น้ำมันแพง! ปรับกลยุทธ์ขนส่งอย่างไรให้ธุรกิจอยู่รอด โดยไม่ต้อง "ขึ้นราคาสินค้า" (ฉบับ SME สู้ชีวิต)

ทางออกง่ายๆ คือ "การขึ้นราคาสินค้า" แต่ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ การขึ้นราคาอาจหมายถึงการ "ไล่ลูกค้า" ทางอ้อม แล้วเราจะทำอย่างไรดี? จะยอมเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อตรึงราคา หรือจะมีวิธีบริหารจัดการหลังบ้านให้ "ประหยัดน้ำมัน" ได้มากกว่าเดิม?
วันนี้เรามี 4 กลยุทธ์ปรับตัวสู้ราคาน้ำมัน ที่จะช่วยให้คุณรีดประสิทธิภาพการขนส่งออกมาได้ทุกหยด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้ลูกค้ายังรักแบรนด์คุณเหมือนเดิม
1.ใช้เทคโนโลยี "จัดเส้นทาง" (Route Optimization)
เลิกใช้ความรู้สึก หรือความชินทางของคนขับในการตัดสินใจครับ
- ปัญหา: การขับอ้อม, หลงทาง, หรือขับวนไปมา คือการเผาน้ำมันทิ้งโดยเปล่าประโยชน์
- ทางแก้: ใช้ระบบ GPS หรือ Software จัดการขนส่ง (TMS) มาช่วยคำนวณเส้นทางที่ "สั้นที่สุด" และ "รถติดน้อยที่สุด" การลดระยะทางได้เพียงวันละ 10 กม. ต่อคัน ถ้าคุณมีรถ 5 คัน เดือนนึงประหยัดได้เป็นพันบาทแล้วครับ
2."ขนให้เต็ม" อย่าวิ่งรถเปล่า (Consolidate & Backhaul)
รถบรรทุกที่วิ่งโดยมีที่ว่าง คือศัตรูของความคุ้มค่า
- ปัญหา: การรีบส่งของชิ้นเล็กๆ โดยใช้รถกระบะคันใหญ่ หรือส่งขาไปแล้วตีรถเปล่ากลับมา (Empty Run)
- ทางแก้:
- รวมเที่ยว (Consolidate): รอให้มีออเดอร์สะสมพอสมควร หรือรวมส่งกับเส้นทางใกล้เคียงกันค่อยออกรถทีเดียว
- หางานขากลับ (Backhaul): อย่าตีรถเปล่ากลับ ให้หาสินค้าจากซัพพลายเออร์ หรือรับจ้างขนของเล็กๆ น้อยๆ ในขากลับ เพื่อมาช่วยหารค่าน้ำมัน
- รวมเที่ยว (Consolidate): รอให้มีออเดอร์สะสมพอสมควร หรือรวมส่งกับเส้นทางใกล้เคียงกันค่อยออกรถทีเดียว
3.Eco-Driving: แค่เปลี่ยนนิสัย ก็ประหยัดได้ 20%
เชื่อไหมครับว่า "ตีนผี" ของคนขับ คือตัวการกินน้ำมันอันดับต้นๆ
- ปัญหา: การออกตัวกระชาก, เบรกกะทันหัน, ขับความเร็วสูงเกินจำเป็น, หรือสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ตอนจอดพัก (Idling)
- ทางแก้: อบรมพนักงานขับรถเรื่อง Eco-Driving ขับด้วยความเร็วคงที่ (80-90 กม./ชม. ประหยัดน้ำมันที่สุด) และดับเครื่องทุกครั้งที่จอดนานเกิน 5 นาที มีผลวิจัยยืนยันว่าช่วยประหยัดน้ำมันได้จริงถึง 15-25%
4.ซ่อมบำรุงรถตามระยะ (Predictive Maintenance)
อย่ารอให้รถพังแล้วค่อยซ่อม เพราะรถที่สภาพไม่สมบูรณ์คือนักกินน้ำมัน
- ปัญหา: กรองอากาศตัน, ลมยางอ่อน, เครื่องยนต์หลวม
- ทางแก้: ตรวจเช็คลมยางทุกสัปดาห์ (ลมยางอ่อนทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้น 3-5%) เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามระยะ การดูแลรถให้ "ฟิต" อยู่เสมอ จะช่วยให้การเผาผลาญเชื้อเพลิงสมบูรณ์ที่สุด
5.ทางเลือกสุดท้าย: Outsource ให้มืออาชีพ
ถ้าลองทุกทางแล้วต้นทุนยังสูงอยู่ อาจเป็นเพราะ "Scale" ของเรายังไม่ใหญ่พอ
- ทางแก้: การจ้างบริษัทขนส่งมืออาชีพ (3PL) อาจคุ้มกว่า เพราะเขามีรถจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อเที่ยวถูกกว่าคุณวิ่งรถเอง และเขาต้องรับผิดชอบค่าน้ำมันเอง คุณเพียงแค่จ่ายค่าส่งตามราคาที่ตกลงไว้ (Fixed Cost) ทำให้คุมงบประมาณได้ง่ายกว่า
วิกฤตน้ำมันแพง เป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราควบคุมได้คือ "ประสิทธิภาพภายใน"
การหันกลับมาตรวจสอบรอยรั่วเล็กๆ ในกระบวนการขนส่ง และอุดมันด้วยการจัดการที่ดี นอกจากจะช่วยให้คุณรอดพ้นจากภาวะน้ำมันแพงในตอนนี้แล้ว ยังทำให้โครงสร้างธุรกิจของคุณแข็งแกร่งและมีกำไรมากขึ้นในระยะยาวด้วยครับ
ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-3039620 อีเมล: info@bsgroupth.com ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
Contact Center


