แชร์

ทำไมเรือขนส่งสินค้าต้องวิ่งช้า? เบื้องหลังกลยุทธ์ Slow Steaming ที่ช่วยโลกและลดต้นทุน

ร่วมมือ.jpg เหมาคัน
อัพเดทล่าสุด: 6 ต.ค. 2025
379 ผู้เข้าชม

ถ้าใครเคยติดตามข่าวโลจิสติกส์โลก หรือเห็นภาพเรือขนส่งสินค้าขนาดยักษ์ที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เต็มลำ คุณอาจไม่รู้ว่า... เรือพวกนี้จงใจวิ่งช้าลง ไม่ใช่เพราะเครื่องยนต์เก่า หรือกัปตันขี้เกียจ แต่เพราะมันคือ กลยุทธ์ระดับโลก ที่ชื่อว่า Slow Steaming

จุดเริ่มต้นของการ แล่นช้า

ในอดีต เรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมักแล่นด้วยความเร็วเฉลี่ย 2426 น็อต (ประมาณ 4548 กม./ชม.) เพื่อให้สินค้าถึงเร็วที่สุด แต่หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2008 บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อย่าง Maersk เริ่มพบปัญหาสำคัญ ราคาน้ำมันพุ่งสูงจนต้นทุนการเดินเรือพุ่งตาม

แทนที่จะเพิ่มค่าขนส่ง (ซึ่งลูกค้าไม่ชอบแน่ ๆ) พวกเขาเลือกวิธีง่ายกว่านั้น: ลดความเร็วเหลือเพียง 1820 น็อต (3337 กม./ชม.)
และผลลัพธ์กลับน่าทึ่งกว่าที่คิด ค่าน้ำมันลดลงได้ถึง 3040% เลยทีเดียว

นี่แหละครับ คือจุดกำเนิดของแนวคิด Slow Steaming ที่เปลี่ยนวงการโลจิสติกส์ทางทะเลไปตลอดกาล


ทำไมวิ่งช้าถึงประหยัดได้มาก?

ลองนึกถึงรถยนต์ของเรา เวลาเหยียบคันเร่งมาก ๆ น้ำมันก็ยิ่งหมดเร็ว
เรือก็เช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ ขนาดเรือบรรทุกหนึ่งลำใช้เชื้อเพลิงมากกว่ารถบรรทุกถึงหลายหมื่นเท่า
ดังนั้น การลดความเร็วเพียง 10% สามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 2030%

นอกจากนั้นยังช่วย

ยืดอายุการใช้งานเครื่องยนต์
ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO)
และช่วยให้เรือสามารถ จัดตารางเดินเรือ ได้เหมาะสมขึ้นในช่วงที่มีสินค้าน้อย

Slow Steaming กับสิ่งแวดล้อม

องค์กร IMO (International Maritime Organization) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมขนส่งทางทะเลปล่อย CO กว่า 3% ของปริมาณโลกทั้งหมด
ดังนั้นการที่เรือวิ่งช้าลงจึงไม่ได้ช่วยแค่บริษัทประหยัด แต่ยัง ลดโลกร้อนได้จริง

หลายประเทศเริ่มออกกฎหมายจำกัดการปล่อยควันจากเรือ เช่น เขต Emission Control Area (ECA) ในยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่บังคับให้เรือใช้เชื้อเพลิงกำมะถันต่ำและควบคุมความเร็วระหว่างแล่น


แล้วลูกค้ารอของนานขึ้นไหม?

คำตอบคือ ใช่ แต่ไม่มากเท่าที่คิด
การลดความเร็วลงเฉลี่ย 20% ทำให้เวลาขนส่งเพิ่มขึ้นราว 13 วันในเส้นทางเอเชียยุโรป ซึ่งสำหรับสินค้าที่ไม่ได้เร่งด่วน เช่น ของใช้ทั่วไป หรือวัตถุดิบอุตสาหกรรม ถือว่ายอมรับได้

และบริษัทเดินเรือหลายแห่งก็แก้ปัญหานี้ด้วยการ เพิ่มจำนวนเรือในเส้นทางเดิม
เพื่อให้ตารางการส่งของยังคงถี่เหมือนเดิม


Slow Steaming ในยุคใหม่

ทุกวันนี้ แนวคิดนี้พัฒนาไปอีกขั้นเป็น Super Slow Steaming
โดยเรือบางลำวิ่งช้าเพียง 15 น็อต เพื่อให้ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่ง หรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย

และเมื่อเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และระบบวิเคราะห์เส้นทางอัจฉริยะ เข้ามาช่วย
กัปตันเรือสามารถคำนวณเส้นทางที่ประหยัดพลังงานที่สุดตามลม กระแสน้ำ และสภาพอากาศได้แบบเรียลไทม์
เรียกได้ว่า แล่นช้า แต่ฉลาด


สรุป

Slow Steaming ไม่ได้หมายถึงการ ช้าเพราะขี้เกียจ
แต่มันคือ ความช้าอย่างมีกลยุทธ์ ที่ช่วยโลก ประหยัดต้นทุน และทำให้ธุรกิจเดินเรือยั่งยืนขึ้นในระยะยาว

ดังนั้น ครั้งหน้าถ้าได้ยินว่า เรือสินค้าลำนี้เดินทางช้า
อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องแย่ เพราะเบื้องหลังนั้น อาจคือการตัดสินใจที่ช่วยทั้งโลกและกระเป๋าเงินของทุกคน


บทความที่เกี่ยวข้อง
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก x ระบบขนส่ง: คู่หูทางรอดธุรกิจยุคใหม่ ที่ได้ทั้ง "ใจลูกค้า" และ "ลดต้นทุน"
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)"
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"ปิดการขายด้วยความไว: ทำไมการแจ้งเลข Tracking เร็ว ถึงช่วยลดการยกเลิกออเดอร์ได้?"
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
19 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ