แชร์

ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการบริการ

อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ค. 2024
1134 ผู้เข้าชม

ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการบริการมีอยู่ 6 ข้อ ดังนี้

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 1 ทัศนคติของลูกค้า

เราต้องดูทัศนคติของลูกค้าก่อนว่าลูกค้ามีทัศนคติอย่างไรบ้าง ในทุกครั้งที่ลูกค้าพูดกับเราลูกค้าพูดไปในทางเชิงลบหรือไม่หรือพูดไปในเชิงทางบวก ไม่ว่าลูกค้าจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่เราต้องจับความคิดทัศนคติของลูกค้าให้ได้ เพราะฉะนั้นเองถ้าลูกค้าพูดแต่สิ่งที่เป็นไปในทางเชิงลบแสดงว่าทัศนคติของลูกค้าเป็นไปในทางเชิงลบแต่ถ้าลูกค้าพูดไปในทางเชิงบวกแสดงว่าทัศนคติของลูกค้าอาจจะเป็นไปในทางเชิงบวกหรือลบก็ได้แต่ก็ดูมีแนวโน้มที่จะเป็นบวกมากขึ้น ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องสังเกตทัศนคติความคิดของลูกค้า ตรงจุดนี้เป็น Indicator หลักที่สำคัญ

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 2 พฤติกรรมการแสดงออกของลูกค้า

เราต้องสังเกตดูพฤติกรรมของลูกค้าว่าลูกค้ามีการแสดงออกทางภาษากายอย่างไรบ้าง มี สีหน้า แววตา ที่เป็นมิตรหรือไม่ สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นสิ่งหนึ่งที่วัดดัชนีชี้วัดได้ ถ้าลูกค้าไม่พอใจลูกค้าจะแสดงปฏิกิริยาที่บ่งชี้ว่าไม่พอใจที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 3 สังเกต การโต้แย้ง การต่อรอง

เราควรจะสังเกตว่าลูกค้าจะมีการโต้แย้งหรือมีการต่อรองกับเราหรือไม่ หรือมีการต่อว่าสิ่งใดรึป่าว ในขณะที่เราพูดอะไรก็ตามลูกค้าจะขัดจังหวะเราอยู่ตลอดเวลาหรือป่าว ถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าลูกค้าอาจจะรู้สึกไม่พอใจ

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 4 สังเกต การสั่งซื้อ การบอกต่อ

ลูกค้าบางคนอาจแสดงพฤติกรรมเชิงลบมีการต่อว่าแต่ก็ยังมีการสั่งซื้อสินค้าของเราก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าลูกค้ายังคงโอเคอยู่ ในทางกลับกันถ้าลูกค้ายิ้มแย้มแจ่มใสแต่ลูกค้าตัด Order ไม่สั่งซื้อสินค้าของเรา แสดงว่าลูกค้าอาจจะมีความไม่พึงพอใจ อาจจะไม่ประทับใจการบริการของเรา

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 5 สังเกต การสั่งซื้อซ้ำ

ถ้าลูกค้ามีการสั่งซื้อซ้ำ แม้จะมีการต่อว่าบ้าง แต่ยังกลับมาซื้อซ้ำแสดงว่าลูกค้ายังรู้สึกโอเคกับเราอยู่ เพราะฉะนั้น การที่ลูกค้ามีปฏิกิริยาแบบนี้ควรมีการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าอยู่เสมอๆ

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 6 ช่วยประชาสัมพันธ์

การที่ลูกค้ายังช่วยประชาสัมพันธ์ช่วยบอกต่อแสดงว่าลูกค้ายังมีความพอใจกับเราอยู่ พยายามทำให้ลูกค้ารู้สึกพอใจอยู่เสมอ เดี๋ยวลูกค้าจะบอกต่อเอง



ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=HW_D2cySz1M&list=PLAN3x7UIgeB2S-YrL7wB7Tg6k7GtyCGRt&index=8&pp=iAQB


บทความที่เกี่ยวข้อง
โลจิสติกส์สายแฟชั่น: สยบปัญหาสินค้า Seasonal "มาไวไปไว" ไม่ให้กลายเป็นสต็อกจม!
วงการแฟชั่นคือสนามรบแห่ง "ความไว" ครับ! ยิ่งในยุค Fast Fashion ที่เทรนด์เปลี่ยนทุกสัปดาห์ คอลเลกชันหน้าหนาว (Winter) หรือซัมเมอร์ (Summer) มีอายุบนเชลฟ์หรือหน้าเว็บแค่ไม่กี่เดือน หากบริหารจัดการไม่ดี เสื้อผ้าที่เคยเป็น "ไอเทมฮิต" อาจกลายเป็น "สต็อกจม" หรือ Dead Stock ที่กินทุนของคุณไปอย่างน่าเสียดาย
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
24 ก.พ. 2026
ติดตามสถานะการผลิต และต้นทุน
ระบบ Machines Monitoring System มีหน้าที่ตรวจสอบและแจ้งเตือนเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับเครื่องจักร การสะสมข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจจับความผิดปกติและการเปรียบเทียบข้อมูล
6 ธ.ค. 2024
SKU (Stock Keeping Unit) คืออะไร
SKU ย่อมาจาก "Stock Keeping Unit" เป็นรหัสที่ใช้ในการระบุและติดตามสินค้าภายในระบบคลังสินค้าและการขาย โดยแต่ละ SKU จะเป็นตัวแทนของสินค้าหนึ่งรายการที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ขนาด สี หรือรุ่น การใช้ SKU ช่วยให้ผู้ค้าสามารถจัดการสต็อกได้ง่ายขึ้นและวิเคราะห์ยอดขายได้ดียิ่งขึ้น
28 ก.ย. 2024
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้