งานเข้า! ลูกค้าขอเปลี่ยนจุดส่งของกะทันหัน รถออกไปแล้วทำไงดี? แจ้งเปลี่ยนได้ไหม และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า?
อัพเดทล่าสุด: 21 ม.ค. 2026
5 ผู้เข้าชม

1. คำถามแรก: แจ้งเปลี่ยนหน้างานได้ไหม?
คำตอบคือ: "ได้ครับ... แต่ต้องรีบที่สุด!"
การเปลี่ยนแปลงจุดส่งสินค้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และผู้ให้บริการขนส่งมืออาชีพย่อมเข้าใจสถานการณ์นี้ แต่กุญแจสำคัญคือ "การสื่อสาร" ครับ
เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เช็คพิกัดรถปัจจุบัน ประเมินสถานการณ์ และสั่งการคนขับรถอย่างเป็นระบบ เพื่อให้กระทบกับแผนงานโดยรวมน้อยที่สุด
2. คำถามสำคัญ: มีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า?
คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ: "ส่วนใหญ่มีครับ"
หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมต้องเก็บเพิ่ม? ในเมื่อก็จ้างเหมาคันไปแล้วนี่นา... อยากให้ลองนึกภาพตามหลักความเป็นจริงครับ การเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันกระทบต้นทุนหลายด้าน:
3. แล้วค่าใช้จ่ายจะเพิ่มมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับอะไร?
ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Extra Charge) จะไม่ได้มีเรทตายตัว แต่จะประเมินจากสถานการณ์จริงหน้างานครับ โดยมีปัจจัยหลักๆ ดังนี้:
สรุป: วิธีรับมือที่ดีที่สุดคือ "ความโปร่งใส"
เมื่อเกิดเหตุการณ์ต้องเปลี่ยนจุดส่ง "ให้รีบแจ้งและเจรจาตกลงราคาส่วนเพิ่มกันให้จบก่อนสั่งรถเปลี่ยนทิศทาง" เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายครับ
การเปลี่ยนแผนกะทันหันไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว การเลือกใช้บริการขนส่งที่มีทีมงานประสานงานมืออาชีพ และมีความยืดหยุ่นพร้อมแก้ปัญหา จะช่วยให้คุณผ่านสถานการณ์วิกฤตไปได้ราบรื่นที่สุดครับ
คำตอบคือ: "ได้ครับ... แต่ต้องรีบที่สุด!"
การเปลี่ยนแปลงจุดส่งสินค้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และผู้ให้บริการขนส่งมืออาชีพย่อมเข้าใจสถานการณ์นี้ แต่กุญแจสำคัญคือ "การสื่อสาร" ครับ
- สิ่งที่ "ห้าม" ทำ: โทรหาคนขับรถโดยตรงเพื่อสั่งเปลี่ยนเส้นทาง เพราะคนขับอาจไม่ทราบคิวงานต่อ หรืออาจตัดสินใจเองไม่ได้
- สิ่งที่ "ต้อง" ทำ: โทรหา "เจ้าหน้าที่ประสานงานขนส่ง (Admin/Dispatcher)" ของบริษัทที่คุณจ้างทันที เพื่อแจ้งความประสงค์และบอกพิกัดใหม่ที่ชัดเจน
เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เช็คพิกัดรถปัจจุบัน ประเมินสถานการณ์ และสั่งการคนขับรถอย่างเป็นระบบ เพื่อให้กระทบกับแผนงานโดยรวมน้อยที่สุด
2. คำถามสำคัญ: มีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า?
คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ: "ส่วนใหญ่มีครับ"
หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมต้องเก็บเพิ่ม? ในเมื่อก็จ้างเหมาคันไปแล้วนี่นา... อยากให้ลองนึกภาพตามหลักความเป็นจริงครับ การเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันกระทบต้นทุนหลายด้าน:
- ค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น: หากจุดใหม่ไกลกว่าเดิม หรือต้องขับย้อนกลับทางเดิม ย่อมเผาผลาญน้ำมันมากขึ้น
- เวลาที่เสียไป (Time Cost): การขับรถอ้อม หรือการต้องไปรอลงของในสถานที่ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ทำให้เสียเวลามากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้รถคันนั้นไปรับงานต่อไปไม่ทัน (กระทบรายได้ของเที่ยวถัดไป)
- ค่าทางด่วน/ค่าผ่านทาง: เส้นทางใหม่อาจมีด่านเก็บเงินเพิ่ม
3. แล้วค่าใช้จ่ายจะเพิ่มมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับอะไร?
ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Extra Charge) จะไม่ได้มีเรทตายตัว แต่จะประเมินจากสถานการณ์จริงหน้างานครับ โดยมีปัจจัยหลักๆ ดังนี้:
- ระยะทางที่เบี่ยงออกไป: หากจุดใหม่ห่างจากจุดเดิมแค่ซอยถัดไป อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเล็กน้อย หรือบางทีบริษัทอาจ "อนุโลม" ให้ฟรี แต่ถ้าต้องข้ามอำเภอ หรือข้ามจังหวัด อันนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแน่นอนตามระยะทางจริง
- ช่วงเวลาที่แจ้ง:
- แจ้งก่อนรถออก: อาจไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือเพิ่มน้อยมากหากระยะทางเปลี่ยน
- แจ้งตอนรถอยู่กลางทาง แต่ยังไม่เลยทางแยก: มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามระยะทางใหม่
- แจ้งตอนรถเลยจุดหมายไปแล้ว: ค่าใช้จ่ายจะสูงที่สุด เพราะรถต้องวิ่งย้อนกลับมา (ตีรถเปล่ากลับมาหาจุดใหม่)
สรุป: วิธีรับมือที่ดีที่สุดคือ "ความโปร่งใส"
เมื่อเกิดเหตุการณ์ต้องเปลี่ยนจุดส่ง "ให้รีบแจ้งและเจรจาตกลงราคาส่วนเพิ่มกันให้จบก่อนสั่งรถเปลี่ยนทิศทาง" เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายครับ
การเปลี่ยนแผนกะทันหันไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว การเลือกใช้บริการขนส่งที่มีทีมงานประสานงานมืออาชีพ และมีความยืดหยุ่นพร้อมแก้ปัญหา จะช่วยให้คุณผ่านสถานการณ์วิกฤตไปได้ราบรื่นที่สุดครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
"จะย้ายกลับต่างจังหวัด ขี่มอเตอร์ไซค์กลับเองคงไม่ไหว ส่งขนส่งดีกว่า... แต่เอ๊ะ! ต้องถ่ายน้ำมันออกไหมนะ?"
21 ม.ค. 2026
เคยไหมครับ? ตั้งใจจะเดินไปซื้อกาแฟแก้วเล็ก แต่พอเห็นราคาแก้วกลางกับแก้วใหญ่ต่างกันแค่นิดเดียว สุดท้ายก็เผลอสั่ง "แก้วใหญ่" มาแบบงงๆ ทั้งที่ตอนแรกไม่ได้หิวขนาดนั้น
21 ม.ค. 2026
ในวงการโลจิสติกส์และการบัญชี มี 2 คำศัพท์สำคัญที่คุณต้องรู้ คือ FIFO และ LIFO วันนี้เราจะพามาไขข้อข้องใจว่าสองวิธีนี้ต่างกันอย่างไร และสินค้าของคุณควรใช้วิธีไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด
21 ม.ค. 2026
ลูกดิว เด็กฝึกงาน

Contact Center

