แชร์

ข้อดี-ข้อเสียของระบบการขนส่งสินค้าแต่ละประเภท

อัพเดทล่าสุด: 13 ส.ค. 2024
2800 ผู้เข้าชม

ข้อดี-ข้อเสียของระบบการขนส่งสินค้าแต่ละประเภท

1. การขนส่งทางรถไฟ
    การขนส่งทางรถไฟเป็นระบบการขนส่งที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีต และปัจจุบันก็ยังคงมีหลายคนที่เลือกใช้การขนส่งในรู้แบบนี้เนื่องจากค่าจ่ายในการขนส่งสินค้าต่อหน่วยจะต่ำกว่าการขนส่งในรูปแบบอื่นๆ ทั้งนี้ข้อดีของการขนส่งสินค้าทางรถไฟ คือการที่เราสามารถส่งสินค้าได้ครั้งละจำนวนมากๆ ของที่นิยามจัดส่งในรูปแบบนี้ได้แก่ ข้าว น้ำตาล ผลไม้ เป็นต้น   โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยจากอุบัติเหตุระหว่างที่ขนส่ง อีกทั้งการขนส่งในรูปแบบนี้ยังใช้พลังงานในการขนส่งน้อยดังนั้นต้นทุนในการจัดส่งจึงน้อยตามไปด้วย

 2. การขนส่งรถยนต์หรือรถบรรทุก 
    การขนส่งรถยนต์หรือรถบรรทุกเป็นที่นิยมอันดับต้นๆ เนื่องด้วยการเป็นขนส่งที่ใช้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งไม่มากนัก แต่ทำให้การขนส่งสินค้าเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถให้บริการถึงบ้านได้ของลูกค้าได้เลย แต่ข้อเสียคือการใช้น้ำมันสำหรับขับรถส่งของซึ่งราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกราคาน้ำมัน ซึ่งถ้าหากเป็นช่วงที่น้ำมันมีราคาแพงอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการขนส่งสินค้าของเราได้ รวมไปถึงการขนส่งโดยรถยนต์หรือรถบรรทุกสามารถส่งได้ในระยะทางใกล้ๆ ถึงปานกลางเท่านั้นด้วย

3. การขนส่งทางน้ำ
    การขนส่งทางน้ำหรือการใช้เรือเป็นพาหนะในการขนส่งนั้น ส่วนมากมักจะนิยมในธุรกิจที่จำเป็นต้องในขนส่งสินค้าในปริมาณมากๆ สามารถอยู่ได้นาน โดยสามารถขนส่งสินค้าได้ทั้งระยะใกล้ๆ ไปจนถึงระยะไกลข้ามทวีปได้ ข้อจำกัดในการขนส่งในรูปแบบนี้คือการใช้ระยะเวลาค่อนข้างมาก และการขนส่งโดยเรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ กล่าวคือ ถ้าเรือมีน้ำหนักมากเกินไปหรือเรือไม่แข็งแรงอาจทำให้ทำให้ตัวเรือจมได้

4. การขนส่งทางอากาศ
    การใช้พาหนะเครื่องบินในการขนส่งสินค้าเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการขนส่งสินค้าข้ามประเทศที่ใช้เวลาในการขนส่งที่จำกัด ยกตัวอย่างเช่น สินค้าประเภทวัตถุดิบอาหาร สินค้าแฟชั่นที่จำเป็นต้องส่งในเท่าทันกับกระแสความนิยมของผู้คนทั่วโลก ซึ่งข้อดีของการขนส่งโดยเครื่องบินจะช่วยป้องกันความเสียหายของสินค้าในระหว่างการขนส่งมากที่สุด และมีความรวดเร็วในการขนส่ง สามารถขนส่งสินค้าได้หลากหลายประเภท ทั้งนี้ข้อเสียของการขนส่งทางอากาศก็คือค่าใช้จ่ายในขนส่งค่อนข้างสูง และการขนส่งต้องขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศในช่วงนั้นๆ ด้วย

5. การขนส่งด้วยบริการ Delivery
    สุดท้ายการขนส่งโดยใช้บริการจากบริษัทขนส่งแบบด่วน ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกใช้บริการเป็นจำนวนมาก อาทิ Grap Express, Kerry Express, Lalamove และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก การขนส่งในรูปแบบนี้กำลังเป็นที่นิยมทั้งจากพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าด้วยเนื่องจากเป็นที่บริการรับสินค้าจากพ่อค้าแม่ค้าไปส่งถึงหน้าบ้านของลูกค้าภายระยะเวลาอันสั้น ข้อดีของการใช้การขนส่งแบบ Delivery คือตอบโจทย์พฤติกรรมของคนในสังคมที่ไม่ต้องการรอสินค้านานๆ และช่วยให้สินค้าของเราส่งถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย มีบริการกล่องควบคุมอุณหภูมิสำหรับสินค้าที่เป็นอาหาร ส่วนข้อจำกัดของการจัดส่งในรูปแบบนี้คือพื้นที่ในการให้บริการที่ยังกระจุกอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ


 

 

 

BY : NONGNONT

ที่มา : fillgoods


บทความที่เกี่ยวข้อง
Automation ในคลังสินค้า เมื่อหุ่นยนต์เข้ามายกระดับโลจิสติกส์
สำรวจโลกของ Automation ในคลังสินค้า — หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ช่วยลดเวลา เพิ่มความแม่นยำ และลดต้นทุนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
24 ต.ค. 2025
การพัฒนาโลจิสติกส์ยุค 5G
การพัฒนาโลจิสติกส์ในยุค 5G มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการทำงานของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ โดย 5G มีศักยภาพในการยกระดับทั้งความเร็วในการรับส่งข้อมูล
25 ก.ย. 2024
ไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) คืออะไร
Hyperloop ระบบขนส่งสุดล้ำแห่งอนาคต มีมาสักพักแล้วตั้งแต่ผู้ประกอบการอย่าง Elon Musk ได้นำเสนอ พาหนะรูปแบบที่ 5 (fifth mode of transport) ในปี 2012
14 ก.ย. 2024
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้