Customer Validation คือ อะไร?
อัพเดทล่าสุด: 16 ธ.ค. 2024
827 ผู้เข้าชม

Customer Validation หรือการประเมินลูกค้าเบื้องต้น เป็นคัดเลือกว่าคนที่ติดต่อเรามาคนไหน (Leads) มีคุณสมบัติที่จะเป็นลูกค้าของเรา หรือที่เรียกในภาษาการตลาดว่า Qualified Leads และคนไหนที่ไม่เข้าข่ายที่เป็นลูกค้าของเรา ในขั้นตอนการประเมินลูกค้าจะรวมไปถึงการจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าว่าควรจะให้ความสำคัญกับลูกค้าคนไหนก่อน (Prioritization) โดยบริษัทที่ต้องการทำให้เป็นระบบอาจมีการจัดทำกระบวนการประเมินลูกค้า (Customer Validation Process) หรือถ้าอยากทำแบบง่ายๆ ก็สามารถเตรียมชุดคำถามที่ใช้สอบถามผู้ที่ติดต่อสอบถามเข้ามา (Questions) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องสำคัญมากในการทำธุรกิจ รวมถึงการทำธุรกิจออนไลน์ด้วย
ทำไมเราต้องทำการประเมินลูกค้า?
ข้อดีของการประเมินลูกค้า คือ เพื่อประหยัดเวลาไม่ให้สูญเสียเวลาทั้งหมดไปกับลูกค้าที่ไม่ได้ต้องการซื้อสินค้าเราจริงๆ หรือลูกค้าที่มาเพื่อสอบถามข้อมูลเล่นๆและไม่ได้สนใจสินค้าของเราจริงๆ โดยเราจะทำการคัดเลือกลูกค้าที่มีศักยภาพ (Potential Customers) และจัดสรรเวลาสำหรับลูกค้าที่ต้องการจะซื้อสินค้าหรือบริการของเรา ซึ่งการประหยัดเวลาจะสามารถทำให้เรามีเวลาเหลือในการไปพัฒนาด้านอื่นๆต่อไปได้ เช่น นำเวลาไปพัฒนาสินค้า/บริการ ทำการตลาดเพิ่มเติม การพัฒนาตัวเอง หรือเพิ่มยอดขายกับลูกค้าที่สนใจ (Upsell or Cross Sell)
หัวข้อเรื่องที่จะใช้ในการประเมินลูกค้ามีได้หลากหลายเรื่อง ซึ่งจะแตกต่างกันบ้างในแต่และสินค้าและบริการ
1.งบประมาณ ลูกค้าต้องมีงบประมาณเพียงพอที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา ถึงแม้ว่าลูกค้าจะอยากได้สินค้าหรือบริการของเราเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าลูกค้าไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะซื้อ ก็ไม่สามารถที่จะซื้อได้
2.ระยะเวลาในการรอ ลูกค้าสามารถยอมรับระยะเวลาในการรอรับสินค้าได้
3.พื้นที่ให้บริการ ลูกค้าอยู่ในพื้นที่ที่เราสามารถให้บริการได้ทั่วถึง
4.อำนาจในการตัดสินใจ ลูกค้าเป็นคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ หรือเป็นคนที่มีอิธิพลสูงในการโน้มน้าวคนที่มีอำนาจสั่งซื้อหรือจ่ายเงิน
5.การยอมรับในมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ลูกค้าต้องสามารถยอมรับข้อจำกัดของสินค้า/บริการ และทำตามกระบวนการสั่งซื้อของบริษัท
6.ความรู้ในผลิตภัณฑ์ ลูกค้าที่ได้ศึกษาผลิตภัณฑ์มาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้าได้เห็นหรือทดลองผลิตภัณฑ์ของเราแล้ว และยังสนใจในผลิตภัณฑ์ของเรา มีแนวโน้มสูงที่ลูกค้าจะซื้อสินค้า/บริการ
2.ระยะเวลาในการรอ ลูกค้าสามารถยอมรับระยะเวลาในการรอรับสินค้าได้
3.พื้นที่ให้บริการ ลูกค้าอยู่ในพื้นที่ที่เราสามารถให้บริการได้ทั่วถึง
4.อำนาจในการตัดสินใจ ลูกค้าเป็นคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ หรือเป็นคนที่มีอิธิพลสูงในการโน้มน้าวคนที่มีอำนาจสั่งซื้อหรือจ่ายเงิน
5.การยอมรับในมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ลูกค้าต้องสามารถยอมรับข้อจำกัดของสินค้า/บริการ และทำตามกระบวนการสั่งซื้อของบริษัท
6.ความรู้ในผลิตภัณฑ์ ลูกค้าที่ได้ศึกษาผลิตภัณฑ์มาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้าได้เห็นหรือทดลองผลิตภัณฑ์ของเราแล้ว และยังสนใจในผลิตภัณฑ์ของเรา มีแนวโน้มสูงที่ลูกค้าจะซื้อสินค้า/บริการ
ตัวอย่างการสอบถามลูกค้า
-สอบถามข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้า ว่ามาจากปริษัทไหน มีตำแหน่งอะไร เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้ามีงบเพียงพอต่อการซื้อสินค้าของเรา
-เสนอราคาเพื่อดูปฏิกิริยาของลูกค้าที่มีต่อราคาสินค้าของเรา
-ติดตามลูกค้า และดูว่าลูกค้าปฏิกิริยาในการตอบกลับมาหาเราอย่างไร หรือมีการ Feedback มาบ้างรึเปล่า (ถ้าเราพยายามติดต่อแล้ว ลูกค้าไม่มีการตอบกลับ อาจประเมินได้ว่าลูกค้าคนนี้ไม่ใช่ลูกค้าของเรา)
-สอบถามข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้า ว่ามาจากปริษัทไหน มีตำแหน่งอะไร เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้ามีงบเพียงพอต่อการซื้อสินค้าของเรา
-เสนอราคาเพื่อดูปฏิกิริยาของลูกค้าที่มีต่อราคาสินค้าของเรา
-ติดตามลูกค้า และดูว่าลูกค้าปฏิกิริยาในการตอบกลับมาหาเราอย่างไร หรือมีการ Feedback มาบ้างรึเปล่า (ถ้าเราพยายามติดต่อแล้ว ลูกค้าไม่มีการตอบกลับ อาจประเมินได้ว่าลูกค้าคนนี้ไม่ใช่ลูกค้าของเรา)
ผลลัพท์ที่ได้
ถ้าบริษัทหรือธุรกิจของเราทำการประเมินลูกค้าได้ดี เราจะสามารถให้บริการลูกค้าจริงๆของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเพิ่มยอดขายหรือผลกำไรของธุรกิจได้ อีกทั้งยังมีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจด้วย ซึ่งดีกว่าการที่เราต้องใช้เวลาเยอะในการให้บริการแก่ลูกค้าที่ไม่ได้สนใจจะซื้อสินค้าหรือบริการของเราเลย แต่ติดต่อมาเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งทำให้เราต้องเสียเวลาเยอะมากจนไม่สามารถรักษามาตรฐานการบริการให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ของเราจริงๆ และในบางกรณีลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าเหล่านั้นอาจทำให้เราต้องปวดหัวอีกด้วย
ถ้าบริษัทหรือธุรกิจของเราทำการประเมินลูกค้าได้ดี เราจะสามารถให้บริการลูกค้าจริงๆของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเพิ่มยอดขายหรือผลกำไรของธุรกิจได้ อีกทั้งยังมีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจด้วย ซึ่งดีกว่าการที่เราต้องใช้เวลาเยอะในการให้บริการแก่ลูกค้าที่ไม่ได้สนใจจะซื้อสินค้าหรือบริการของเราเลย แต่ติดต่อมาเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งทำให้เราต้องเสียเวลาเยอะมากจนไม่สามารถรักษามาตรฐานการบริการให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ของเราจริงๆ และในบางกรณีลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าเหล่านั้นอาจทำให้เราต้องปวดหัวอีกด้วย
BY : Jim
ที่มา : https://www.2bearsmarketing.com/customer-validation-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD/
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
สินค้าดี แพ็คสวย แต่โดนรีวิว 1 ดาวเพราะพนักงานส่งของพูดจาแย่! รู้หรือไม่ว่า "มารยาทคนส่งของ" คือจุดชี้ชะตาภาพลักษณ์แบรนด์คุณ มาดูเหตุผลว่าทำไมการเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ใส่ใจบริการอย่าง BS Express ถึงช่วยเพิ่มยอดซื้อซ้ำได้
21 ก.พ. 2026
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
19 ก.พ. 2026
นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)


