คลังสินค้าแบบ Just-in-Time: ประหยัดจริงหรือเสี่ยงเกินไป?
อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ค. 2025
452 ผู้เข้าชม

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นทุกวัน หลายบริษัทเริ่มหันมาใช้ระบบคลังสินค้าแบบ Just-in-Time (JIT) เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน แต่ระบบนี้ก็มีคำถามตามมาว่า... "มันคุ้มค่าจริงไหม หรือแค่เพิ่มความเสี่ยงให้ธุรกิจ?"
ลองมาทำความเข้าใจข้อดี-ข้อเสียของคลังสินค้าแบบ Just-in-Time ไปด้วยกัน
Just-in-Time คืออะไร?
Just-in-Time หรือ JIT คือแนวคิดในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังโดย ลดสต็อกให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย หากเป็นไปได้ โดยสินค้า วัตถุดิบ หรือชิ้นส่วนจะถูกส่งมาตรงเวลาตามที่ต้องการใช้จริง
แนวคิดนี้ได้รับความนิยมจากอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น Toyota ซึ่งสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างมาก
ข้อดีของระบบ JIT
ลดต้นทุนการเก็บสินค้า
ไม่ต้องมีคลังสินค้าขนาดใหญ่ ลดค่าเช่าพื้นที่ ค่าไฟฟ้า ค่าดูแลรักษา ฯลฯ
หมุนเวียนสินค้าเร็วขึ้น
ลดความเสี่ยงสินค้าคงค้าง เสียหาย หรือหมดอายุ
เพิ่มความยืดหยุ่น
ปรับการสั่งซื้อและผลิตได้เร็วตามความต้องการของตลาด
ลดปัญหาสินค้าเกินความต้องการ
ไม่มีสต็อกล้นคลัง หรือสั่งเกินที่จำเป็น
ความเสี่ยงของระบบ JIT
️ ขาดสินค้าได้ง่าย
หากซัพพลายเออร์ส่งช้าหรือของขาดสต็อก จะกระทบกระบวนการผลิตหรือการขายทันที
️ ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์สูง
ต้องแน่ใจว่าผู้ผลิตหรือขนส่งทำงานแม่นยำและตรงเวลา
️ รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ยาก
เช่น ภัยพิบัติ ปิดเมือง ชิ้นส่วนล่าช้า ทำให้ระบบสะดุดทันที
️ ต้นทุนขนส่งอาจเพิ่มขึ้น
เนื่องจากต้องจัดส่งบ่อยครั้งขึ้น เพื่อให้ตรงเวลาตามระบบ
แล้วควรใช้ JIT หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับว่า...
แต่ถ้ายังไม่มีความพร้อม การใช้ JIT อาจกลายเป็น "ดาบสองคม" ที่กระทบยอดขายและความพึงพอใจของลูกค้า
สรุป: ประหยัดจริง แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี
คลังสินค้าแบบ Just-in-Time เป็นแนวคิดที่ดีในการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่สูตรสำเร็จสำหรับทุกธุรกิจ การวางแผนที่ดี และระบบซัพพลายเชนที่แข็งแรงคือหัวใจของความสำเร็จในระบบนี้
ลองมาทำความเข้าใจข้อดี-ข้อเสียของคลังสินค้าแบบ Just-in-Time ไปด้วยกัน
Just-in-Time คืออะไร?
Just-in-Time หรือ JIT คือแนวคิดในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังโดย ลดสต็อกให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย หากเป็นไปได้ โดยสินค้า วัตถุดิบ หรือชิ้นส่วนจะถูกส่งมาตรงเวลาตามที่ต้องการใช้จริง
แนวคิดนี้ได้รับความนิยมจากอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น Toyota ซึ่งสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างมาก
ข้อดีของระบบ JIT
ลดต้นทุนการเก็บสินค้า
ไม่ต้องมีคลังสินค้าขนาดใหญ่ ลดค่าเช่าพื้นที่ ค่าไฟฟ้า ค่าดูแลรักษา ฯลฯ
หมุนเวียนสินค้าเร็วขึ้น
ลดความเสี่ยงสินค้าคงค้าง เสียหาย หรือหมดอายุ
เพิ่มความยืดหยุ่น
ปรับการสั่งซื้อและผลิตได้เร็วตามความต้องการของตลาด
ลดปัญหาสินค้าเกินความต้องการ
ไม่มีสต็อกล้นคลัง หรือสั่งเกินที่จำเป็น
ความเสี่ยงของระบบ JIT
️ ขาดสินค้าได้ง่าย
หากซัพพลายเออร์ส่งช้าหรือของขาดสต็อก จะกระทบกระบวนการผลิตหรือการขายทันที
️ ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์สูง
ต้องแน่ใจว่าผู้ผลิตหรือขนส่งทำงานแม่นยำและตรงเวลา
️ รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ยาก
เช่น ภัยพิบัติ ปิดเมือง ชิ้นส่วนล่าช้า ทำให้ระบบสะดุดทันที
️ ต้นทุนขนส่งอาจเพิ่มขึ้น
เนื่องจากต้องจัดส่งบ่อยครั้งขึ้น เพื่อให้ตรงเวลาตามระบบ
แล้วควรใช้ JIT หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับว่า...
- ธุรกิจของคุณมีความแน่นอนในการสั่งซื้อและการผลิตมากน้อยแค่ไหน
- ซัพพลายเชนของคุณมีความเสถียรหรือเปล่า
- สามารถวางแผนล่วงหน้าและควบคุมเวลาส่งได้แม่นยำแค่ไหน
แต่ถ้ายังไม่มีความพร้อม การใช้ JIT อาจกลายเป็น "ดาบสองคม" ที่กระทบยอดขายและความพึงพอใจของลูกค้า
สรุป: ประหยัดจริง แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี
คลังสินค้าแบบ Just-in-Time เป็นแนวคิดที่ดีในการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่สูตรสำเร็จสำหรับทุกธุรกิจ การวางแผนที่ดี และระบบซัพพลายเชนที่แข็งแรงคือหัวใจของความสำเร็จในระบบนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
จะจ้างรถขนของแต่เลือกไม่ถูก? ระหว่าง "รถตู้ทึบ" กับ "รถคอก" ต่างกันยังไง แบบไหนกันฝน 100% แบบไหนขนได้เยอะกว่า บทความนี้มีคำตอบ พร้อมเทคนิคเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
3 ก.พ. 2026
เวลาเราสั่งของออนไลน์ สิ่งที่เราทำคือกดสั่ง รอ... แล้วก็เซ็นรับของด้วยรอยยิ้ม แต่คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ในช่วงเวลาที่เรา "รอ" นั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
3 ก.พ. 2026
ในโรงงานอุตสาหกรรม "ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Control Cabinet/MDB)" เปรียบเสมือนสมองและหัวใจที่สั่งการเครื่องจักรทั้งหมด ตู้ใบหนึ่งอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท!
แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ภายในตู้นั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ "เปราะบาง" อย่าง PLC, Inverter และแผงวงจรซับซ้อน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับ "แรงสั่นสะเทือน" และ "ความชื้น"
หากขนส่งผิดวิธี แค่ตู้กระแทกเบาๆ หรือโดนละอองฝนเพียงนิดเดียว อาจทำให้อุปกรณ์ภายในรวน สายไฟหลวม หรือเกิดสนิมที่หน้าสัมผัส ส่งผลให้เมื่อไปถึงหน้างาน... ไฟไม่เข้า เครื่องไม่เดิน โปรเจกต์ล่าช้า และค่าเสียหายบานปลาย!
วันนี้ BS Transport จะมาเผยมาตรฐานการขนย้ายตู้ไฟและตู้ Control ฉบับมืออาชีพ ที่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอครับ
3 ก.พ. 2026
BS&DC SAI5


