แชร์

วิธีการสร้าง Netnography ไอเดียวิจัย พฤติกรรมลูกค้า บนโลกออนไลน์

อัพเดทล่าสุด: 18 พ.ย. 2024
758 ผู้เข้าชม

การใช้ Netnography ในการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าออนไลน์เป็นกระบวนการที่มีประโยชน์มากสำหรับนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแม่นยำ โดยกระบวนการนี้เน้นการเก็บข้อมูลจากชุมชนออนไลน์และสังคมเสมือนจริง โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน ดังนี้


1. กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวิจัย
ถามตัวเองก่อน: เราต้องการรู้อะไร เช่น พฤติกรรมการเลือกซื้อ, ความคิดเห็นต่อสินค้า หรือการใช้บริการในปัจจุบัน
ตั้งเป้าหมาย: เช่น การปรับสูตรสินค้า, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่, หรือเข้าใจความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง

2. เลือกแพลตฟอร์มและชุมชนออนไลน์
วิเคราะห์แพลตฟอร์ม: เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เช่นFacebook Groups: สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและกลุ่มเฉพาะ
Instagram/TikTok: เน้นความนิยมผ่านภาพและวิดีโอ
X (Twitter): เน้นความเห็นและการพูดคุยแบบเรียลไทม์
Lemon8: ชุมชนที่เน้นความสนใจเฉพาะทาง เช่น สุขภาพและไลฟ์สไตล์
ค้นหาชุมชน: ดูกลุ่มหรือเพจที่พูดถึงสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มคนรักสุขภาพหรืออาหารคลีน

3. สังเกตและบันทึกพฤติกรรม
วิธีสังเกต:อ่านโพสต์และความคิดเห็นในชุมชน
บันทึกความเห็นที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัญหาที่พบ ความชื่นชอบ และคำแนะนำ
การเก็บข้อมูล:ข้อคิดเห็น เชิงบวก: สิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ
ข้อคิดเห็น เชิงลบ: ปัญหาหรือข้อเสียที่ต้องแก้ไข
ข้อคิดเห็น กลาง ๆ: แนวคิดใหม่ ๆ หรือสิ่งที่อาจช่วยสร้างโอกาส

4. วิเคราะห์และปรับใช้
นำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยดูแนวโน้ม ความถี่ และน้ำหนักของความคิดเห็น
สร้างแบบสำรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผล เช่น ใช้ Google Forms เพื่อสำรวจความต้องการเพิ่มเติม
การปรับใช้กับสินค้า/บริการ:หากลูกค้าต้องการสินค้าที่ ไม่มีน้ำตาล และ ราคาย่อมเยา ก็ควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามนี้

5. สรุปและนำเสนอ
จัดทำรายงานสรุปผลการวิจัย โดยลำดับข้อมูลสำคัญที่สุด
แนะนำการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาสินค้าเพื่อให้ตอบโจทย์ เช่น เพิ่มตัวเลือกขนมที่ให้พลังงานต่ำแต่ยังคงรสชาติอร่อย

ประโยชน์ของ Netnography
เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง
ค้นพบจุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่ง
พัฒนากลยุทธ์การตลาดและการสร้างเนื้อหาให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
จับแนวโน้มตลาดและเทรนด์ใหม่ได้รวดเร็ว

Netnography ไม่ใช่แค่เครื่องมือในการวิจัย แต่ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!

BY : พี่ปี ทีม5

ที่มา : Marketthink.com และ CHAT GPT


บทความที่เกี่ยวข้อง
ค่าส่งแพง ของพัง! จบปัญหาด้วย Seller Own Fleet : ทำไมร้านขายของชิ้นใหญ่ใน Shopee/Lazada ถึงควรเลือกส่งของเองกับ BS Express
ขายดีแทบตาย แต่ตกม้าตายตอน "ส่ง" สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ขายของบน Shopee หรือ Lazada คงคุ้นเคยกับระบบขนส่งมาตรฐาน (Standard Delivery) กันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าสินค้าที่คุณขายคือ เฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, หรืออุปกรณ์ออกกำลังกาย คุณน่าจะเคยเจอปัญหาชวนปวดหัวเหล่านี้: 1.ค่าส่งแพงหูฉี่: ระบบคำนวณค่าส่งตามน้ำหนักจริง ซึ่งบางทีแพงกว่ากำไรที่ได้ 2.ของพังยับเยิน: ขนส่งทั่วไปอาจไม่เชี่ยวชาญการยกของหนัก โยนของจนเสียหาย ลูกค้าขอคืนเงิน 3.ข้อจำกัดเยอะ: ขนาดเกินนิดเดียว ขนส่งไม่รับ ต้องยกของกลับเก้อ ทางออกของปัญหานี้คือฟีเจอร์ลับที่ร้านค้าตัวท็อปเขาใช้กัน นั่นคือ "Seller Own Fleet" (ผู้ขายทำการจัดส่งให้เอง) วันนี้ BS Express จะพาคุณมาทำความรู้จักฟีเจอร์นี้ และเผยเหตุผลว่าทำไมการเลือกส่งเองกับเรา ถึงช่วยให้คุณ "กำไรเหลือเยอะกว่าเดิม"!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
7 ม.ค. 2026
รถกระบะ vs รถ 6 ล้อ vs รถ 10 ล้อ: เลือกประเภทรถอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?
เปรียบเทียบชัดๆ! รถกระบะ vs รถ 6 ล้อ vs รถ 10 ล้อ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน คุ้มค่าที่สุด? | BS Transport
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
5 ม.ค. 2026
เมื่อทีมขายและการตลาดไม่ใช่ "ไม้เบื่อไม้เมา" แต่ต้องเป็น "เนื้อเดียวกัน" เพื่อเป้าหมายรายได้
เลิกเป็นไม้เบื่อไม้เมา! เมื่อทีม Sales & Marketing ผนึกกำลังเป็น "เนื้อเดียวกัน" เพื่อเป้าหมายรายได้
ร่วมมือ.jpg Contact Center
24 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ