แชร์

"5 จิตวิทยาการตั้งราคา: ทำไมลงท้ายด้วยเลข 9 ถึงยังขลังอยู่เสมอ?"

ร่วมมือ.jpg Contact Center
อัพเดทล่าสุด: 27 ม.ค. 2026
378 ผู้เข้าชม

5 จิตวิทยาการตั้งราคา: ทำไมลงท้ายด้วยเลข 9 ถึงยังขลังอยู่เสมอ? เคล็ดลับที่ร้านค้าต้องรู้!

วันนี้เราจะพาไปไขความลับว่า ทำไมเลข 9 ถึงยังคงมีความขลังในการกระตุ้นให้คนควักกระเป๋าจ่าย พร้อมแถมอีก 4 เทคนิคจิตวิทยาการตั้งราคาที่จะช่วยให้คุณปิดการขายได้ง่ายขึ้น!

1. Charm Pricing: มนต์สะกดของเลข 9 (ทำไม 199 ถึงดูถูกกว่า 200 มากนัก?)
นี่คือเทคนิคสุดคลาสสิกและทรงพลังที่สุด! เหตุผลที่มันได้ผลเพราะสมองของมนุษย์ประมวลผลตัวเลขจาก "ซ้ายไปขวา" ครับ

เมื่อลูกค้าเห็นราคา 199 บาท สมองจะจดจำตัวเลขแรกก่อน คือเลข "1" และตีความไปทันทีว่าสินค้านี้ราคาอยู่ในช่วง "ร้อยกว่าบาท" ในขณะที่ราคา 200 บาท สมองจะตีความว่าเป็นช่วง "สองร้อยบาท"

แม้ส่วนต่างจะเป็นเงินเพียงแค่ 1 บาท แต่ในความรู้สึกของลูกค้า ราคา 199 บาทนั้น "ถูกกว่ามาก" เมื่อเทียบกับ 200 บาท การลดราคาลงมาเพียงนิดเดียวตรงนี้ จึงช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้มหาศาล

2. Prestige Pricing: เลขกลมๆ สื่อถึงความ "หรูหรา"
ในทางตรงกันข้าม หากคุณขายสินค้าแบรนด์เนม สินค้าฟุ่มเฟือย หรือบริการระดับพรีเมียม การใช้เลข 9 อาจทำให้ภาพลักษณ์ดูเป็นของลดราคา (Sale)

สำหรับสินค้ากลุ่มนี้ การใช้ "เลขกลมๆ" ที่ไม่มีเศษทศนิยม เช่น 10,000 บาท หรือ 55,000 บาท จะให้ความรู้สึกที่มั่นคง มั่นใจ และสื่อถึงคุณภาพที่เหนือกว่า (Premium Quality) ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองหาความคุ้มค่า แต่มองหาความภูมิใจในการครอบครอง

3. Anchor Pricing: สร้าง "สมอ" ทางความคิด (ราคาเดิมขีดฆ่า)
เทคนิคนี้คือการทำให้ราคาขายจริงดู "คุ้มค่า" โดยการสร้างจุดอ้างอิง (Anchor) ที่ราคาสูงกว่าไว้ก่อน

วิธีที่เห็นบ่อยที่สุดคือการแสดง "ราคาเต็ม" แล้วขีดฆ่าทิ้ง ตามด้วยราคาขายจริง เช่น ปกติ 1,500 บาท เหลือเพียง 990 บาท เมื่อลูกค้าเห็นราคา 1,500 บาทก่อน สมองจะยึดราคานั้นเป็นมาตรฐาน และเมื่อเห็นราคา 990 บาท จึงรู้สึกทันทีว่า "นี่คือดีลที่คุ้มค่ามาก" ต้องรีบซื้อก่อนหมดโปรฯ

4. The Decoy Effect: สร้าง "ตัวหลอก" เพื่อดันตัวจริง
เคยเจอไหมครับ? ซื้อป๊อปคอร์นหน้าโรงหนัง

ขนาดเล็ก: 120 บาท
ขนาดกลาง: 150 บาท
ขนาดใหญ่: 160 บาท
เชื่อไหมว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อ "ขนาดใหญ่" เพราะเมื่อเทียบกับ "ขนาดกลาง" แล้ว เพิ่มเงินอีกแค่ 10 บาทก็ได้ไซส์ใหญ่สุดแล้ว! ในกรณีนี้ "ขนาดกลาง" คือ "ตัวหลอก" (Decoy) ที่ถูกตั้งราคามาเพื่อให้ขนาดใหญ่ดูคุ้มค่าที่สุดนั่นเอง

5. Bundle Pricing: ซื้อรวมๆ รู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่า
การควักเงินจ่ายหลายๆ ครั้งทำให้เกิด "ความเจ็บปวดในการจ่าย" (Pain of Paying)

การขายแบบจัดเซ็ต หรือ Bundle เช่น "ซื้อ 3 ชิ้น ราคา 250 บาท" (จากปกติชิ้นละ 100) จะช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดนั้นลง ลูกค้าจะรู้สึกว่าได้ราคาเฉลี่ยต่อชิ้นที่ถูกกว่า และรู้สึกดีที่ได้จ่ายเงินเพียงครั้งเดียวแล้วจบ


บทสรุป: ตั้งราคาให้โดนใจ แล้วเตรียมส่งของให้ทัน!
การใช้จิตวิทยาการตั้งราคาเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการดึงดูดความสนใจและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ แต่เมื่อกลยุทธ์ของคุณได้ผลและยอดขายพุ่งกระฉูดแล้ว สิ่งสำคัญลำดับต่อไปคือ "การบริหารจัดการออเดอร์และการขนส่ง"

 

 

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-3039620
อีเมล: info@bsgroupth.com
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210


บทความที่เกี่ยวข้อง
การจัดการคำสั่งซื้อ
Order Processing การจัดการคำสั่งซื้อ: คืออะไร พร้อมขั้นตอนการทำงาน ประโยชน์ ระบบที่เกี่ยวข้อง และ เทคนิคการจัดการออเดอร์สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ และ E-commerce
ฟลุ้ค (นักศึกษา)
14 ก.ค. 2026
"ค่าขนส่งแฝง (Hidden Cost): 5 รายจ่ายที่คุณมองข้าม แต่กัดกินกำไรไปเงียบๆ"
ขายดีแต่ทำไมกำไรหด? เช็คด่วน 5 ค่าใช้จ่ายแฝงในงานขนส่งที่คุณอาจมองข้าม ทั้งค่าเที่ยวเปล่า ค่าซ่อมบำรุง และเวลาที่เสียไป รู้ทันก่อนสาย แก้ไขด้วยการบริหารโลจิสติกส์มืออาชีพกับ BS Express
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
15 ม.ค. 2026
"จ้างรถร่วม (Outsource) vs มีรถเอง: จุดตัดที่บอกว่าเมื่อไหร่คุณควรเลิกส่งเองแล้วจ้าง BS Express"
มีรถขนส่งเองคุ้มจริงเหรอ? หรือกำลังแบกต้นทุนแฝงจนกำไรหาย? เช็คลิสต์ 4 สัญญาณเตือนที่บอกว่าธุรกิจคุณถึงเวลาต้องเลิกส่งเอง แล้วหันมาจ้างมืออาชีพอย่าง BS Express เพื่อลดต้นทุน Fixed Cost
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
14 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้