แชร์

“Free Time” และ “Detention” คืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)
อัพเดทล่าสุด: 7 ก.พ. 2025
1876 ผู้เข้าชม
ในการขนส่งสินค้าทางเรือแบบ FCL จะต้องคำนึงถึง Free Time.คือ ระยะเวลาที่ตู้คอนเทนเนอร์อยู่ที่ท่าเรือ
โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
 
ซึ่งปกติแล้ว Free time จะอยู่ที่ 7-14 วัน เมื่อระยะเวลา Free time หมดลง จะมีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า Demurrage และ Detention เกิดขึ้น
 
Free Time คืออะไร คือ ระยะเวลาที่ตู้คอนเทนเนอร์สามารถอยู่ที่ท่าเรือโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปกติแล้วจะมีระยะเวลาอยู่ที่ประมาณ 7-14 วัน สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ทั่วไป
 
สำหรับระยะเวลา Free Time ของตู้คอนเทนเนอร์ชนิด reefer, open top container และ flat rack container จะมีระยะเวลาน้อยกว่า 7 วัน
 
ในกรณีที่ต้องการขยายระยะเวลา Free Time สามารถทำการตรวจสอบและแจ้งจองล่วงหน้ากับ Freight Forwarder ที่จะทำการจองเรือให้ ว่า ต้องการ Free time กี่วัน เพราะระยะเวลา Free time ของตู้คอนเทนเนอร์แต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกัน
 
-ใช้สำหรับการเคลียร์พิธีการศุลกากร
-เมื่อไม่มีพื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าที่โรงงาน
-สำหรับการจัดการลากตู้สินค้า
 
ท่าเรือไม่ใช่สถานที่เก็บสินค้า ดังนั้น ควรที่จะเคลียร์สินค้าให้เสร็จสิ้นทันที เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น
 
ลำดับต่อไป Demurrage คืออะไร ? คือ ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้นำตู้คอนเทนเนอร์ออกจากท่าเรือตามเวลาที่กำหนด

อย่างที่ได้บอกไป ว่าท่าเรือไม่ใช่โกดังเก็บตู้คอนเทนเนอร์ และมีพื้นที่จำกัด
ดังนั้น หากใช้พื้นที่ในท่าเรือเกินกว่าระยะเวลาที่ทางสายเรือกำหนด ก็จะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตามอัตราที่สายเรือกำหนดไว้
 
ตัวอย่างการคิดค่าค่าใช้จ่าย Demurrage ในญี่ปุ่น

วันที่ 1-3 : วันละ 13,000 yen ต่อ 1ตู้ 40 ฟุตคอนเทนเตอร์
วันที่ 4-6 : เพิ่มขึ้นเป็น 25,000 yen ต่อตู้คอนเทนเนอร์ต่อ 1 วัน
หลังจากวันที่ 7 เป็นต้นไป : จะเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 yen ต่อตู้คอนเทนเนอร์ต่อ 1 วัน

หากตู้คอนเทนเนอร์ถูกเก็บไว้ที่ท่าเรือนานเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น ถ้ามีตู้คอนเทนเนอร์เป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้เสียเงินมากขึ้น
 
ต่อไป มารู้จักกับ Detention Detention คือ เมื่อนำตู้ออกมาจากเทอร์มินอลแล้ว จะต้องโหลดสินค้าออกจากตู้และนำตู้เปล่าไปคืนที่ลานคืนตู้ตามเวลาที่กำหนด
หากเกินระยะเวลา จะมีค่าใช้จ่ายที่คืนตู้คอนเทนเนอร์ให้กับสายเรือไม่ได้ตามเวลาที่กำหนด ดังนั้นสายเรือ จึงจำเป็นต้องกำหนด Detention เพื่อให้ได้รับตู้คืนเร็วที่สุด และระยะเวลาของ Detention นั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละสายเรือ
 
ตัวอย่าง สำหรับการคำนวณค่าใช้จ่าย Free Time and Detention

ระยะเวลา Free Time คือ 14 วัน และ ระยะเวลา Detention คือ 7 วัน

ประมาณการของวันที่เรือจะเข้าถึงท่าปลายทาง คือ 1 พฤษภาคม
คอนเทนเนอร์ถูกยกลงจากเรือและลงไปวางไว้ที่ลาน วันที่ 3 พฤษภาคม
ในกรณีนี้ มีระยะเวลา Free time ไปจนถึง 17 พฤษภาคม

สำหรับบางประเทศ จะคิดระยะเวลา Free time จากวัน ETA
บางสายเรือคิดหลังจากวันที่เรือมาถึงปลายทางแล้ว ดังนั้น ควรตรวจสอบก่อนล่วงหน้า

ในกรณีที่คุณไปรับตู้คอนเทนเนอร์ วันที่ 17 พฤษภาคม เป็นวันสุดท้ายของ Free time ดังนั้น Detention จะคิดหลังจากวันที่นำตู้คอนเทนเนอร์ออกจากท่าเรือ โดยวันสุดท้าย คือ 24 พฤษภาคม
 
ปัญหาทั่วไปเกี่ยวกับ Free Time
ลูกค้าบางราย ไม่สามารถเคลียร์สินค้าได้ทันเวลา Free Time
โดยเฉพาะกรณีการเดินพิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้าสินค้าครั้งแรกอาจจะมีติดขัดบ้าง ติดเรื่องใบอนุญาตนำเข้า หรือเอกสารที่ไม่ครบถ้วน ซึ่งอาจทำให้ใช้ระยะเวลานาน

ในกรณีที่มีความผิดพลาดกับเอกสาร B/L จะมีค่าแก้ไขเอกสารและค่าใช้จ่าย Demurrage เกิดขึ้น
ดังนั้นก่อนการนำเข้าสินค้าใหม่ จะเจรจาหาข้อตกลงกับทาง freight forwarder เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
BY : Jim
ที่มา : https://forwarder-university.com/training-free-time/?lang=th

บทความที่เกี่ยวข้อง
โลจิสติกส์พลังงานสะอาด: รถส่งสินค้าใช้พลังงานทางเลือก (ไฮบริด/ไฟฟ้า/ไฮโดรเจน)
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤติสิ่งแวดล้อม การขนส่งและโลจิสติกส์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนสูงถูกจับตามองเป็นพิเศษ ภาคธุรกิจจึงต้องปรับตัวเข้าสู่ “โลจิสติกส์พลังงานสะอาด” (Clean Energy Logistics) โดยใช้ รถขนส่งพลังงานทางเลือก เช่น ไฮบริด ไฟฟ้า และไฮโดรเจน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ และสร้างความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่อุปทาน
สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
15 ก.ย. 2025
 ไม่ใช่แค่สแกนพัสดุ: เบื้องหลัง 'ทีมงานมืออาชีพ' ของ BS Express ที่ทำให้ทุกการจัดส่งราบรื่น
เบื้องหลังความเรียบง่าย ณ จุดบริการนั้น คือกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนและความทุ่มเทของ "ทีมงานมืออาชีพ"
ฟ่าง (นักศึกษาฝึกงาน)
15 ต.ค. 2025
จากโกดังสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์อัจฉริยะ: คลังสินค้าในปี 2030 จะเป็นอย่างไร?
ในอดีต "คลังสินค้า" อาจถูกมองว่าเป็นเพียงพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับเก็บของ แต่เมื่อเรากำลังมุ่งหน้าสู่ปี 2030 คลังสินค้ากำลังเปลี่ยนบทบาทครั้งใหญ่ จากเพียงจุดพักสินค้า กลายเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์อัจฉริยะ ที่มีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
23 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้