แชร์

ทำไมการขนส่งทางเรือยังถูกที่สุดในโลกโลจิสติกส์

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 25 ก.ย. 2025
303 ผู้เข้าชม

เวลาพูดถึง การขนส่งสินค้า หลายคนอาจจะนึกถึงความเร็วเป็นหลัก เช่น เครื่องบิน Cargo ที่สามารถส่งของจากเอเชียไปยุโรปได้ในเวลาไม่กี่วัน แต่ถ้าถามว่า วิธีไหนถูกที่สุด? คำตอบเกือบจะเป็นเอกฉันท์ว่า การขนส่งทางเรือ (Sea Freight) คือแชมป์ในด้านต้นทุน และยังเป็นระบบโลจิสติกส์หลักของโลกมานานหลายศตวรรษ


เหตุผลที่ทำให้การขนส่งทางเรือถูกที่สุด

ขนได้ปริมาณมหาศาล

เรือ Container ลำหนึ่งบรรทุกได้หลายหมื่นตู้คอนเทนเนอร์ (TEU)
เมื่อหารต้นทุนต่อหน่วย สินค้าแต่ละกล่องหรือแต่ละชิ้นมีต้นทุนขนส่งต่ำกว่าการใช้รถบรรทุกหรือเครื่องบินมาก
ใช้พลังงานน้อยต่อหน่วยสินค้า

การเคลื่อนย้ายบนผืนน้ำมีแรงเสียดทานต่ำกว่า
เรือ 1 ลำ สามารถขนสินค้าหนักหลายแสนตันได้ โดยใช้น้ำมันน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องบินที่ต้องยกน้ำหนักขึ้นฟ้า
โครงสร้างพื้นฐานพร้อมทั่วโลก

ท่าเรือใหญ่ ๆ กระจายอยู่แทบทุกทวีป และเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายการค้า
ตู้คอนเทนเนอร์มี มาตรฐานสากล (ISO Container) ทำให้การขนต่อจากเรือไปสู่รถไฟหรือรถบรรทุกง่ายและไม่เปลืองค่าใช้จ่าย
Economies of Scale

เรือยิ่งใหญ่ ต้นทุนต่อหน่วยยิ่งต่ำ
ปัจจุบันมีเรือ Container ยักษ์ขนาดกว่า 20,000 TEU ที่ทำให้ค่าขนส่งต่อกล่องลดลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับเครื่องบิน

ตัวอย่างเปรียบเทียบต้นทุน

เรือสินค้า: ส่ง 1 ตู้คอนเทนเนอร์ (20 ฟุต) จากเอเชียไปยุโรป ค่าใช้จ่ายอยู่ที่หลักพันดอลลาร์
เครื่องบิน Cargo: ส่งสินค้าน้ำหนักเท่ากัน ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าหลายสิบเท่า
รถบรรทุก: เหมาะสำหรับระยะสั้น แต่หากต้องวิ่งข้ามทวีป ทั้งแพงและไม่คุ้มค่า

จุดอ่อนของการขนส่งทางเรือ

ความเร็วต่ำ การเดินทางข้ามทวีปอาจใช้เวลา 2040 วัน
ความไม่แน่นอนของตารางเดินเรือ มีโอกาสดีเลย์สูงจากสภาพอากาศ, ปัญหาทางการเมือง, หรือความแออัดในท่าเรือ
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม แม้จะประหยัดพลังงาน แต่การใช้น้ำมันเตา (Heavy Fuel Oil) ของเรือก็สร้างมลพิษจำนวนมาก

เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังเปลี่ยนการขนส่งทางเรือ

เรือพลังงานสะอาด มีการทดลองใช้เรือที่ขับเคลื่อนด้วย LNG, ไฮโดรเจน หรือพลังงานไฟฟ้าแบบไฮบริด
Smart Port ท่าเรืออัจฉริยะที่ใช้ระบบอัตโนมัติและ IoT เพื่อลดเวลาการขนถ่าย
AI & Big Data ช่วยคาดการณ์เส้นทางที่ดีที่สุดและลดความล่าช้าในการขนส่ง

ทำไมยังเป็น เส้นเลือดใหญ่ของการค้าโลก?

กว่า 90% ของการค้าระหว่างประเทศ ยังคงพึ่งพาการขนส่งทางเรือ เพราะถึงแม้จะช้ากว่า แต่สำหรับสินค้าที่ไม่ใช่ของด่วน เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือวัตถุดิบการผลิต ต้นทุนที่ถูกกว่ามากคือปัจจัยสำคัญที่สุด


สรุป

แม้ว่าโลกจะหมุนเร็วขึ้น ลูกค้าจะต้องการความเร็วมากขึ้น แต่ในภาพรวม การขนส่งทางเรือยังคงเป็นทางเลือกหลัก ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกเดินหน้าได้ เพราะมันคือวิธีที่ ถูกที่สุดต่อหน่วยสินค้า และสามารถรองรับปริมาณมหาศาลที่ไม่มีพาหนะใดมาแทนได้ง่าย ๆ

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากยุโรป หรือร้านค้าไทยจะนำเข้าวัตถุดิบจากจีน สินค้าเหล่านี้เกือบทั้งหมด ล้วนเดินทางมาทางเรือก่อนจะถึงมือเรา


บทความที่เกี่ยวข้อง
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก x ระบบขนส่ง: คู่หูทางรอดธุรกิจยุคใหม่ ที่ได้ทั้ง "ใจลูกค้า" และ "ลดต้นทุน"
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)"
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"ปิดการขายด้วยความไว: ทำไมการแจ้งเลข Tracking เร็ว ถึงช่วยลดการยกเลิกออเดอร์ได้?"
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
19 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ