แชร์

การตั้งราคาแบบ Loss Leader ล่อใจลูกค้าด้วยราคาต่ำ

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 22 ม.ค. 2025
1742 ผู้เข้าชม

การตั้งราคาแบบ Loss Leader ล่อใจลูกค้าด้วยราคาต่ำ

 

การตั้งราคาแบบ Loss Leader (Loss Leader Pricing) คือ กลยุทธ์ทางการตลาดที่ธุรกิจตั้งราคาสินค้าบางรายการต่ำกว่าต้นทุน เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการ หรือซื้อสินค้าอื่นๆ ที่มีกำไรมากขึ้น โดยหวังว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมเมื่อมาที่ร้าน

 

ทำไมต้องใช้กลยุทธ์ Loss Leader?

  • ดึงดูดลูกค้าใหม่: ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งจะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาลองใช้บริการหรือสินค้า
  • เพิ่มยอดขายสินค้าอื่นๆ: เมื่อลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าราคาถูก พวกเขามักจะซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติม
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดี: การเป็นที่รู้จักในเรื่องราคาที่ถูก อาจช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์
  • เพิ่มการจราจรในร้านค้า: การลดราคาสินค้าบางรายการจะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาในร้าน

 

ตัวอย่างของสินค้าที่มักใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • สินค้าอุปโภคบริโภค: เช่น ไข่ไก่ นม น้ำอัดลม
  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์: เช่น สายชาร์จ หูฟัง
  • สินค้าประจำวัน: เช่น กระดาษทิชชู ยาสีฟัน

 

ข้อดีของการใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • เพิ่มยอดขาย: สามารถเพิ่มยอดขายโดยรวมของธุรกิจได้
  • สร้างความภักดีของลูกค้า: ลูกค้าจะรู้สึกว่าได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้า
  • สร้างการรับรู้แบรนด์: ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

ข้อเสียของการใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • ลดกำไร: การขายสินค้าต่ำกว่าต้นทุนจะทำให้ธุรกิจขาดทุนในส่วนของสินค้าเหล่านั้น
  • กระตุ้นการแข่งขันด้านราคา: คู่แข่งอาจลดราคาตามมา
  • ลูกค้าอาจซื้อเฉพาะสินค้าราคาถูก: ลูกค้าอาจจะไม่สนใจซื้อสินค้าอื่นๆ ที่มีกำไร

 

เมื่อไรควรใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • เมื่อต้องการเพิ่มยอดขาย: ถ้าธุรกิจต้องการเพิ่มยอดขายโดยรวม
  • เมื่อมีสินค้าใหม่: ใช้สินค้าใหม่เป็นตัวล่อเพื่อให้ลูกค้าได้ลองใช้
  • เมื่อต้องการแข่งขันกับคู่แข่ง: ใช้เพื่อดึงลูกค้าจากคู่แข่งมา
  • เมื่อมีสินค้าคงคลังมากเกินไป: ใช้เพื่อเคลียร์สินค้าคงคลัง

 

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนใช้กลยุทธ์ Loss Leader

  • ต้นทุน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าธุรกิจสามารถรับภาระต้นทุนที่สูญเสียได้
  • กลุ่มเป้าหมาย: เลือกสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
  • คู่แข่ง: วิเคราะห์กลยุทธ์ของคู่แข่ง
  • ผลกระทบระยะยาว: พิจารณาผลกระทบระยะยาวต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์

 

การตั้งราคาแบบ Loss Leader เป็นกลยุทธ์ที่สามารถช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความสนใจให้กับธุรกิจได้ แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
จาก Storyboard สู่คอนเทนต์จริง: เบื้องหลังการถ่ายทำแคมเปญของเรา
เคยสงสัยไหมว่ากว่าจะได้วิดีโอหรือภาพโฆษณาเจ๋งๆ สักชิ้น เบื้องหลังนั้นมีอะไรบ้าง? หลายคนอาจคิดว่าแค่มีกล้องดีๆ และไอเดียปังๆ ก็เพียงพอแล้ว แต่ความจริงแล้วหัวใจสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่นและเป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ก็คือ Storyboard นั่นเอง วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานของเรา ตั้งแต่การวางแผนบนกระดาษจนกลายเป็นคอนเทนต์จริงที่ทุกคนได้เห็นกัน
Gemini_Generated_Image_bjhh8wbjhh8wbjhh.png ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
23 ก.ย. 2025
Digital Marketing 101: มีอะไรบ้าง? คู่มือฉบับรวบรัดที่ "มือใหม่" ควรรู้ก่อนเริ่มลุยสนามจริง
ในยุคที่ใครๆ ก็ผันตัวมาขายของออนไลน์ การมีแค่สินค้าดีอาจยังไม่พอให้ธุรกิจอยู่รอด เพราะคู่แข่งในตลาดนั้นมีมากมายมหาศาล คำถามสำคัญคือ "ทำอย่างไรให้ลูกค้ามองเห็นเรา?"
ร่วมมือ.jpg Contact Center
19 ม.ค. 2026
Sales pipeline คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อการเพิ่มยอดขาย
Sales pipeline คือ การวางแผนการขาย หรือเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารยอดขายเป็นขั้นตอน เริ่มจากการเก็บข้อมูลลูกค้าการสื่อสารการโปรโมชั่นให้กับลูกค้าทราบ
10 ต.ค. 2024
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้