แชร์

รถกระบะ vs รถ 6 ล้อ vs รถ 10 ล้อ: เลือกประเภทรถอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?

noimageauthor ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 5 ม.ค. 2026
13 ผู้เข้าชม

รถกระบะ vs รถ 6 ล้อ vs รถ 10 ล้อ: เลือกประเภทรถอย่างไรให้ "คุ้มค่า" ที่สุด?
ปัญหาโลกแตกของคนทำธุรกิจ หรือคนที่กำลังจะต้องขนย้ายของชิ้นใหญ่ คือคำถามที่ว่า "ของเท่านี้... ต้องเรียกรถอะไร?"

การเลือกประเภทรถขนส่งผิด ชีวิตเปลี่ยนทันทีนะครับ! ถ้าเลือกรถเล็กไป ก็ต้องวิ่งหลายรอบ เสียเวลา เสียค่าน้ำมันเพิ่ม แต่ถ้าเลือกรถใหญ่เกินความจำเป็น ก็เหมือน "ขี่ช้างจับตั๊กแตน" จ่ายค่าระวางแพงโดยใช่เหตุ พื้นที่เหลือทิ้งเปล่าประโยชน์

วันนี้ BS Transport จะมาแฉหมดเปลือก เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ระหว่าง รถกระบะ, รถ 6 ล้อ และ รถ 10 ล้อ ว่าแต่ละแบบเหมาะกับงานไหน เพื่อให้คุณบริหารต้นทุนค่าขนส่งได้อย่างคุ้มค่าที่สุดครับ

1. รถกระบะรับจ้าง (4 ล้อ): "จิ๋วแต่แจ๋ว คล่องตัวสูง"
น้องเล็กสุดในวงการขนส่ง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความรวดเร็ว คล่องตัว หรือเข้าถึงพื้นที่แคบๆ ในเมือง

น้ำหนักบรรทุก: ประมาณ 1 - 1.5 ตัน (ขึ้นอยู่กับว่าเป็นกระบะตอนเดียว หรือมีคอก/ตู้ทึบ)
เหมาะสำหรับ:

ขนของย้ายหอพัก ย้ายคอนโด สินค้ามีจำนวนไม่เยอะมาก
ส่งพัสดุภัณฑ์ เอกสารสำคัญ หรือสินค้า E-commerce ที่ต้องการความด่วน
ขนส่งเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดี่ยว หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า 2-3 ชิ้น
จุดเด่น: คล่องตัวสูง เข้าซอยแคบได้ ทำความเร็วได้ดี ไม่ติดเวลาวิ่งในเขตเมือง (ส่วนใหญ่)
ข้อควรระวัง: บรรทุกของหนักหรือของชิ้นใหญ่มากไม่ได้

2. รถ 6 ล้อรับจ้าง: "พี่คนกลาง ยอดนิยม ตอบโจทย์หลากหลาย"
นี่คือพระเอกตัวจริงของธุรกิจ SMEs และการขนย้ายทั่วไป เป็นขนาดที่พอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป มีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้น กลาง และยาว

น้ำหนักบรรทุก: ประมาณ 5 - 7 ตัน (ขึ้นอยู่กับขนาดตัวรถและประเภทตู้/คอก)
เหมาะสำหรับ:
ขนย้ายสำนักงาน ย้ายบ้านทั้งหลัง
สินค้าที่จัดเรียงบนพาเลท (Pallet) สินค้าอุปโภคบริโภคส่งตามห้างร้าน
วัสดุก่อสร้างจำนวนปานกลาง เครื่องจักรขนาดเล็กถึงกลาง
จุดเด่น: บรรทุกได้เยอะกว่ากระบะหลายเท่า แต่ยังคงมีความคล่องตัวพอสมควร ค่าใช้จ่ายต่อหน่วยน้ำหนักคุ้มค่า
ข้อควรระวัง: บางพื้นที่ในเขตเมืองมีข้อกำหนดเรื่องเวลาวิ่ง ต้องวางแผนเส้นทางให้ดี

3. รถ 10 ล้อรับจ้าง / รถพ่วง: "พี่ใหญ่สายแบก งานหนักต้องยกให้เขา"
พี่ใหญ่สุดของงานขนส่งทางบก เกิดมาเพื่อ "งานหนัก" และ "ทางไกล" โดยเฉพาะ ถ้าสินค้าคุณเยอะจริง หนักจริง นี่คือคำตอบที่คุ้มที่สุด

น้ำหนักบรรทุก: ประมาณ 12 - 15 ตันขึ้นไป (ถ้าเป็นรถพ่วงจะรับได้มากกว่านี้)
เหมาะสำหรับ:

สินค้าโรงงานอุตสาหกรรม วัตถุดิบการผลิตจำนวนมหาศาล
สินค้าเกษตร ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง แบบเหมาเที่ยว
เครื่องจักรขนาดใหญ่ วัสดุก่อสร้างโครงการใหญ่ๆ
การขนส่งข้ามจังหวัดระยะไกลที่ต้องการขนทีเดียวจบ
จุดเด่น: ต้นทุนต่อหน่วยถูกที่สุดเมื่อขนส่งปริมาณมาก แข็งแกร่ง ทนทาน
ข้อควรระวัง: ต้องการพื้นที่ในการกลับรถและจอดรถมาก ไม่สามารถเข้าซอยแคบได้ และมีข้อจำกัดเรื่องเวลาวิ่งในเขตเมืองที่เข้มงวดมาก

Checklist: สรุปวิธีเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
ก่อนโทรเรียกรถ ให้ตอบคำถาม 3 ข้อนี้ครับ:

น้ำหนักรวมเท่าไหร่? (สำคัญมาก ต้องประเมินให้ใกล้เคียงความจริง)
ปริมาตร (กว้าง x ยาว x สูง) แค่ไหน? (ของบางอย่างเบา แต่กินที่เยอะ เช่น โฟม พลาสติก)
ต้นทาง-ปลายทาง เป็นอย่างไร? (ถนนกว้างไหม มีที่จอดรถใหญ่ไหม เข้าซอยแคบหรือเปล่า)

สรุป
การเลือกประเภทรถให้ "พอดี" คือกุญแจสำคัญของการลดต้นทุนโลจิสติกส์ หากคุณยังไม่มั่นใจว่าสินค้าของคุณควรใช้รถประเภทไหนดี อย่าเสี่ยงเดาเอาเองครับ
ให้มืออาชีพช่วยประเมินดีกว่า! ที่ BS Transport เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา และช่วยประเมินประเภทรถที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการบริการที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมค่าส่งแต่ละเจ้าไม่เท่ากัน? : แบไต๋โครงสร้างราคาขนส่ง (น้ำหนัก vs ปริมาตร vs ระยะทาง)
กล่องเท่ากัน แต่ทำไมราคาต่างกันฟ้ากับเหว? เคยไหมครับ? ถือกล่องพัสดุใบเดิม ไปส่งที่ขนส่งเจ้าสีแดง ราคา 50 บาท พอไปอีกเจ้าสีส้ม ราคา 80 บาท แต่พอไปส่งขนส่งรถสิบล้อ ราคาเหลือแค่ 40 บาท! หลายคนคิดว่าการตั้งราคาค่าส่งเป็นเรื่องของการตลาด (ใครจัดโปรฯ ถูกกว่าก็ชนะ) แต่ความจริงแล้ว เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้นมี "สมการคณิตศาสตร์" ซ่อนอยู่ครับ วันนี้ BS Express จะมา "แบไต๋" โครงสร้างราคาขนส่งแบบหมดเปลือก เพื่อให้คุณเข้าใจว่าเงินที่คุณจ่ายไป ถูกนำไปคำนวณจากอะไรบ้าง และจะเลือกขนส่งแบบไหนให้ประหยัดเงินในกระเป๋าที่สุด!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
27 ธ.ค. 2025
จรรยาบรรณวิชาชีพขนส่ง: หัวใจของการบริการที่ยั่งยืน
จรรยาบรรณวิชาชีพขนส่ง: กุญแจสำคัญสู่ความเชื่อมั่นและการบริการที่ยั่งยืน
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
27 ธ.ค. 2025
ป้ายห้ามโยน/ห้ามทับ (Fragile Label) แปะตรงไหนคนยกถึงจะเห็นชัดที่สุด?
แปะป้าย "ระวังแตก" แล้วทำไมของยังพัง? เผยเทคนิคการแปะสติ๊กเกอร์ Fragile / ห้ามโยน ที่ถูกต้อง แปะตรงไหนให้พนักงานขนส่งเห็นชัดที่สุด 360 องศา ลดโอกาสความเสียหายได้จริง
27 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ