ภาษีร้านค้าออนไลน์ "ค่าขนส่ง" เอามาลดหย่อนภาษีได้ไหม? ต้องขอใบเสร็จแบบไหน สรรพากรถึงไม่ตีกลับ?

"ขายของได้ปีละล้าน แต่โดนภาษีย้อนหลังจนแทบหมดตัว!" เรื่องสยองขวัญนี้เกิดขึ้นจริงบ่อยครั้ง เพราะร้านค้าหลายร้าน "รับรายได้เต็มเม็ด แต่หักรายจ่ายไม่เป็น"
พ่อค้าแม่ค้าหลายคนจ่ายค่าส่งพัสดุไปเดือนละเป็นหมื่น ปีนึงรวมแล้วเป็นแสนบาท แต่กลับทิ้งใบเสร็จลงถังขยะ หรือเก็บไว้แต่กระดาษความร้อนที่จางหายไป... หารู้ไม่ว่า "ค่าขนส่ง คือทองคำ" ในทางภาษี
คำถามคือ เราจะเอาค่าขนส่งมาหักลบกลบหนี้ทางภาษีได้อย่างไร? และต้องใช้เอกสารหน้าตาแบบไหน? วันนี้เรามีคำตอบครับ
1.ค่าขนส่ง เอามาลดหย่อนได้ไหม?
คำตอบคือ: "ได้ครับ! แต่..." คุณต้องเลือกวิธียื่นภาษีให้ถูกประเภทก่อน การยื่นภาษีบุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/94) สำหรับร้านค้าออนไลน์ มีวิธีหักค่าใช้จ่าย 2 แบบ
- แบบที่ 1: หักเหมา 60% (ไม่ต้องใช้ใบเสร็จ)
- ถ้าคุณเลือกแบบนี้ สรรพากรจะสมมติว่าคุณมีต้นทุน 60% ของรายได้ (รวมค่าของ ค่าส่ง ค่าแรง ฯลฯ ไว้ในนี้แล้ว)
- ข้อดี: ง่าย ไม่ต้องเก็บเอกสาร
- ข้อเสีย: ถ้าต้นทุนจริงคุณสูงกว่า 60% (เช่น ขายของกำไรบาง หรือค่าส่งแพง) คุณจะขาดทุนภาษีทันที
- ถ้าคุณเลือกแบบนี้ สรรพากรจะสมมติว่าคุณมีต้นทุน 60% ของรายได้ (รวมค่าของ ค่าส่ง ค่าแรง ฯลฯ ไว้ในนี้แล้ว)
- แบบที่ 2: หักตามจริง (ต้องใช้ใบเสร็จ)
- นี่คือจุดที่ "ค่าขนส่ง" จะเป็นพระเอกครับ! ถ้าคุณรวมบิลค่าส่ง + ค่าซื้อของ + ค่าโฆษณา แล้วมันเกิน 60% ของรายได้... คุณควรเลือกยื่นแบบนี้ครับ เพราะจะทำให้กำไรสุทธิลดลง และเสียภาษีน้อยลงตามความเป็นจริง
- เงื่อนไขสำคัญ: "ต้องมีหลักฐานใบเสร็จรับเงินที่สมบูรณ์เท่านั้น"
- นี่คือจุดที่ "ค่าขนส่ง" จะเป็นพระเอกครับ! ถ้าคุณรวมบิลค่าส่ง + ค่าซื้อของ + ค่าโฆษณา แล้วมันเกิน 60% ของรายได้... คุณควรเลือกยื่นแบบนี้ครับ เพราะจะทำให้กำไรสุทธิลดลง และเสียภาษีน้อยลงตามความเป็นจริง
2.ต้องขอใบเสร็จแบบไหน? สรรพากรถึงจะ "เซย์เยส"
สลิปโอนเงิน หรือใบเสร็จย่อๆ ตามร้านสะดวกซื้อ "ใช้ไม่ได้" ในการหักค่าใช้จ่ายตามจริงนะครับ เอกสารที่ใช้ได้ต้องมีองค์ประกอบครบ 5 อย่างนี้
- ชื่อและที่อยู่ของ "ผู้รับเงิน" (บริษัทขนส่ง)
- ชื่อและที่อยู่ของ "ผู้จ่ายเงิน" (ชื่อคุณ หรือชื่อร้านของคุณ ที่ตรงกับบัตรประชาชน)
- รายการสินค้า/บริการ (ระบุชัดเจนว่า "ค่าบริการขนส่ง")
- จำนวนเงิน (ทั้งตัวเลขและตัวอักษร)
- วัน เดือน ปี ที่ออกใบเสร็จ
3.ใบกำกับภาษีเต็มรูป (Full Tax Invoice) จำเป็นไหม?
- ถ้าคุณ "ไม่ได้" จด VAT (รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้าน): ขอแค่ "ใบเสร็จรับเงิน" หรือ "ใบกำกับภาษีอย่างย่อ" ที่มีชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ของคุณระบุอยู่ ก็ใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายได้แล้วครับ
- ถ้าคุณ "จด VAT" (รายได้เกิน 1.8 ล้าน): คุณต้องขอ "ใบกำกับภาษีเต็มรูป" เท่านั้น เพื่อนำภาษีซื้อ (VAT 7% ของค่าขนส่ง) ไปหักลบกับภาษีขายได้อีกต่อหนึ่ง!
4.ทริคสำหรับร้านค้า: อย่าเก็บ "ใบเสร็จความร้อน"
ใบเสร็จสลิปยาวๆ ที่ออกมาจากเครื่อง POS (กระดาษความร้อน) เก็บไว้ไม่เกิน 3 เดือนตัวหนังสือก็เลือนหายหมดแล้วครับ
- วิธีแก้: ทันทีที่ได้มา ให้ "ถ่ายเอกสาร" หรือ "ถ่ายรูป" เก็บไว้ แล้วแม็กซ์ใบจริงติดคู่กับใบถ่ายเอกสาร สรรพากรยอมรับเอกสารสำเนาที่ชัดเจนครับ
ค่าขนส่งทุกบาทที่คุณจ่ายไป คือต้นทุนทางธุรกิจ อย่าปล่อยให้มันสูญเปล่าเพียงเพราะความขี้เกียจขอเอกสารครับ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ แค่แจ้งพนักงานขนส่งว่า "ขอใบกำกับภาษีด้วยครับ/ค่ะ" ทุกครั้งที่ส่งของ อาจช่วยให้คุณประหยัดเงินภาษีปลายปีได้มากพอที่จะซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหม่ได้เลยทีเดียว!
Contact Center
