แชร์

Influencer Marketing: เลือกคนติดตามหลักหมื่น (Micro) หรือหลักล้าน (Mega) แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

ร่วมมือ.jpg Contact Center
อัพเดทล่าสุด: 2 ก.พ. 2026
3 ผู้เข้าชม

Influencer Marketing: เลือกคนติดตามหลักหมื่น (Micro) หรือหลักล้าน (Mega) แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

ในยุคที่ผู้บริโภคฉลาดเลือกและเชื่อคนยากขึ้น การเลือก Influencer ผิดประเภทอาจหมายถึงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ วันนี้เราจะมากางตำราดูกันชัดๆ ว่าระหว่าง Micro Influencer (หลักหมื่น) กับ Mega Influencer (หลักล้าน) ใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะในสังเวียนนี้?

1. Mega Influencer: โทรโข่งยักษ์ที่ "คนเห็นเยอะ" แต่ "คนเชื่อแค่ไหน?"
กลุ่มที่มีผู้ติดตาม 1,000,000 คนขึ้นไป ส่วนใหญ่คือ ดารา, เซเลบริตี้ หรือยูทูบเบอร์ชื่อดัง
ข้อดี: สร้างการรับรู้ (Awareness) ได้รวดเร็วและกว้างขวางมาก เหมาะกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ต้องการให้คนรู้จักทั้งประเทศในข้ามคืน หรือสินค้า Mass Market ที่ใครๆ ก็ใช้ได้
ข้อเสีย: ราคาแพงระยับ! และที่สำคัญคือ "ความสัมพันธ์ห่างเหิน" ผู้ติดตามมองพวกเขาเป็น "ไอดอล" ที่จับต้องยาก เมื่อเขารีวิวสินค้า คนดูอาจรู้สึกว่าเป็นแค่การจ้างโฆษณา (Hard Sell) ความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจซื้อจริงจึงอาจน้อยกว่า


2. Micro Influencer: เพื่อนสนิทที่ "คนเห็นน้อย" แต่ "คนซื้อตามเพียบ"
กลุ่มที่มีผู้ติดตาม 10,000 - 100,000 คน มักจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Niche) เช่น กูรูแต่งหน้า, นักรีวิวไอที, หรือเพจแม่และเด็ก
ข้อดี: ราคาจับต้องได้ และมี Engagement Rate (อัตราการมีส่วนร่วม) สูงกว่ามาก เพราะผู้ติดตามมองพวกเขาเป็น "เพื่อน" หรือ "กูรู" ที่คุยด้วยได้ เมื่อเพื่อนแนะนำเพื่อน ความเชื่อใจจึงสูงมาก (High Trust) นำไปสู่การปิดการขายได้ง่ายกว่า
ข้อเสีย: การเข้าถึง (Reach) จำกัด ถ้าอยากให้คนเห็นเยอะๆ ต้องจ้างทีละหลายๆ คน ซึ่งอาจเหนื่อยในการบริหารจัดการ


สรุป: แบบไหน "คุ้ม" กว่ากัน?
คำตอบอยู่ที่ "เป้าหมาย" ของคุณครับ
เลือก Mega Influencer เมื่อ: คุณมีงบเยอะ และต้องการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูยิ่งใหญ่ (Brand Image) หรือต้องการปูพรมให้คนรู้จักชื่อแบรนด์ในวงกว้าง
เลือก Micro Influencer เมื่อ: คุณต้องการ "ยอดขาย" (Conversion) และต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจง ด้วยงบประมาณที่คุ้มค่ากว่า
สูตรลับปี 2026: แบรนด์ส่วนใหญ่หันมาใช้กลยุทธ์ "กองทัพมด" คือการจ้าง Micro Influencer จำนวน 10-20 คนพร้อมกัน เพื่อสร้างกระแสรีวิวที่ดูจริงใจและกระจายตัวอยู่ทั่วโซเชียล ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสร้างยอดขายได้ดีกว่าการจ้างดาราคนเดียวในงบเท่ากัน!

 


บทสรุป: การตลาดปังแล้ว อย่าตกม้าตายตอนส่งของ!
เมื่อ Influencer ช่วยกวาดออเดอร์มาให้คุณถล่มทลายแล้ว อย่าให้ลูกค้าต้องผิดหวังกับการจัดส่งที่ล่าช้าหรือของเสียหาย


บทความที่เกี่ยวข้อง
ศึกขนส่งเสื้อผ้าเข้าห้าง! "แขวนราว" หรือ "พับใส่กล่อง" แบบไหนปังสุด? ประหยัดที่ ไม่ยับ ไม่ต้องรีดซ้ำ!
สำหรับเจ้าของแบรนด์แฟชั่นและ Supplier ที่ต้องส่งเสื้อผ้าเข้าห้างสรรพสินค้า (Department Store) หรือโมเดิร์นเทรด ปัญหาโลกแตกที่เจอกันบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่อง "รอยยับ" ใช่ไหมครับ? อุตส่าห์รีดมาจากโรงงานจนเนี้ยบ แต่พอขนส่งไปถึงหน้าร้าน พนักงาน PC เปิดออกมาแทบเป็นลม เพราะเสื้อผ้ายับยู่ยี่จนต้องมานั่งรีดใหม่ทั้งวัน! เสียทั้งเวลา เสียทั้งโอกาสการขาย วันนี้ BS Transport จะพามาเจาะลึก 2 วิธีขนส่งยอดฮิต Garment on Hanger (แขวนราว) vs Flat Pack (พับใส่กล่อง) ว่าแบบไหนเหมาะกับแบรนด์ของคุณที่สุด?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
2 ก.พ. 2026
"เอกสารข้ามแดน: ส่งของไปพื้นที่ชายแดนต้องเตรียมใบอะไรบ้าง?"
จะส่งของไปขายเพื่อนบ้าน (ลาว, พม่า, กัมพูชา) เตรียมของครบแต่เอกสารพลาด = จบข่าว! สรุปมาให้แล้วกับ 4 เอกสารสำคัญที่ต้องมี ทั้ง Invoice, Packing List และ Form 9 ส่งผ่านฉลุย ไม่กลัวด่านตรวจ
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
2 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ