แชร์

กลยุทธ์ Decoy Pricing เหยื่อล่อที่ทำให้คุณซื้อของแพงขึ้น

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 10 ม.ค. 2025
1017 ผู้เข้าชม

กลยุทธ์ Decoy Pricing เหยื่อล่อที่ทำให้คุณซื้อของแพงขึ้น

 

Decoy Pricing หรือ การตั้งราคาเหยื่อล่อ เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้หลักจิตวิทยาในการโน้มน้าวให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้น โดยการนำเสนอตัวเลือกที่ดูไม่น่าสนใจเข้ามาเป็นตัวเปรียบเทียบ

 

ทำไมต้องใช้ Decoy Pricing?

  • ผลักดันให้ลูกค้าเลือกสินค้าที่แพงกว่า: เมื่อมีตัวเลือกที่ดูไม่น่าสนใจเข้ามา ลูกค้าจะรู้สึกว่าตัวเลือกอื่นๆ ดูคุ้มค่าและน่าสนใจมากขึ้น
  • เพิ่มมูลค่าที่รับรู้: การเปรียบเทียบราคาจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าที่ราคาสูงกว่านั้นมีคุณค่ามากกว่า
  • เพิ่มอัตรากำไร: ธุรกิจสามารถเพิ่มรายได้โดยเฉลี่ยต่อการขายได้

 

หลักการทำงานของ Decoy Pricing

หลักการสำคัญของ Decoy Pricing คือ การสร้างตัวเลือกที่สามขึ้นมา ซึ่งตัวเลือกนี้จะมีราคาสูงกว่าตัวเลือกที่เราต้องการให้ลูกค้าซื้อ แต่จะมีคุณสมบัติที่ด้อยกว่าตัวเลือกที่เราต้องการให้ลูกค้าซื้อเล็กน้อย แต่จะดีกว่าตัวเลือกที่สามอย่างเห็นได้ชัด 



ขอบคุณรูปภาพ https://insidebe.com/articles/the-decoy-effect/ 

 

ในภาพตัวอย่างนี้ สมมติว่าร้านหนังต้องการให้ลูกค้าซื้อป๊อบคอร์นขนาดกลาง พวกเขาจะตั้งราคาขนาดเล็กและขนาดใหญ่ไว้ดังนี้

  • ขนาดเล็ก: ราคาถูกที่สุด แต่ปริมาณน้อยที่สุด
  • ขนาดกลาง: ราคาปานกลาง ปริมาณพอเหมาะ
  • ขนาดใหญ่: ราคาแพงที่สุด แต่ปริมาณมากเกินไปเมื่อเทียบกับราคา

เมื่อลูกค้าเห็นตัวเลือกทั้งสาม พวกเขาจะเปรียบเทียบและตัดตัวเลือกขนาดใหญ่ทิ้งไป เนื่องจากราคาแพงเกินไปและปริมาณมากเกินความจำเป็น ทำให้ลูกค้าเหลือตัวเลือกเพียงสองตัว คือ ขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งในที่สุด ลูกค้าก็จะเลือกซื้อขนาดกลางที่ร้านต้องการ

 

ตัวอย่าง Decoy Pricing ในชีวิตจริง

  • ร้านอาหาร: เมนูอาหารชุดที่ประกอบด้วยอาหารจานหลัก เครื่องเคียง และเครื่องดื่ม ในราคาที่สูงกว่าเมื่อสั่งแยกชิ้น
  • ร้านค้าออนไลน์: แพ็คเกจสินค้าที่รวมสินค้าหลายรายการในราคาที่คุ้มค่ากว่าเมื่อซื้อแยกชิ้น
  • บริษัทโทรคมนาคม: แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตที่รวมโทรศัพท์และทีวี ในราคาที่สูงกว่าเมื่อสมัครแยกบริการ

 

Decoy Pricing เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการโน้มน้าวให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้น แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและเข้าใจหลักการทำงานอย่างถ่องแท้ หากใช้ได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Trigger Marketing กระตุ้นความต้องการของลูกค้าด้วยเทคนิคทางจิตวิทยา
Trigger Marketing หรือ การตลาดที่กระตุ้น คือกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้หลักการทางจิตวิทยามาปรับใช้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการและตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ โดยอาศัยปัจจัยต่างๆ ที่กระตุ้นอารมณ์และพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น ความต้องการ ความกลัว ความอยากได้ ความอยากเป็น หรือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
10 ธ.ค. 2024
Entertainmerce คืออะไร?
Entertainmerce เป็นคำที่ผสมผสานระหว่างคำว่า "Entertainment" (ความบันเทิง) และ "Commerce" (การค้า) เข้าด้วยกัน
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
26 ธ.ค. 2024
Barter Media แลกเปลี่ยนกันได้ประโยชน์
Barter Media หรือการตลาดแบบแลกเปลี่ยน คือ วิธีการทำการตลาดที่ธุรกิจนำสินค้าหรือบริการของตัวเองไปแลกเปลี่ยนกับสื่อโฆษณาหรือบริการทางการตลาดของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่มีการใช้เงินสดเป็นตัวกลางในการทำธุรกรรม
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
22 ม.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้