ชั่งน้ำหนัก vs วัดขนาดกล่อง (Volumetric Weight): ขนส่งคิดราคาแบบไหน? รู้ไว้จะได้คำนวณต้นทุนถูก
อัพเดทล่าสุด: 7 มี.ค. 2026
29 ผู้เข้าชม

ชั่งน้ำหนัก vs วัดขนาดกล่อง (Volumetric Weight): ขนส่งคิดราคาแบบไหน? รู้ไว้จะได้คำนวณต้นทุนถูก
"ของชิ้นนิดเดียว น้ำหนักเบาหวิว ทำไมตอนไปส่งจริง ค่าส่งถึงแพงหูฉี่!?"
นี่คือหนึ่งในความสับสนยอดฮิตของคนทำธุรกิจออนไลน์และ SME หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นส่งสินค้าครับ ความจริงก็คือ ในวงการโลจิสติกส์ไม่ได้ประเมินราคาค่าขนส่งจาก "ตาชั่ง" เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีตัวแปรสำคัญที่เรียกว่า "ขนาดของกล่อง" เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เพื่อให้คุณสามารถคำนวณต้นทุนค่าจัดส่งล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ และไม่ขาดทุนกำไร วันนี้ BS Express จะพามาเจาะลึกความแตกต่างระหว่างการคิดราคา 2 แบบนี้กันค่ะ!
1. น้ำหนักจริง (Actual Weight) คืออะไร?
อันนี้เข้าใจง่ายที่สุดครับ มันคือการนำพัสดุของคุณไปวางบนตาชั่งแล้วอ่านค่าออกมาเป็นกิโลกรัม (kg) โดยตรง เช่น ส่งหนังสือ 3 เล่ม ชั่งรวมกล่องได้ 2 กิโลกรัม นี่คือน้ำหนักจริง
2. น้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight / Dimensional Weight) คืออะไร?
ลองจินตนาการว่าคุณต้องส่ง "หมอนข้าง" 1 ใบ น้ำหนักจริงอาจจะแค่ 1 กิโลกรัม แต่คุณต้องใส่ในกล่องใบใหญ่มาก ปัญหาคือรถบรรทุกของบริษัทขนส่งมี "พื้นที่จำกัด" แม้ของจะเบา แต่ถ้ากล่องใหญ่ มันก็กินพื้นที่ (Space) ที่สามารถนำไปวางของชิ้นอื่นได้
ด้วยเหตุนี้ บริษัทขนส่งทั่วโลกจึงต้องมีมาตรฐานการคิด "น้ำหนักปริมาตร" ขึ้นมา เพื่อสะท้อนถึงพื้นที่ระวางที่พัสดุชิ้นนั้นแย่งไปค่ะ
สูตรการคำนวณ Volumetric Weight ที่ต้องรู้!
คุณสามารถคำนวณน้ำหนักปริมาตรได้เองง่ายๆ ด้วยสูตรนี้ค่ะ:
(ความกว้าง x ความยาว x ความสูง ซม.) / 5,000 = น้ำหนักปริมาตร (kg) (หมายเหตุ: ตัวหารอาจเป็น 5,000 หรือ 6,000 ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทขนส่ง)
ลองมาดูตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน: สมมติคุณขายตุ๊กตาหมีไซส์ยักษ์
น้ำหนักจริงบนตาชั่ง: 3 กิโลกรัม
ขนาดกล่องที่ใช้แพ็ค: กว้าง 50 ซม. x ยาว 50 ซม. x สูง 60 ซม.
คำนวณน้ำหนักปริมาตร: (50 x 50 x 60) / 5,000 = 30 กิโลกรัม!
สรุปแล้ว... ขนส่งจะเลือกเก็บเงินคุณแบบไหน?
กฎเหล็กของบริษัทขนส่งคือ "จะเปรียบเทียบระหว่าง Actual Weight กับ Volumetric Weight และเลือกเก็บเงินจากน้ำหนักที่ 'มากกว่า' เสมอ"
จากตัวอย่างตุ๊กตาหมีด้านบน แม้ของจะหนักแค่ 3 กิโลกรัม แต่ขนส่งจะยึดน้ำหนักปริมาตรที่ 30 กิโลกรัมในการประเมินค่าจัดส่งของคุณค่ะ!
ทริคเล็กๆ ประหยัดค่าส่งฉบับ SME
เมื่อรู้ความลับข้อนี้แล้ว วิธีลดต้นทุนที่ดีที่สุดคือ "การบริหารพื้นที่ในกล่องให้คุ้มค่าที่สุด"
เลือกกล่องพัสดุให้พอดีกับสินค้าที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้กล่องใหญ่เกินไปแล้วยัดกระดาษกันกระแทกหนาๆ
ถ้าสินค้าเป็นของนุ่มๆ ยืดหยุ่นได้ ลองเปลี่ยนจากกล่องกระดาษมาใช้ถุงไปรษณีย์พลาสติก (Poly Mailer) จะช่วยลดทั้งขนาดกล่องและน้ำหนักได้มหาศาล
หากกล่องสูงเกินไป ให้ใช้คัตเตอร์กรีดมุมแล้วพับฝากล่องลงมา เพื่อลดความสูงและลดน้ำหนักปริมาตร
การเข้าใจวิธีคิดค่าขนส่งอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณตั้งราคาสินค้าและค่าจัดส่งได้อย่างเหมาะสม ไม่เข้าเนื้อตัวเองแน่นอนครับ
และหากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ช่วยให้คำปรึกษาด้านการแพ็คสินค้า และมีโครงสร้างราคาที่โปร่งใส คุ้มค่าสำหรับธุรกิจของคุณ BS Express พร้อมดูแลและเคียงข้างทุกการเติบโตของคุณค่ะ!
"ของชิ้นนิดเดียว น้ำหนักเบาหวิว ทำไมตอนไปส่งจริง ค่าส่งถึงแพงหูฉี่!?"
นี่คือหนึ่งในความสับสนยอดฮิตของคนทำธุรกิจออนไลน์และ SME หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นส่งสินค้าครับ ความจริงก็คือ ในวงการโลจิสติกส์ไม่ได้ประเมินราคาค่าขนส่งจาก "ตาชั่ง" เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีตัวแปรสำคัญที่เรียกว่า "ขนาดของกล่อง" เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เพื่อให้คุณสามารถคำนวณต้นทุนค่าจัดส่งล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ และไม่ขาดทุนกำไร วันนี้ BS Express จะพามาเจาะลึกความแตกต่างระหว่างการคิดราคา 2 แบบนี้กันค่ะ!
1. น้ำหนักจริง (Actual Weight) คืออะไร?
อันนี้เข้าใจง่ายที่สุดครับ มันคือการนำพัสดุของคุณไปวางบนตาชั่งแล้วอ่านค่าออกมาเป็นกิโลกรัม (kg) โดยตรง เช่น ส่งหนังสือ 3 เล่ม ชั่งรวมกล่องได้ 2 กิโลกรัม นี่คือน้ำหนักจริง
2. น้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight / Dimensional Weight) คืออะไร?
ลองจินตนาการว่าคุณต้องส่ง "หมอนข้าง" 1 ใบ น้ำหนักจริงอาจจะแค่ 1 กิโลกรัม แต่คุณต้องใส่ในกล่องใบใหญ่มาก ปัญหาคือรถบรรทุกของบริษัทขนส่งมี "พื้นที่จำกัด" แม้ของจะเบา แต่ถ้ากล่องใหญ่ มันก็กินพื้นที่ (Space) ที่สามารถนำไปวางของชิ้นอื่นได้
ด้วยเหตุนี้ บริษัทขนส่งทั่วโลกจึงต้องมีมาตรฐานการคิด "น้ำหนักปริมาตร" ขึ้นมา เพื่อสะท้อนถึงพื้นที่ระวางที่พัสดุชิ้นนั้นแย่งไปค่ะ
สูตรการคำนวณ Volumetric Weight ที่ต้องรู้!
คุณสามารถคำนวณน้ำหนักปริมาตรได้เองง่ายๆ ด้วยสูตรนี้ค่ะ:
(ความกว้าง x ความยาว x ความสูง ซม.) / 5,000 = น้ำหนักปริมาตร (kg) (หมายเหตุ: ตัวหารอาจเป็น 5,000 หรือ 6,000 ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทขนส่ง)
ลองมาดูตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน: สมมติคุณขายตุ๊กตาหมีไซส์ยักษ์
น้ำหนักจริงบนตาชั่ง: 3 กิโลกรัม
ขนาดกล่องที่ใช้แพ็ค: กว้าง 50 ซม. x ยาว 50 ซม. x สูง 60 ซม.
คำนวณน้ำหนักปริมาตร: (50 x 50 x 60) / 5,000 = 30 กิโลกรัม!
สรุปแล้ว... ขนส่งจะเลือกเก็บเงินคุณแบบไหน?
กฎเหล็กของบริษัทขนส่งคือ "จะเปรียบเทียบระหว่าง Actual Weight กับ Volumetric Weight และเลือกเก็บเงินจากน้ำหนักที่ 'มากกว่า' เสมอ"
จากตัวอย่างตุ๊กตาหมีด้านบน แม้ของจะหนักแค่ 3 กิโลกรัม แต่ขนส่งจะยึดน้ำหนักปริมาตรที่ 30 กิโลกรัมในการประเมินค่าจัดส่งของคุณค่ะ!
ทริคเล็กๆ ประหยัดค่าส่งฉบับ SME
เมื่อรู้ความลับข้อนี้แล้ว วิธีลดต้นทุนที่ดีที่สุดคือ "การบริหารพื้นที่ในกล่องให้คุ้มค่าที่สุด"
เลือกกล่องพัสดุให้พอดีกับสินค้าที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้กล่องใหญ่เกินไปแล้วยัดกระดาษกันกระแทกหนาๆ
ถ้าสินค้าเป็นของนุ่มๆ ยืดหยุ่นได้ ลองเปลี่ยนจากกล่องกระดาษมาใช้ถุงไปรษณีย์พลาสติก (Poly Mailer) จะช่วยลดทั้งขนาดกล่องและน้ำหนักได้มหาศาล
หากกล่องสูงเกินไป ให้ใช้คัตเตอร์กรีดมุมแล้วพับฝากล่องลงมา เพื่อลดความสูงและลดน้ำหนักปริมาตร
การเข้าใจวิธีคิดค่าขนส่งอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณตั้งราคาสินค้าและค่าจัดส่งได้อย่างเหมาะสม ไม่เข้าเนื้อตัวเองแน่นอนครับ
และหากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ช่วยให้คำปรึกษาด้านการแพ็คสินค้า และมีโครงสร้างราคาที่โปร่งใส คุ้มค่าสำหรับธุรกิจของคุณ BS Express พร้อมดูแลและเคียงข้างทุกการเติบโตของคุณค่ะ!
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจขนส่งในวันนี้ไม่ได้แข่งกันแค่ ส่งเร็วต้นทุนต่ำ อีกต่อไป แต่เริ่มแข่งกันที่ ส่งของโดยไม่ทำร้ายโลก
8 ก.ค. 2025
Dopamine Detox : ทางออกจากการเสพติดการไถหน้าจอ
25 ก.ย. 2025
ในยุคที่ธุรกิจขนส่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความแม่นยำและความรวดเร็วกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขัน แต่เบื้องหลังระบบโลจิสติกส์ที่ดูราบรื่น มักแฝงไปด้วยภาระงานซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาดเล็กๆ จากมนุษย์ที่อาจส่งผลใหญ่ในภาพรวม เช่น การพิมพ์ใบวางบิลผิด, จัดรอบรถล่าช้า, หรือสื่อสารข้อมูลผิดพลาดระหว่างทีม
26 เม.ย. 2025
ผึ้ง เด็กฝึกงาน

เหมาคัน

พี่ปี
