แชร์

การตั้งราคาแบบ Loss Leader ล่อใจลูกค้าด้วยราคาต่ำ

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 22 ม.ค. 2025
1349 ผู้เข้าชม

การตั้งราคาแบบ Loss Leader ล่อใจลูกค้าด้วยราคาต่ำ

 

การตั้งราคาแบบ Loss Leader (Loss Leader Pricing) คือ กลยุทธ์ทางการตลาดที่ธุรกิจตั้งราคาสินค้าบางรายการต่ำกว่าต้นทุน เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการ หรือซื้อสินค้าอื่นๆ ที่มีกำไรมากขึ้น โดยหวังว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมเมื่อมาที่ร้าน

 

ทำไมต้องใช้กลยุทธ์ Loss Leader?

  • ดึงดูดลูกค้าใหม่: ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งจะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาลองใช้บริการหรือสินค้า
  • เพิ่มยอดขายสินค้าอื่นๆ: เมื่อลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าราคาถูก พวกเขามักจะซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติม
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดี: การเป็นที่รู้จักในเรื่องราคาที่ถูก อาจช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์
  • เพิ่มการจราจรในร้านค้า: การลดราคาสินค้าบางรายการจะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาในร้าน

 

ตัวอย่างของสินค้าที่มักใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • สินค้าอุปโภคบริโภค: เช่น ไข่ไก่ นม น้ำอัดลม
  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์: เช่น สายชาร์จ หูฟัง
  • สินค้าประจำวัน: เช่น กระดาษทิชชู ยาสีฟัน

 

ข้อดีของการใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • เพิ่มยอดขาย: สามารถเพิ่มยอดขายโดยรวมของธุรกิจได้
  • สร้างความภักดีของลูกค้า: ลูกค้าจะรู้สึกว่าได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้า
  • สร้างการรับรู้แบรนด์: ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

ข้อเสียของการใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • ลดกำไร: การขายสินค้าต่ำกว่าต้นทุนจะทำให้ธุรกิจขาดทุนในส่วนของสินค้าเหล่านั้น
  • กระตุ้นการแข่งขันด้านราคา: คู่แข่งอาจลดราคาตามมา
  • ลูกค้าอาจซื้อเฉพาะสินค้าราคาถูก: ลูกค้าอาจจะไม่สนใจซื้อสินค้าอื่นๆ ที่มีกำไร

 

เมื่อไรควรใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • เมื่อต้องการเพิ่มยอดขาย: ถ้าธุรกิจต้องการเพิ่มยอดขายโดยรวม
  • เมื่อมีสินค้าใหม่: ใช้สินค้าใหม่เป็นตัวล่อเพื่อให้ลูกค้าได้ลองใช้
  • เมื่อต้องการแข่งขันกับคู่แข่ง: ใช้เพื่อดึงลูกค้าจากคู่แข่งมา
  • เมื่อมีสินค้าคงคลังมากเกินไป: ใช้เพื่อเคลียร์สินค้าคงคลัง

 

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • ต้นทุน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าธุรกิจสามารถรับภาระต้นทุนที่สูญเสียได้
  • กลุ่มเป้าหมาย: เลือกสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
  • คู่แข่ง: วิเคราะห์กลยุทธ์ของคู่แข่ง
  • ผลกระทบระยะยาว: พิจารณาผลกระทบระยะยาวต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์

 

การตั้งราคาแบบ Loss Leader เป็นกลยุทธ์ที่สามารถช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความสนใจให้กับธุรกิจได้ แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อทีมขายและการตลาดไม่ใช่ "ไม้เบื่อไม้เมา" แต่ต้องเป็น "เนื้อเดียวกัน" เพื่อเป้าหมายรายได้
เลิกเป็นไม้เบื่อไม้เมา! เมื่อทีม Sales & Marketing ผนึกกำลังเป็น "เนื้อเดียวกัน" เพื่อเป้าหมายรายได้
ร่วมมือ.jpg Contact Center
24 ธ.ค. 2025
"ส่องเทรนด์โลจิสติกส์ปี 2026: Green Logistics และรถ EV จะมาเปลี่ยนโลกขนส่งยังไง?"
โลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ! เจาะลึกเทรนด์ Green Logistics ปี 2026 ทำไมรถบรรทุก EV และการลดคาร์บอนถึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ SME และโรงงานต้องรู้ เตรียมพร้อมก่อนใครกับ BS Express
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
24 ธ.ค. 2025
ธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise): ส่งวัตถุดิบให้สาขาทั่วประเทศยังไงให้มาตรฐานเดียวกันเป๊ะ?
สาขาเชียงใหม่ "ปัง" แต่สาขาภูเก็ต "พัง"...เพราะอะไร? หัวใจของธุรกิจแฟรนไชส์ ไม่ใช่แค่การมีป้ายชื่อร้านเหมือนกัน แต่คือ "มาตรฐาน" (Standardization) ลูกค้าคาดหวังว่า ไม่ว่าจะเดินเข้าสาขาไหน รสชาติกาแฟต้องเหมือนเดิม ความกรอบของไก่ทอดต้องเท่าเดิม และบรรจุภัณฑ์ต้องดูดีไม่มีรอยบุบ แต่ปัญหาโลกแตกที่เจ้าของแฟรนไชส์ต้องเจอคือ "การกระจายสินค้า" (Distribution) ส่งของไปไม่ทัน สาขาของขาดต้องไปซื้อวัตถุดิบตลาดนัดมาแก้ขัด (รสชาติเพี้ยนทันที), ส่งแล้วของแตกเสียหายระหว่างทาง, หรือค่าส่งแพงจนสาขาบ่นอุบ... ปัญหาเหล่านี้คือ "ระเบิดเวลา" ที่ทำลายชื่อเสียงแบรนด์ที่คุณสร้างมากับมือ วันนี้ BS Express จะพาคุณไปดูเบื้องหลังการจัดการระบบขนส่ง (Logistics) ที่แฟรนไชส์เจ้าดังใช้ เพื่อคุมมาตรฐานให้ "เป๊ะ" ทุกสาขาทั่วไทย!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
24 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ