของหนัก, เครื่องใช้ไฟฟ้า
เกรด B (KI) *** ปานกลาง กลาง เสื้อผ้า, ครีม, ของใช้ทั่วไป
เกรด C (KT) * ต่ำ ต่ำสุด ของเบา, ของราคาถูก, ขนม

 

การเลือกกล่องผิดเกรด คือการ "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" ครับ

สมมติคุณขายครีมกระปุกละ 500 บาท แต่เลือกใช้กล่องเกรด C (ประหยัดไป 2 บาท) ระหว่างทางกล่องโดนทับจนยุบ กระปุกครีมแตก... คุณเสียเงินทันที 500 บาท บวกกับเสียลูกค้าถาวร

ดังนั้น ยอมจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อใช้กล่องเกรด B (KI) หรือ A (KA) เถอะครับ มันคือ "ประกันภัย" ราคาถูกที่สุดที่จะปกป้องสินค้าของคุณไปจนถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย


บทความที่เกี่ยวข้อง
รถป้ายเหลือง vs ป้ายดำ: ต่างกันยังไง? เรื่องกฎหมายที่คน "จ้างรถ" ต้องรู้ ถ้าไม่อยากเสี่ยงโดนเทกลางทาง!
เวลาคุณจ้างรถขนของ เคยสังเกต "สีป้ายทะเบียน" ของรถคันนั้นไหมครับ? หลายคนอาจมองข้าม คิดว่า "ป้ายสีอะไรก็วิ่งได้เหมือนกัน ขอแค่ราคาถูกก็พอ" แต่ในทางกฎหมายและวงการโลจิสติกส์ สีป้ายทะเบียนคือตัวชี้วัดความปลอดภัยและความรับผิดชอบที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว! วันนี้ BS Transport จะพามากางข้อกฎหมายดูกันชัดๆ ว่า "รถป้ายเหลือง" กับ "รถป้ายดำ" ต่างกันอย่างไร และทำไมการเลือกผิด อาจทำให้คุณเสี่ยงสินค้าสูญหายและเรียกร้องค่าเสียหายไม่ได้เลย!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
31 ม.ค. 2026
Niche Market: ทำไมการขาย "ทุกคน" ถึงเท่ากับขาย "ไม่มีใครเลย"
คำถามแรกที่ผมมักถามผู้ประกอบการใหม่ๆ คือ "ลูกค้าของคุณคือใคร?" และคำตอบที่น่ากลัวที่สุดที่มักจะได้ยินคือ "ทุกคน... สินค้าของฉันใช้ได้กับทุกคน"คำถามแรกที่ผมมักถามผู้ประกอบการใหม่ๆ คือ "ลูกค้าของคุณคือใคร?" และคำตอบที่น่ากลัวที่สุดที่มักจะได้ยินคือ "ทุกคน... สินค้าของฉันใช้ได้กับทุกคน"
ร่วมมือ.jpg Contact Center
31 ม.ค. 2026
Blockchain ในซัพพลายเชน: ยุคแห่งความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมครับ? สั่งของแบรนด์เนมแต่ไม่มั่นใจว่าเป็นของแท้, ส่งสินค้าไปแล้วเอกสารหายกลางทาง, หรือลูกค้าโวยวายว่าของเน่าเสียแต่หาคนรับผิดชอบไม่ได้ว่าผิดพลาดที่ขั้นตอนไหน?
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
31 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ