แชร์

ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการบริการ

อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ค. 2024
1121 ผู้เข้าชม

ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการบริการมีอยู่ 6 ข้อ ดังนี้

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 1 ทัศนคติของลูกค้า

เราต้องดูทัศนคติของลูกค้าก่อนว่าลูกค้ามีทัศนคติอย่างไรบ้าง ในทุกครั้งที่ลูกค้าพูดกับเราลูกค้าพูดไปในทางเชิงลบหรือไม่หรือพูดไปในเชิงทางบวก ไม่ว่าลูกค้าจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่เราต้องจับความคิดทัศนคติของลูกค้าให้ได้ เพราะฉะนั้นเองถ้าลูกค้าพูดแต่สิ่งที่เป็นไปในทางเชิงลบแสดงว่าทัศนคติของลูกค้าเป็นไปในทางเชิงลบแต่ถ้าลูกค้าพูดไปในทางเชิงบวกแสดงว่าทัศนคติของลูกค้าอาจจะเป็นไปในทางเชิงบวกหรือลบก็ได้แต่ก็ดูมีแนวโน้มที่จะเป็นบวกมากขึ้น ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องสังเกตทัศนคติความคิดของลูกค้า ตรงจุดนี้เป็น Indicator หลักที่สำคัญ

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 2 พฤติกรรมการแสดงออกของลูกค้า

เราต้องสังเกตดูพฤติกรรมของลูกค้าว่าลูกค้ามีการแสดงออกทางภาษากายอย่างไรบ้าง มี สีหน้า แววตา ที่เป็นมิตรหรือไม่ สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นสิ่งหนึ่งที่วัดดัชนีชี้วัดได้ ถ้าลูกค้าไม่พอใจลูกค้าจะแสดงปฏิกิริยาที่บ่งชี้ว่าไม่พอใจที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 3 สังเกต การโต้แย้ง การต่อรอง

เราควรจะสังเกตว่าลูกค้าจะมีการโต้แย้งหรือมีการต่อรองกับเราหรือไม่ หรือมีการต่อว่าสิ่งใดรึป่าว ในขณะที่เราพูดอะไรก็ตามลูกค้าจะขัดจังหวะเราอยู่ตลอดเวลาหรือป่าว ถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าลูกค้าอาจจะรู้สึกไม่พอใจ

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 4 สังเกต การสั่งซื้อ การบอกต่อ

ลูกค้าบางคนอาจแสดงพฤติกรรมเชิงลบมีการต่อว่าแต่ก็ยังมีการสั่งซื้อสินค้าของเราก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าลูกค้ายังคงโอเคอยู่ ในทางกลับกันถ้าลูกค้ายิ้มแย้มแจ่มใสแต่ลูกค้าตัด Order ไม่สั่งซื้อสินค้าของเรา แสดงว่าลูกค้าอาจจะมีความไม่พึงพอใจ อาจจะไม่ประทับใจการบริการของเรา

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 5 สังเกต การสั่งซื้อซ้ำ

ถ้าลูกค้ามีการสั่งซื้อซ้ำ แม้จะมีการต่อว่าบ้าง แต่ยังกลับมาซื้อซ้ำแสดงว่าลูกค้ายังรู้สึกโอเคกับเราอยู่ เพราะฉะนั้น การที่ลูกค้ามีปฏิกิริยาแบบนี้ควรมีการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าอยู่เสมอๆ

ดัชนีชี้วัดข้อที่ 6 ช่วยประชาสัมพันธ์

การที่ลูกค้ายังช่วยประชาสัมพันธ์ช่วยบอกต่อแสดงว่าลูกค้ายังมีความพอใจกับเราอยู่ พยายามทำให้ลูกค้ารู้สึกพอใจอยู่เสมอ เดี๋ยวลูกค้าจะบอกต่อเอง



ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=HW_D2cySz1M&list=PLAN3x7UIgeB2S-YrL7wB7Tg6k7GtyCGRt&index=8&pp=iAQB


บทความที่เกี่ยวข้อง
AI-Driven Layout: เปลี่ยนคลังสินค้าให้เป็นเครื่องจักรทำเงินอัจฉริยะ
ในอดีต การออกแบบผังคลังสินค้า (Warehouse Layout) อาศัยประสบการณ์และกฎเกณฑ์ทั่วไป ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ไม่ใช่ "ดีที่สุด" แต่ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลคือขุมทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุด เทคโนโลยี AI ได้เข้ามาปฏิวัติการออกแบบ Layout อย่างสิ้นเชิง โดยเปลี่ยนจากการ "คาดเดา" ไปสู่การ "คำนวณ" เพื่อค้นหาผังที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและปลดล็อกศักยภาพในการสร้างรายได้ใหม่ๆ
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
31 ก.ค. 2025
Re-slotting คืออะไร? ทำไมต้องจัดตำแหน่งสินค้าใหม่อยู่เสมอ?
ทำไม “Re-slotting” หรือ “การจัดตำแหน่งสินค้าใหม่” จึงกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่คลังสินค้าระดับมืออาชีพให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
6 ก.ค. 2025
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance
ในยุคปัจจุบันที่โลกหมุนเร็ว เทคโนโลยีก้าวไกล และรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง คนรุ่นใหม่ไม่เพียงแค่มองหางานที่มีรายได้ดีหรือมั่นคง แต่ยังให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance หรือการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับงานอย่างชัดเจน คำถามคือ ทำไม Work-Life Balance ถึงกลายเป็นปัจจัยหลักในการเลือกงานของคนยุคใหม่?
สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
19 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้