อัตราเงินเฟ้อในปี 2568: แนวโน้ม เศรษฐกิจ และผลกระทบ
อัพเดทล่าสุด: 29 เม.ย. 2025
1184 ผู้เข้าชม

แนวโน้มของเงินเฟ้อในปี 2568
ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารกลางหลายแห่งคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อในปี 2568 จะเริ่ม "ชะลอลง" เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนโควิด-19 เล็กน้อย ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่:
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
อัตราเงินเฟ้อที่สูงต่อเนื่องมีผลกระทบในหลายมิติ ได้แก่:
มุมมองอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเชื่อว่า หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น วิกฤตการณ์ทางการเมืองใหญ่ หรือสงครามใหม่ ๆ เศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะค่อย ๆ ฟื้นตัว และอัตราเงินเฟ้อจะเข้าสู่ระดับ "ปกติใหม่" ที่สูงกว่าก่อนยุคโควิดเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารกลางหลายแห่งคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อในปี 2568 จะเริ่ม "ชะลอลง" เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนโควิด-19 เล็กน้อย ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่:
- ต้นทุนพลังงาน: ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีความผันผวนตามภาวะภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและนโยบายพลังงานสะอาด
- ห่วงโซ่อุปทานโลก: แม้การขนส่งและการผลิตจะเริ่มฟื้นตัว แต่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ และจีน ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ
- ค่าแรง: ตลาดแรงงานในหลายประเทศตึงตัว ทำให้ค่าแรงเฉลี่ยปรับสูงขึ้น ซึ่งผลักดันต้นทุนการผลิตและราคาสินค้า
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
อัตราเงินเฟ้อที่สูงต่อเนื่องมีผลกระทบในหลายมิติ ได้แก่:
- ค่าครองชีพสูงขึ้น: ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร พลังงาน และค่าที่อยู่อาศัย เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- นโยบายการเงินเข้มงวด: ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งกระทบต่อการกู้ยืม ทั้งในภาคธุรกิจและครัวเรือน
- การลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ: อัตราดอกเบี้ยสูงกดดันการลงทุนใหม่ ๆ และอาจทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอลง
มุมมองอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเชื่อว่า หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น วิกฤตการณ์ทางการเมืองใหญ่ หรือสงครามใหม่ ๆ เศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะค่อย ๆ ฟื้นตัว และอัตราเงินเฟ้อจะเข้าสู่ระดับ "ปกติใหม่" ที่สูงกว่าก่อนยุคโควิดเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในยุคที่ทุกวินาทีมีค่า ความเร็วและความแม่นยำในการจัดการคลังสินค้า “Warehouse Robotics” จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจอย่างมาก
25 มิ.ย. 2025
โครงการ One Belt One Road (OBOR) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เส้นทางสายไหมใหม่ เป็นโครงการริเริ่มโดยประเทศจีน มีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายการค้าและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาเข้าด้วยกัน
23 ธ.ค. 2024
ฤดูกาลขาย (Peak Season) เป็นช่วงที่ธุรกิจหลายประเภทต้องเผชิญความท้าทายที่ไม่เหมือนช่วงเวลาปกติ ไม่ว่าจะเป็น Black Friday, 11.11, 12.12, เทศกาลตรุษจีน หรืองานเซลใหญ่ปลายปี
25 พ.ย. 2025
BS Rut กองรถ

BS&DC SAI5

BANKKUNG
