ทำความเข้าใจ "ประกันรถขนส่งสาธารณะ" ไม่ใช่แค่มี แต่ต้อง "มีให้ถูก"
อัพเดทล่าสุด: 21 มิ.ย. 2025
392 ผู้เข้าชม

ทำไมประกันรถขนส่งสาธารณะถึงสำคัญกว่าที่คิด?
รถขนส่งสาธารณะมีหน้าที่รับส่งผู้โดยสารจำนวนมากในแต่ละวัน นั่นหมายถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นทั้งต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงบุคคลภายนอกที่ใช้ถนนร่วมกัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ความเสียหายที่ตามมาอาจมหาศาล ทั้งค่ารักษาพยาบาล, ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน, หรือแม้กระทั่งค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต ดังนั้น การมีประกันที่ถูกต้องและครอบคลุม จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้โดยสาร
ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สำหรับรถขนส่งสาธารณะ: จุดเริ่มต้นที่ห้ามพลาด!
เช่นเดียวกับรถยนต์ทุกประเภท รถขนส่งสาธารณะทุกคัน ต้องมีประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคู่กรณี โดยให้ความคุ้มครองเบื้องต้นทั้งกรณีบาดเจ็บและเสียชีวิต
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ. รถขนส่งสาธารณะ:
วงเงินคุ้มครองสูงกว่า: โดยปกติแล้ว พ.ร.บ. สำหรับรถขนส่งสาธารณะมักจะมีวงเงินคุ้มครองที่สูงกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารจำนวนมาก
ครอบคลุมผู้โดยสาร: พ.ร.บ. จะให้ความคุ้มครองผู้โดยสารทุกคนที่อยู่ในรถในขณะเกิดเหตุ ซึ่งแตกต่างจากประกันรถส่วนบุคคลที่เน้นคุ้มครองผู้ขับขี่และคู่กรณีเป็นหลัก
ต้องต่ออายุทุกปี: หากขาดต่ออายุ พ.ร.บ. จะมีโทษปรับ และจะไม่สามารถต่อภาษีรถประจำปีได้ ทำให้รถไม่สามารถใช้งานได้ตามกฎหมาย
ประกันภาคสมัครใจ: เลือกให้ตรงความเสี่ยง เพิ่มความอุ่นใจ
แม้ พ.ร.บ. จะเป็นภาคบังคับ แต่ก็ให้ความคุ้มครองเพียงแค่เบื้องต้นเท่านั้น เพื่อความอุ่นใจสูงสุด ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาทำ ประกันภัยภาคสมัครใจ เพิ่มเติม ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายประเภทคล้ายกับประกันรถยนต์ทั่วไป แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้างเมื่อเป็นรถสาธารณะ:
ประกันชั้น 1: ให้ความคุ้มครองครอบคลุมสูงสุด ทั้งความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกัน (ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม), ความเสียหายต่อบุคคลภายนอกและทรัพย์สิน, รวมถึงกรณีรถหาย ไฟไหม้ เหมาะสำหรับรถใหม่หรือรถที่มีมูลค่าสูง
ประกันชั้น 2+/3+: คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันเมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก รวมถึงความเสียหายต่อบุคคลภายนอกและทรัพย์สิน คุ้มค่าและตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองที่สมดุล
ประกันชั้น 2/3: เน้นคุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลภายนอกเป็นหลัก และคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ (สำหรับชั้น 2) หรือไม่คุ้มครองรถคันเอาประกันเลย (สำหรับชั้น 3)
ข้อควรรู้เพิ่มเติมสำหรับประกันภาคสมัครใจรถขนส่งสาธารณะ:
เบี้ยประกันสูงกว่า: เนื่องจากความเสี่ยงสูงกว่ารถส่วนบุคคล เบี้ยประกันภัยรถขนส่งสาธารณะจึงมักจะสูงกว่า
เงื่อนไขความคุ้มครองเฉพาะ: บางกรมธรรม์อาจมีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการบรรทุกผู้โดยสาร, เส้นทางการเดินรถ, หรือคุณสมบัติของผู้ขับขี่
ความคุ้มครองผู้โดยสาร: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าประกันภัยภาคสมัครใจที่คุณเลือกนั้น มีวงเงินคุ้มครองความเสียหายต่อผู้โดยสารเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ. ด้วย เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงได้ครบถ้วน
บริการเสริม: บางบริษัทประกันอาจมีบริการเสริม เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน, รถลากจูง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการดำเนินธุรกิจ
เลือกประกันอย่างไรให้คุ้มค่าและถูกกฎหมาย?
ศึกษาข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก: ตรวจสอบประเภทรถของคุณว่าต้องมีประกันประเภทใดบ้าง และวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำเท่าไหร่
เปรียบเทียบจากหลายบริษัท: อย่าเพิ่งตัดสินใจเลือกบริษัทแรกที่เจอ ลองเปรียบเทียบเบี้ยประกัน, วงเงินความคุ้มครอง, เงื่อนไข, และบริการหลังการขายจากหลายๆ บริษัท
อ่านกรมธรรม์อย่างละเอียด: ทำความเข้าใจเงื่อนไข, ข้อยกเว้น, และขั้นตอนการเคลมสินไหม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในภายหลัง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาตัวแทนประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะ
การทำความเข้าใจและเลือกประกันรถขนส่งสาธารณะให้ถูกต้องและเหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเป็นไปตามกฎหมาย แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารทุกคนที่ใช้บริการของคุณอีกด้วยครับ!
รถขนส่งสาธารณะมีหน้าที่รับส่งผู้โดยสารจำนวนมากในแต่ละวัน นั่นหมายถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นทั้งต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงบุคคลภายนอกที่ใช้ถนนร่วมกัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ความเสียหายที่ตามมาอาจมหาศาล ทั้งค่ารักษาพยาบาล, ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน, หรือแม้กระทั่งค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต ดังนั้น การมีประกันที่ถูกต้องและครอบคลุม จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้โดยสาร
ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สำหรับรถขนส่งสาธารณะ: จุดเริ่มต้นที่ห้ามพลาด!
เช่นเดียวกับรถยนต์ทุกประเภท รถขนส่งสาธารณะทุกคัน ต้องมีประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคู่กรณี โดยให้ความคุ้มครองเบื้องต้นทั้งกรณีบาดเจ็บและเสียชีวิต
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ. รถขนส่งสาธารณะ:
วงเงินคุ้มครองสูงกว่า: โดยปกติแล้ว พ.ร.บ. สำหรับรถขนส่งสาธารณะมักจะมีวงเงินคุ้มครองที่สูงกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารจำนวนมาก
ครอบคลุมผู้โดยสาร: พ.ร.บ. จะให้ความคุ้มครองผู้โดยสารทุกคนที่อยู่ในรถในขณะเกิดเหตุ ซึ่งแตกต่างจากประกันรถส่วนบุคคลที่เน้นคุ้มครองผู้ขับขี่และคู่กรณีเป็นหลัก
ต้องต่ออายุทุกปี: หากขาดต่ออายุ พ.ร.บ. จะมีโทษปรับ และจะไม่สามารถต่อภาษีรถประจำปีได้ ทำให้รถไม่สามารถใช้งานได้ตามกฎหมาย
ประกันภาคสมัครใจ: เลือกให้ตรงความเสี่ยง เพิ่มความอุ่นใจ
แม้ พ.ร.บ. จะเป็นภาคบังคับ แต่ก็ให้ความคุ้มครองเพียงแค่เบื้องต้นเท่านั้น เพื่อความอุ่นใจสูงสุด ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาทำ ประกันภัยภาคสมัครใจ เพิ่มเติม ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายประเภทคล้ายกับประกันรถยนต์ทั่วไป แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้างเมื่อเป็นรถสาธารณะ:
ประกันชั้น 1: ให้ความคุ้มครองครอบคลุมสูงสุด ทั้งความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกัน (ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม), ความเสียหายต่อบุคคลภายนอกและทรัพย์สิน, รวมถึงกรณีรถหาย ไฟไหม้ เหมาะสำหรับรถใหม่หรือรถที่มีมูลค่าสูง
ประกันชั้น 2+/3+: คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันเมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก รวมถึงความเสียหายต่อบุคคลภายนอกและทรัพย์สิน คุ้มค่าและตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองที่สมดุล
ประกันชั้น 2/3: เน้นคุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลภายนอกเป็นหลัก และคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ (สำหรับชั้น 2) หรือไม่คุ้มครองรถคันเอาประกันเลย (สำหรับชั้น 3)
ข้อควรรู้เพิ่มเติมสำหรับประกันภาคสมัครใจรถขนส่งสาธารณะ:
เบี้ยประกันสูงกว่า: เนื่องจากความเสี่ยงสูงกว่ารถส่วนบุคคล เบี้ยประกันภัยรถขนส่งสาธารณะจึงมักจะสูงกว่า
เงื่อนไขความคุ้มครองเฉพาะ: บางกรมธรรม์อาจมีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการบรรทุกผู้โดยสาร, เส้นทางการเดินรถ, หรือคุณสมบัติของผู้ขับขี่
ความคุ้มครองผู้โดยสาร: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าประกันภัยภาคสมัครใจที่คุณเลือกนั้น มีวงเงินคุ้มครองความเสียหายต่อผู้โดยสารเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ. ด้วย เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงได้ครบถ้วน
บริการเสริม: บางบริษัทประกันอาจมีบริการเสริม เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน, รถลากจูง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการดำเนินธุรกิจ
เลือกประกันอย่างไรให้คุ้มค่าและถูกกฎหมาย?
ศึกษาข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก: ตรวจสอบประเภทรถของคุณว่าต้องมีประกันประเภทใดบ้าง และวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำเท่าไหร่
เปรียบเทียบจากหลายบริษัท: อย่าเพิ่งตัดสินใจเลือกบริษัทแรกที่เจอ ลองเปรียบเทียบเบี้ยประกัน, วงเงินความคุ้มครอง, เงื่อนไข, และบริการหลังการขายจากหลายๆ บริษัท
อ่านกรมธรรม์อย่างละเอียด: ทำความเข้าใจเงื่อนไข, ข้อยกเว้น, และขั้นตอนการเคลมสินไหม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในภายหลัง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาตัวแทนประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะ
การทำความเข้าใจและเลือกประกันรถขนส่งสาธารณะให้ถูกต้องและเหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเป็นไปตามกฎหมาย แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารทุกคนที่ใช้บริการของคุณอีกด้วยครับ!
บทความที่เกี่ยวข้อง
จะขนท่อเหล็ก ไม้ หรือเสายาวๆ ต้องระวัง! สรุปกฎหมายการบรรทุกยื่นล้ำ หน้า-หลัง ยื่นได้ไม่เกินกี่เมตร พร้อมวิธีติด "ธงแดง" และ "ไฟสัญญาณ" ตอนกลางคืนให้ถูกต้องตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยและไม่โดนค่าปรับ
13 ก.พ. 2026
ในปี 2026 นี้ คำว่า "Net Zero" หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ไม่ใช่ศัพท์หรูๆ ที่เอาไว้พูดเท่ๆ ในห้องประชุมอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็น "กติกาใหม่" ของโลกธุรกิจที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องทำตาม
11 ก.พ. 2026
จะส่งของเข้ากรุงเทพฯ ต้องรู้เรื่อง "เวลาติด" ไม่งั้นมีเสียค่าปรับและเสียเวลา! เช็คตารางเวลาห้ามวิ่งของรถ 6 ล้อ และ 10 ล้อ พร้อมเทคนิคเลี่ยงรถติดและเลือกประเภทรถให้ส่งของได้ตลอด 24 ชม.
7 ก.พ. 2026
Boss Jame ฝ่ายกองรถ


