แชร์

Digital Product Passport คู่มือดิจิทัลสินค้าแห่งอนาคต ธุรกิจยุคใหม่ต้องรู้

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 24 เม.ย. 2025
788 ผู้เข้าชม

Digital Product Passport คู่มือดิจิทัลสินค้าแห่งอนาคต ธุรกิจยุคใหม่ต้องรู้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีทุกท่าน! ในยุคที่ข้อมูลและความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค "Digital Product Passport" หรือ "หนังสือเดินทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัล" (DPP) กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในโลกธุรกิจยุคใหม่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า DPP คืออะไร ทำไมธุรกิจของคุณถึงต้องทำความรู้จักและให้ความสำคัญกับมันครับ

 

Digital Product Passport (DPP) คืออะไร?

Digital Product Passport เปรียบเสมือน "คู่มือประจำตัวดิจิทัล" ของสินค้าแต่ละชิ้น โดยจะบันทึกข้อมูลสำคัญตลอด "วงจรชีวิต" ของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ แหล่งกำเนิด วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ส่วนประกอบ การใช้งาน การซ่อมแซม ไปจนถึงวิธีการรีไซเคิลหรือกำจัด ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่าน QR Code หรือเทคโนโลยีอื่นๆ

คิดง่ายๆ ก็เหมือนกับหนังสือเดินทางของคน ที่ระบุตัวตน ที่มา และการเดินทางของบุคคลนั้นๆ แต่ DPP จะทำหน้าที่เดียวกันสำหรับผลิตภัณฑ์

 

ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องรู้และใส่ใจ DPP?

  1. ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่: ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้ต้องการแค่สินค้า แต่ต้องการ "ข้อมูล" ที่โปร่งใสเกี่ยวกับสินค้าเหล่านั้น พวกเขาใส่ใจในเรื่อง ความยั่งยืน จริยธรรมในการผลิต และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม DPP ช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้โดยการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้
  2. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): DPP เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ความสามารถในการซ่อมแซม การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณของเสียและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. สร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของแบรนด์: การให้ข้อมูลที่ละเอียดและเปิดเผยผ่าน DPP จะช่วยสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจในผลิตภัณฑ์และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
  4. เตรียมพร้อมรับมือกับกฎระเบียบในอนาคต: หลายประเทศและภูมิภาคทั่วโลก รวมถึง สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาและเริ่มนำ DPP มาใช้กับสินค้าบางประเภท เช่น ของเล่นเด็ก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและส่งเสริมความยั่งยืน ธุรกิจที่เตรียมพร้อมรับมือกับแนวโน้มนี้ก่อน จะได้เปรียบในการแข่งขัน
  5. เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน: DPP สามารถช่วยในการติดตามและตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ธุรกิจสามารถ ระบุแหล่งที่มาของปัญหา ปรับปรุงกระบวนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร ได้
  6. สร้างโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรม: ข้อมูลที่ได้จาก DPP สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น ปรับปรุงการออกแบบให้ง่ายต่อการซ่อมแซม และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน

 

ตัวอย่างการใช้งาน Digital Product Passport 

  • สินค้าแฟชั่น: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ แหล่งที่มาของวัตถุดิบ วิธีการดูแลรักษา และวิธีการรีไซเคิลเมื่อหมดอายุการใช้งาน
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่วนประกอบที่สามารถรีไซเคิลได้ และคู่มือการซ่อมแซม
  • อาหารและเครื่องดื่ม: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ วิธีการผลิต ข้อมูลโภชนาการ และคำแนะนำในการจัดเก็บ
  • ของเล่นเด็ก: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ ส่วนประกอบทางเคมี และคำแนะนำด้านความปลอดภัย

 

สรุป
Digital Product Passport ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับสินค้าในอนาคต ธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม ควรเริ่มศึกษาและเตรียมพร้อมสำหรับการนำ DPP มาใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อก้าวสู่โลกธุรกิจที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้นครับ 



บทความที่เกี่ยวข้อง
"ใบกำกับสินค้า vs ใบส่งของ vs ใบวางบิล: มือใหม่หัดส่งต้องแยกให้ออก (ใครเซ็นช่องไหน?)"
ส่งของไปแล้ว แต่เก็บเงินไม่ได้เพราะเอกสารผิด? มาเคลียร์ให้ชัดระหว่าง ใบส่งของ (DO), ใบแจ้งหนี้ (Invoice) และ ใบวางบิล เอกสารไหนใช้ตอนไหน ใครต้องเป็นคนเซ็นรับ สรุปจบในโพสต์เดียว
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
22 ม.ค. 2026
เรื่องเล็กที่อันตรายใหญ่หลวง! "ดอกยางรถบรรทุกสึก" ส่งผลต่อระยะเบรกและความปลอดภัยสินค้าของคุณอย่างไร?
คุณเคยสังเกต "ล้อรถบรรทุก" เวลาจอดติดไฟแดงข้างๆ ไหมครับ? สำหรับคนทั่วไป มันก็แค่ก้อนยางสีดำก้อนใหญ่ๆ แต่สำหรับวงการโลจิสติกส์แล้ว "ยางรถยนต์" คือเส้นด้ายบางๆ ที่กั้นขวางระหว่าง "ความปลอดภัย" กับ "หายนะ" หลายคนอาจคิดว่าอุบัติเหตุเกิดจากคนขับหลับในหรือขับเร็ว แต่สถิติที่น่าตกใจคือ อุบัติเหตุจำนวนมากเกิดจากสภาพรถที่ไม่พร้อม โดยเฉพาะ "ดอกยางที่สึกโล้น" วันนี้ BS Transport จะพามาเจาะลึกว่า ทำไมสภาพยางถึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ไม่ควรมองข้าม และมันส่งผลกระทบต่อสินค้าในตู้บรรทุกของคุณอย่างไร?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
22 ม.ค. 2026
The Power of Word of Mouth: ทำอย่างไรให้ลูกค้า "บอกต่อ" จนเป็นกระแสโดยไม่ต้องจ้าง Influencer
วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับว่า ทำอย่างไรให้สินค้าและบริการของคุณดีจนลูกค้าทนไม่ไหว ต้องรีบไปสะกิดเพื่อนให้มาซื้อตาม โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินจ้าง Influencer สักบาทเดียว!
ร่วมมือ.jpg Contact Center
22 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ