แชร์

อัตราเงินเฟ้อในปี 2568: แนวโน้ม เศรษฐกิจ และผลกระทบ

สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
อัพเดทล่าสุด: 29 เม.ย. 2025
964 ผู้เข้าชม
แนวโน้มของเงินเฟ้อในปี 2568
          ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารกลางหลายแห่งคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อในปี 2568 จะเริ่ม "ชะลอลง" เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนโควิด-19 เล็กน้อย ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่:

  • ต้นทุนพลังงาน: ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีความผันผวนตามภาวะภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและนโยบายพลังงานสะอาด
  • ห่วงโซ่อุปทานโลก: แม้การขนส่งและการผลิตจะเริ่มฟื้นตัว แต่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ และจีน ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ
  • ค่าแรง: ตลาดแรงงานในหลายประเทศตึงตัว ทำให้ค่าแรงเฉลี่ยปรับสูงขึ้น ซึ่งผลักดันต้นทุนการผลิตและราคาสินค้า
สำหรับประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1.5%2.5% ซึ่งอยู่ในระดับ "ใกล้เคียงเป้าหมาย" หลังจากที่เคยสูงเกินเป้าหมายในช่วงวิกฤตพลังงานปี 2566

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
อัตราเงินเฟ้อที่สูงต่อเนื่องมีผลกระทบในหลายมิติ ได้แก่:

  • ค่าครองชีพสูงขึ้น: ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร พลังงาน และค่าที่อยู่อาศัย เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • นโยบายการเงินเข้มงวด: ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งกระทบต่อการกู้ยืม ทั้งในภาคธุรกิจและครัวเรือน
  • การลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ: อัตราดอกเบี้ยสูงกดดันการลงทุนใหม่ ๆ และอาจทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอลง
ในประเทศไทย ผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากรายได้ที่ปรับตัวช้ากว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลยังคงมีนโยบายช่วยเหลือ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการลดภาระค่าครองชีพต่าง ๆ

มุมมองอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเชื่อว่า หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น วิกฤตการณ์ทางการเมืองใหญ่ หรือสงครามใหม่ ๆ เศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะค่อย ๆ ฟื้นตัว และอัตราเงินเฟ้อจะเข้าสู่ระดับ "ปกติใหม่" ที่สูงกว่าก่อนยุคโควิดเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

บทความที่เกี่ยวข้อง
ABC Analysis สำหรับการจัดการสต๊อกแบบมืออาชีพ
ABC Analysis คือเทคนิคจัดลำดับความสำคัญของสินค้าในคลัง โดยแบ่งตามมูลค่าการใช้ (Usage Value) เพื่อให้บริหารสต๊อกได้มีประสิทธิภาพที่สุด ช่วยลดสต๊อกส่วนเกิน ควบคุมต้นทุน และโฟกัสสินค้าที่สำคัญจริง ๆ
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
29 พ.ย. 2025
ปัญหาสต๊อกล้น–สต๊อกขาด เกิดจากอะไร และแก้อย่างไร
การบริหารสต๊อกคือหัวใจของงานคลังสินค้าและงานขาย แต่หลายธุรกิจมักเจอปัญหา “สต๊อกล้น” หรือ “สต๊อกขาด” ซึ่งทั้งสองอย่างล้วนทำให้เสียต้นทุนและโอกาสทางธุรกิจ
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
29 พ.ย. 2025
สูตรคอนเทนต์ 3 แบบ: ให้ความรู้ ความบันเทิง ความน่าเชื่อถือ
ในยุคที่ทุกแบรนด์ต้องแข่งขันกันแย่งความสนใจของผู้ชม การทำคอนเทนต์แบบ "ยิงครั้งเดียวเอาอยู่" แทบเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป แต่ถ้าคุณบริหารคอนเทนต์ให้ครบทั้ง ให้ความรู้ (Educate) ความบันเทิง (Entertain) ความน่าเชื่อถือ (Authority) คุณจะได้ทั้งการมองเห็น การมีส่วนร่วม และการตัดสินใจซื้อในระยะยาว
ร่วมมือ.jpg Contact Center
29 พ.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ