แชร์

FOMO vs JOMO ความแตกต่างของพฤติกรรมในยุคดิจิทัล

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 11 ม.ค. 2025
770 ผู้เข้าชม

FOMO vs JOMO ความแตกต่างของพฤติกรรมในยุคดิจิทัล

 

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น เราจะได้ยินคำสองคำนี้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ FOMO และ JOMO ซึ่งเป็นคำที่สะท้อนถึงพฤติกรรมที่แตกต่างกันของผู้คนในสังคม

 

FOMO (Fear of Missing Out) หรือ กลัวพลาด

ความหมาย: คือความรู้สึกกลัวที่จะพลาดอะไรบางอย่างที่น่าสนใจหรือสำคัญ เช่น ปาร์ตี้สนุกๆ เทรนด์ใหม่ๆ ข่าวสารล่าสุด หรือประสบการณ์ดีๆ ที่คนอื่นได้สัมผัส

พฤติกรรม: ผู้ที่มีพฤติกรรม FOMO มักจะ

  • ติดตามโซเชียลมีเดียตลอดเวลา
  • ต้องการอัพเดทข่าวสารอยู่เสมอ
  • รู้สึกกังวลเมื่อไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรที่เป็นที่นิยม
  • มักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

 

JOMO (Joy of Missing Out) หรือ ความสุขที่ได้พลาด

ความหมาย: คือความรู้สึกมีความสุขกับการได้อยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดอะไรไปบ้าง

พฤติกรรม: ผู้ที่มีพฤติกรรม JOMO มักจะ

  • ใช้เวลากับกิจกรรมที่ตนเองชอบ
  • ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
  • ไม่รู้สึกกดดันที่จะต้องตามเทรนด์
  • มีความสุขกับความเรียบง่ายในชีวิต

 

สรุปความแตกต่าง

 

ทั้ง FOMO และ JOMO เป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไปในสังคม และไม่มีถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับว่าพฤติกรรมนั้นส่งผลต่อคุณอย่างไร หากคุณรู้สึกว่าพฤติกรรม FOMO ทำให้คุณเครียดและวิตกกังวล ลองหันมาลองฝึกปฏิบัติตัวแบบ JOMO บ้าง อาจจะช่วยให้คุณมีชีวิตที่สมดุลและมีความสุขมากขึ้น

 
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Keller's Model พีระมิด 4 ชั้น สู่การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
Keller's Model เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับนักการตลาดที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง
13 พ.ย. 2024
โมเดล Hero-Hub-Help สูตรสำเร็จในการสร้างคอนเทนต์ที่ผู้ชมหลงรัก
โมเดล Hero-Hub-Help เป็นแนวคิดในการสร้างคอนเทนต์ที่ Google พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สร้างสรรค์เนื้อหาที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมได้อย่างครอบคลุม
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
26 ธ.ค. 2024
ยืดอายุแคมเปญ: เทคนิคการ Repurpose คอนเทนต์เดิมให้ดูใหม่และน่าสนใจ
เคยรู้สึกไหมว่าทุ่มเทพลังงานไปกับการสร้างคอนเทนต์สุดปัง แต่เพียงไม่นานมันก็จมหายไปในทะเลข้อมูล? ในโลกที่คอนเทนต์ใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา การสร้างคอนเทนต์ที่ไม่หยุดหย่อนอาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป แต่วิธีที่ชาญฉลาดกว่าคือการ "ยืดอายุ" ให้กับสิ่งที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และนี่คือเหตุผลที่ Repurpose Content หรือการนำคอนเทนต์เดิมมาใช้ใหม่ในรูปแบบต่าง ๆ กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่นักการตลาดไม่ควรมองข้าม การ Repurpose ไม่ได้หมายถึงแค่การโพสต์ซ้ำ แต่คือการ เปลี่ยนโฉม คอนเทนต์เก่าที่มีคุณค่า (Evergreen Content) ให้กลับมาน่าสนใจ ดูสดใหม่ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น โดยใช้ทรัพยากรน้อยลง บทความนี้จะเผยเทคนิคการ "ชุบชีวิต" คอนเทนต์ของคุณให้กลับมาสร้างผลลัพธ์ได้อย่างยาวนานในหลากหลายแพลตฟอร์ม
Gemini_Generated_Image_bjhh8wbjhh8wbjhh.png ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
1 ต.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้