แชร์

 จากข้อมูลสู่เรื่องเล่า: 5 เคล็ดลับทำ Data Storytelling ให้คนเข้าใจง่าย

Gemini_Generated_Image_bjhh8wbjhh8wbjhh.png ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2025
373 ผู้เข้าชม

 จากข้อมูลสู่เรื่องเล่า: 5 เคล็ดลับทำ Data Storytelling ให้คนเข้าใจง่าย

ในยุคที่ข้อมูล (Data) มีอยู่มหาศาล การมีตัวเลขที่แม่นยำหรือกราฟที่ซับซ้อนอาจยังไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ เพราะหลายครั้งตัวเลขเหล่านั้นก็ดูแห้งแล้งและเข้าใจยากเกินไป Data Storytelling จึงเป็นทักษะสำคัญที่เชื่อมช่องว่างระหว่าง "ข้อมูล" กับ "ความเข้าใจ" เข้าด้วยกัน มันคือศิลปะในการนำเสนอข้อมูลด้วยเรื่องเล่าที่น่าสนใจ มีบริบท และกระตุ้นอารมณ์ จนผู้ฟังสามารถเข้าใจสาระสำคัญและนำไปดำเนินการต่อได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาด นักวิเคราะห์ หรือผู้บริหาร มาดู 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนกองข้อมูลให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่ทรงพลังและเข้าใจง่ายกันครับ

1: "รู้เขา" - เข้าใจผู้ฟังเป็นอันดับแรก (Know Your Audience)

ก่อนที่คุณจะเริ่มสร้างกราฟใด ๆ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเข้าใจว่าคุณกำลังคุยกับใคร พวกเขามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับข้อมูลมากแค่ไหน? พวกเขาสนใจอะไร? และสิ่งที่พวกเขาต้องการจากการนำเสนอของคุณคืออะไร? การรู้บริบทของผู้ฟังจะช่วยให้คุณสามารถเลือกภาษา กราฟ และระดับความลึกของข้อมูลที่เหมาะสม เช่น หากนำเสนอผู้บริหาร ควรเน้นสรุปประเด็นหลักและผลกระทบทางธุรกิจ แต่ถ้าคุยกับทีมเทคนิค อาจลงรายละเอียดวิธีการวิเคราะห์ได้มากขึ้น

 

2: "เริ่มที่แก่น" - กำหนดแก่นเรื่องและข้อความหลักให้ชัด (Define the Core Message)

ข้อมูลที่ดีต้องมี "ประเด็น" เพียงหนึ่งเดียวที่ต้องการสื่อสารให้ชัดเจน อย่าพยายามยัดเยียดทุกตัวเลขลงไปในเรื่องเล่า ให้ถามตัวเองว่า "สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้ฟังต้องจำคืออะไร?" แก่นเรื่องนี้คือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเล่าเรื่องของคุณทั้งหมด ควรระบุให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น (ไม่กลัวสปอยล์!) เพื่อจูงใจให้ผู้ฟังติดตามและเข้าใจว่าพวกเขาจะได้อะไรกลับไปจากเรื่องนี้

 

3: "ใช้ภาพนำทาง" - สร้างภาพข้อมูลที่ "ตะโกน" (Effective Visualization)

กราฟที่ดีไม่ควรทำให้คนต้องคิดซ้ำซ้อน เลือกประเภทกราฟที่เหมาะสมกับข้อมูลและวัตถุประสงค์ (เช่น กราฟเส้นสำหรับการเปลี่ยนแปลงตามเวลา, กราฟแท่งสำหรับการเปรียบเทียบ) และใช้เทคนิคการเน้นย้ำที่ชาญฉลาด เช่น ใช้สีที่แตกต่างกัน เพื่อเน้นย้ำจุดที่คุณต้องการให้ความสนใจเป็นพิเศษ ตัดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออก เช่น เส้นตารางที่รบกวนสายตา (Data-Ink Ratio) เพื่อให้ "สัญญาณ" (Signal) เด่นชัดกว่า "เสียงรบกวน" (Noise)

 

4: "ใส่บริบท" - เปลี่ยนตัวเลขแห้ง ๆ ให้จับต้องได้ (Contextualize the Data)

ตัวเลขลอย ๆ มักจะไม่มีความหมาย เช่น การบอกว่า "ยอดขายเพิ่มขึ้น 300,000 บาท" อาจไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับการบอกว่า "ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 300,000 บาท ซึ่งเทียบเท่ากับยอดขายรวมของไตรมาสที่แล้ว!" การเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) เป้าหมาย หรือสถานการณ์ที่ผู้ฟังคุ้นเคย จะช่วยให้ตัวเลขมีชีวิตและมีความหมายมากขึ้น ทำให้ผู้ฟังสามารถเชื่อมโยงและเห็นภาพผลกระทบของข้อมูลได้ทันที

 

5: "มีโครงสร้าง" - จัดลำดับเรื่องเล่าให้มีเหตุผล (Structure the Narrative)
 
เรื่องเล่าที่มีประสิทธิภาพควรมีโครงสร้างที่ชัดเจนเหมือนกับละคร เริ่มต้นด้วย "การปูบริบท" หรือการตั้งคำถามที่น่าสนใจ (สถานการณ์ปัจจุบันคืออะไร?) จากนั้นเข้าสู่ "ความขัดแย้ง" หรือข้อมูลที่น่าประหลาดใจ (มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติไป?) และจบลงด้วย "บทสรุป/ข้อเสนอแนะ" (แล้วเราควรทำอย่างไรต่อไป?) การจัดลำดับแบบนี้จะช่วยให้ผู้ฟังตามเรื่องได้ง่ายขึ้น และรู้สึกว่าการเดินทางของข้อมูลนั้นนำไปสู่ข้อสรุปที่สมเหตุสมผล

บริษัท บีเอส เอ็กซ์เพรส 2020 จำกัด
BS EXPRESS 2020 CO., LTD.https://www.bsgroupth.com/?srsltid=AfmBOoqMALK3j7UctKlK6y9MbEnoAgqQk5_JP5W7h7SGcAMWiUIdLVn9
สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5
ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17
133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
โทร.02-114-8855
E-mail : bstransport_bkk@hotmail.com

https://www.bsgroupth.com/?srsltid=AfmBOoqMALK3j7UctKlK6y9MbEnoAgqQk5_JP5W7h7SGcAMWiUIdLVn9 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Freightos คืออะไร
Freightos คือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มุ่งเน้นในการปรับปรุงกระบวนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
21 ต.ค. 2024
"สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)"
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
โครงการ One Belt One Road เส้นทางสายไหมใหม่สู่การเชื่อมโยงโลก
โครงการ One Belt One Road (OBOR) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เส้นทางสายไหมใหม่ เป็นโครงการริเริ่มโดยประเทศจีน มีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายการค้าและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาเข้าด้วยกัน
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
23 ธ.ค. 2024
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ